รีวิวการแข่งขัน Huahin Triathlon International 2015 กับทีม Tri-Q

เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาร่วมแข่งขันไตรกีฬาในรายการ Huahin Triathlon International 2015 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันไตรกีฬาที่เป็นงานที่ต้องว่ายน้ำแบบ Open Water เป็นรายการที่สี่ในชีวิต

  
หลังจากรายการ Pattana Triathlon 2015 ผมก็กลับมาเพิ่มเวลาซ้อมว่ายน้ำในมากขึ้น เป็นประมาณสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องการว่ายน้ำโดยเร็ว และก็ไปลองแข่งขันรายการ Bangkok Triathlon Tour Series 2015 ที่เป็นการว่ายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็รู้สึกดีขึ้นในการว่ายน้ำ เรื่องสภาพจิตใจก็คุมสติได้ดีขึ้น แต่ก็ยังซ้อมต่อเนื่องมาจนถึงการแข่งไตรกีฬาที่หัวหินในครั้งนี้

  
งานนี้ที่ต่างไปคือ เราไม่ได้มาแข่งกันอย่างเดียวดายเหมือนเดิม เพราะผมและเพื่อน ๆ ได้ลองตั้งทีมไตรกีฬาเล็ก ๆ ของเราที่มีเพื่อน ๆ นักกีฬามือใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมสนุกกับการแข่งขันไตรกีฬานี้ ทีมของเราชื่อทีมว่า Tri-Q ซึ่งครั้งนี้ มีผมและพี่เมย์ ลงแข่งขันในระยะ Sprint แบบ Individual และมีส่งนักกีฬาประเภททีมในนามของทีม Tri-Q อีกด้วย ซึ่งทีมของเราประกอบด้วยสามสาวที่เพิ่งแข่งขันไตรกีฬาเป็นครั้งแรกในชีวิต มียุ้ยเป็นนักว่ายน้ำ มีหนูเป็นนักปั่นและมีปอมเป็นนักวิ่ง

ครั้งนี้เรียกว่าแต่ละคนถึงแม้เป็นมือใหม่ ก็มีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมให้เยอะที่สุดเท่าที่เวลาและสภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย ก็เรายังเป็นคนทำงานออฟฟิสกันเลยต้องฝึกการแบ่งเวลามากเป็นพิเศษนั่นเอง  Continue reading รีวิวการแข่งขัน Huahin Triathlon International 2015 กับทีม Tri-Q

รีวิวเส้นทางปั่นจักรยานรอบอ่างเก็บน้ำบางพระ

ทริปปั่นจักรยานรอบอ่างเก็บน้ำบางพระครั้งนี้เกิดขึ้นกันแบบกะทันหัน เรียกว่าชวนกันล่วงหน้าแค่วันสองวันเท่านั้นเอง เมื่อผม เต้ย และไก่ มองหาเส้นทางปั่นจักรยานที่จะได้ซ้อมกันในระยะทางไกล ๆ หน่อย เลยมาลงเอยที่อ่างเก็บน้ำบางพระ

เราฝากรถที่ร้านครัวในสวน (13.2350683,100.9878838) ซึ่งรับฝากรถได้ฟรี และมีที่ให้อาบน้ำด้วยครับ ที่ร้านนี้เป็นทั้งร้านขายของชำ รวมไปถึงร้านกาแฟและร้านอาหารในตัว เรียกได้ว่าปั่นเสร็จก็จัดการอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยก่อนขับรถกลับก็สะดวกดีครับ

เส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำบางพระ มีระยะทางประมาณ 21.8 กิโลเมตรต่อหนึ่งรอบ ซึ่งรูปแบบเส้นทางจะเป็นเนินซึม ๆ และทางลงเอียดนิด ๆ สลับกันไปเรื่อง ๆ จะมีแค่ช่วงใกล้สันเขื่อนที่จะมีทางขึ้นระยะทางสั้น ๆ แต่ความชันในจุดที่ชันที่สุดคือ 12% กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเส้นทางเป็นทางแบบให้ซ้อมปั่นกันได้ยาว ๆ ปั่นได้ตามไหล่ทาง และรถไม่เยอะ ซึ่งทางการมีติดป้ายเตือนให้ระวังคนขับขี่จักรยานอยู่ด้วย คงเป็นเส้นที่เจ้าถิ่นและนักปั่นต่างถิ่นมาปั่นกันอยู่เป็นประจำ ลองดูบรรยากาศเส้นทางจากวีดีโอที่ผมถ่ายมาเลยดีกว่าครับ

วิ่งเทรลครั้งแรกที่ Columbia Trail Master IX เขาอีโต้

  
#เรามาถึงจุดนี้กันได้ยังไง คือแฮชแท็กที่ฮิตในช่วงที่ผ่านมาไม่นานมานี้ และมันดันดังขึ้นมาในหัวผมในระหว่างการวิ่งเทรลครั้งแรกในชีวิตของผม ซึ่งดันกลายมาเป็นระยะทางการวิ่งที่ไกลที่สุดในชีวิตที่เคยวิ่งมา ที่ระยะเทรล 25 กิโลเมตร ความโหดกลายเป็นสองเด้งทันที

ผมตั้งใจว่างานวิ่งเทรลที่เขาอีโต้ครั้งนี้จะใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อม (ใช้ระยะเวลาซ้อมให้ถึงจำนวนชั่วโมงที่ตั้งใจจะซ้อมต่อสัปดาห์) เตรียมความพร้อมสำหรับงานแข่งขันไตรกีฬาที่หัวหินที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองสัปดาห์หลังจากวันแข่งเทรลครั้งนี้

คืนก่อนวันแข่งผมเริ่มเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม ซึ่งสายฝนเริ่มกระหน่ำตั้งแต่หัวค่ำก่อนเข้านอนแป๊บเดียว ทำให้ผมเดาเกมไม่ออกเลยว่า วิ่งเทรลครั้งแรก+ระยะวิ่งที่ไกลที่สุด 25 กิโลเมตร+ทางเทรลในป่าที่ฝนตกมาตลอดคือ จะเป็นอย่างไร และแน่นอน ผมตื่นเต้นจนหลับ ๆ ตื่นๆ ตลอดคืนและตื่นมาตั้งแต่ตีสาม ทั้ง ๆ ที่ควรจะตื่นตีสี่

  
-เช้าวันแข่งนัดเจอพี่ปอมเพื่อนร่วมทีม Tri-Q ก่อนปล่อยตัว คนนี้วิ่ง 50กิโลเมตร สุดยอดมากๆ

เช้าวันแข่ง ผมไปถึงที่งานด้วยโจทย์ที่ตั้งให้กับตัวเองในหัวว่า วันนี้เราจะมาวิ่งเทรลและสนุกไปกับมันแบบจบไม่เจ็บ วิ่งให้ครบระยะแล้วต้องห้ามบาดเจ็บนั่นเอง หากบาดเจ็บในช่วงระยะเวลานี้ คิดว่าต้องฟื้นตัวไม่ทันแข่งหัวหินไตรกีฬาแน่ ๆ

ตอนปล่อยตัว ผมไปเริ่มที่ท้ายแถว ค่อย ๆ วิ่งไปไม่รีบ เพราะช่วงแรกจะใช้เป็นการวอร์มอัพ วิ่งไปเรื่อย ๆ ได้ไม่นาน ก็เกิดการต้องหยุดต่อคิวเข้าทาง single track ที่จะวิ่งคู่กันไปได้แค่คนเดียวหรือสองคน แต่ก็ดี เพราะผมยังไม่อยากให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงมากนัก เพราะรู้ว่าที่จุดกึ่งกลางทาง มันคือภูเขาลูกที่สูงที่สุดของงานวิ่งในวันนี้ ผมต้องการประคองหัวใจไปเรื่อย ๆ มากกว่า

  
เข้าทาง single track ได้ผมก็ค่อย ๆ วิ่งสลับเดิน เนื่องจากคนเยอะ ๆ ทำให้วิ่งแซงกันลำบาก ระหว่างทางผมแอบลักจำเทคนิคการวิ่งขึ้นเขาลงเขาจากผู้ร่วมแข่งขัน ทำให้ผมเริ่มพัฒนาทักษะในวันแข่งกันเลยทีเดียว  Continue reading วิ่งเทรลครั้งแรกที่ Columbia Trail Master IX เขาอีโต้

ปั่นจักรยานทางไกล กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กับทีม Dramatical Riders


ผมตอบรับคำเชิญให้ร่วมทริปปั่นจักรยานระยะทางราว 150 กิโลเมตรของปลาจากทีม Dramatical Riders เอาในแทบจะสัปดาห์สุดท้าย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ผมฝึกซ้อมกีฬาหลายประเภทมากขึ้นทั้งว่ายน้ำและวิ่ง เนื่องจากทั้งสองอย่างเป็นกีฬาที่ผมเพิ่งจะเริ่มซ้อมอย่างจริงจังในปีนี้ ส่วนจักรยานนั้นผมปั่นมาได้ราวปีครึ่ง ทำให้ชะล่าใจพอสมควร

การที่ผมซ้อมจักรยานเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ชั่วโมงในช่วงสองสามเดือนหลัง เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ซ้อมจักรยานอย่างเดียวร่วม 5-6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้น เห็นผลทันทีที่ทริปกรุงเทพ-สวนผึ้งกับทีมสวนธน ที่ผมขอติดสอยห้อยตามไปปั่นด้วย จากระยะทางประมาณ 140-150 กิโลเมตร ผมไปจอดปั่นไม่จบที่กิโลเมตร 138 เนื่องจากเป็นตะคริว ผมเลยคิดว่าผมควรกลับมาซ้อมจักรยานให้มากขึ้น ไม่ใช่ทิ้งให้กล้ามเนื้อชุดจักรยานมันฝ่อลงไป เพราะนั่นคงไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันไตรกีฬาที่กีฬาจักรยานเป็นตัวทำเวลาได้ค่อนข้างดี หากปั่นได้ดี

– หน้าตายังสดชื่นตอนเริ่ม หารู้ไม่ว่าความหฤหรรษ์รออยู่ข้างหน้า
ทีม Dramatical Riders เป็นทีมจักรยานที่สนุกอย่างน่าประหลาด ผมเคยได้มีโอกาสร่วมทริปทางไกลที่สุดในชีวิตของผม กับทีมนี้นี่แหละที่ระยะทาง 230 กิโลเมตร กรุงเทพ-เขื่อนขุนด่าน-กรุงเทพ ครั้งนั้นออกเดินทางกันตั้งแต่ฟ้าสางและกลับกรุงเทพมากันสี่ทุ่ม

“มากับทีมดราม่า ก็ต้องดราม่าสิครับ” เป็นคำกล่าวที่ทีม Dramatical Riders มักกล่าวแซวกันเองเสมอ ผมก็เลยเกิดดราม่าขึ้นกับตัวเองในทริปนั้นเช่นกัน คือล้มคว่ำตั้งแต่กิโลเมตรที่ 20 แต่โชคดีที่ไม่บาดเจ็บ ปั่นต่อได้จนจบ

– ช่วงเริ่ม ๆ ยังเกาะกลุ่มกับเค้ามาได้อยู่

ทริปกรุงเทพ- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในครั้งนี้ ผมมีโจทย์ส่วนตัวที่ต้องแก้หลายอย่างคือ หนึ่งต้องไม่ล้มเจ็บ สองต้องแก้เรื่องกินอาหารและน้ำให้ถึงเพื่อไม่ให้เป็นตะคริว แค่สองอย่างนี้เป็นตัวคุมการปั่นของผมในทริปนี้

เริ่มออกตัวช่วง 35 กิโลเมตรแรก หัวแถวของทีมก็มีการเร่งกระชากยิงกันตั้งแต่ช่วงแรก ซึ่งผมก็เผลอตัวกดบันไดก้มท่ามุดลม พยายามตามกลุ่มแรกให้ทันด้วยความเร็วที่ 40+ พอไล่ทันปุ๊บทีมจอดพักพอดีเพราะถึงร้านอาหารที่นัดแนะกันไว้ ด่านนี้ผมโชคดีเพราะหากถึงช้ากว่านี้อีกกิโลเมตรเดียว ผมอาจหลุดกลุ่ม
ช่วงต่อมาก็ปั่นเกาะกลุ่มตามไปเรื่อย  ๆ จนมาในช่วงกิโลเมตรที่ 100 ถึงประมาณ 120 มีโอกาสยิงกันยาว ๆ หลังจากพักเที่ยง ผมหันมาประทับกับแอโร่บาร์และกดลูกบันไดอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ไล่จากกลุ่มหลัง มาประกบกลุ่มกลาง และพยายามแซงไปให้ทันกลุ่มหน้า ผมใช้ระยะทางหลายกิโลเมตรเพื่อไล่ทันกลุ่มหน้า พยายามเกาะให้ติดเนื่องจากกลุ่มหน้านี้มีแต่ตัวแรงของทีมดราม่า แน่นอนว่าความเร็วอยู่ในย่าน 40+ ซึ่งเป็นดินแดนความเร็วที่ผมไม่ค่อยได้มาเที่ยวในย่านนี้บ่อยนัก ผมเกาะติดอยู่ได้หลายกิโล แล้วก็เริ่มเกิดระยะห่างหลุดออกมาจากกลุ่มหลายสิบเมตร เพราะหัวใจผมไล่ระดับมาอยู่ที่ 180 bpm ก็เลยต้องถอนคันเร่ง เนื่องจากไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ได้ข่าวว่าเป็น stage ภูเขา โชคดีที่ผมถอนคันเร่งปุ๊บ ก็ถึงจุดพักในอีกสองสามร้อยเมตรข้างหน้า ผมเลยได้มีโอกาสไปยืนไส้แตก*ในจุดพัก ให้ปล่อยให้ไส้ของผมกองอยู่กลางถนนให้เป็นที่อุจาดตาของคนที่ผ่านไปมา

– ไส้แตกอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลก

ออกจากจุดพักนั้น ผมเริ่มเข้าโหมดคุมโซนหัวใจ เพื่อประคองไม่ให้บาดเจ็บ แต่ยังคงความเร็วที่สนุกไปกับทีมอยู่ได้ เนินซึมเริ่มทำหน้าที่ของมัน และในที่สุดก็ไปเจอ stage หัวหน้าที่เป็นถนนที่ต้องปั่นข้ามเขากันสองลูก ผมเคยขับรถผ่านเส้นทางนี้ และคุ้น ๆ อยู่เลา ๆ ว่ามันสูงชันพอที่จะทำให้รถบรรทุกต้องขับขึ้นช้า ๆ และแน่นอนว่า จักรยานคงต้องปั่นให้นิ่งไม่ส่ายไปมา เพราะต้องปั่นเลียบคู่ไปกับล้อที่ 18 ของรถบรรทุกคันใหญ่นั้น ผมผ่านเนินหัวหน้าทั้งสองเนินนั้นมาได้ โดยการประคองรอบขาและหัวใจ โชคดีที่หลังจากนั้นเป็นเนินซึมที่คอยนวดเราอย่างเดียวไปตลอดเส้นทางจนถึงเขื่อนอย่างเดียว ไม่มีเซอร์ไพรส์อื่นใดให้ตกใจกับเขาชัน

– ทีม service จอดรถถ่ายรูปพวกเราในจุดที่ชันที่สุดของทริป แน่นอนลุ้นที่สุดด้วยเพราะต้องขึ้นเนินพร้อมรถบรรทุก

ผมคิดว่าเราโชคดีหลายสิ่ง ตั้งแต่ฝนที่แทบไม่ตกเลยทั้งที่พยากรณ์อากาศบอกว่าจะตกตั้งแต่บ่ายสองทุกพื้นที วันนั้นแดดเลยไม่จัดมากเนื่องจากเมฆเยอะ ตัวผมเองก็ทำได้ตามที่ตั้งใจไว้คือ หนึ่งไม่บาดเจ็บ สองแก้เรื่องกินให้ไม่เป็นตะคริว และยังได้ของแถมเป็นอย่างที่สามและสี่คือ ความสนุกของทริปนี้ทั้งจากเส้นทางถนนที่มีทุกรูปแบบคือ ถนนยาง ถนนลูกรัง และถนนอุกาบาต และที่สำคัญที่สุด ทริปนี้ผมได้เพื่อนใหม่อีกเพียบเลยครับ


ขอบคุณทีม Dramatical Riders ที่ชักชวนให้มาร่วมปั่น ขอบคุณทีมเซอร์วิสที่ไม่มีพวกคุณทริปคงไม่สนุกและสะดวกสบายขนาดนี้ ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ ที่มีให้กันตลอดทั้งเพื่อนร่วมทริปและเพื่อนร่วมถนน ผมจะเก็บทริปนี้เป็นหนึ่งในความทรงจำดี ๆ พร้อมที่จะเป็นเรื่องเล่าขานต่อไปภายภาคหน้า

*ไส้แตก เป็นศัพท์สแลงของนักจักรยาน หมายถึงเหนื่อยมากจนไปต่อไม่ไหว

**ขอบคุณภาพประกอบจากทีม Dramatical Riders และเพื่อนร่วมทริปทุกท่านนะครับ ขออภัยอาจไม่ได้กล่าวให้เครดิตเป็นรายคนเนื่องจากภาพเยอะมาก ผมเลยเซฟเก็บไว้แล้วจำไม่ได้ว่าเป็นภาพของใครบ้าง

เส้นทางวิ่งเลียบหาดบางเสร่


นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนหาดบางเสร่ แล้วก็ต้องบอกตัวเองว่ามองข้ามหาดนี้ไปได้อย่างไร เพราะผมไปเที่ยวพัทยามาเป็นร้อยๆครั้ง แต่ไม่เคยแวะมาที่หาดบางเสร่ จังหวัดชลบุรีนี้เลย

การแวะมาเยี่ยมหาดบางเสร่ครั้งแรกของผม เป็นการวิ่งมาด้วยสองเท้า จากโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆกับถนนสุขุมวิท วิ่งลงจากเนินเขามายังชายหาด


ซึ่งถนนเลียบชายหาดของบางเสร่ก็เงียบสงบมากพอตัว ผมวิ่งผ่านชายหาดที่ดูสะอาดสะอ้าน เรียกว่าดูสะอาดมากกว่าหาดพัทยาหรือจอมเทียนอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวหลายคนลงเล่นน้ำอย่างสบายใจ ทำเอาผมแทบอย่างกระโดดลงทะเลไปตอนนั้นเลย Continue reading เส้นทางวิ่งเลียบหาดบางเสร่

รอยยิ้มที่งาน Audax 100 สัตหีบ

  
พวกเราปั่นจักรยานท่ามกลางแดดร้อนระอุ สองขาส่งแรงกดลูกบันไดให้จักรยานเคลื่อนตัวผ่านเนินเขาชัน สายลมที่ซ้ำเติมเราเข้าปะทะเต็มใบหน้าตลอดเส้นทาง อย่ากระนั้นเลย ลองดูรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนหน้าทีม Groupm Rider ของเราสิ 

ขอขอบคุณภาพถ่ายสวยๆจาก Chillbike

ลุยงานใหญ่ Bangkok Triathlon Tour Series 2015

หลังจากเห็นน้องญี่ปุ่นวิ่งไล่มา ผมก็รีบวิ่งหนีเลยครับ

หลังจากการแข่ง Bangkok Dash ครั้งที่แล้วไปอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ ผมก็ได้ไปลงสนาม Pattana Triathlon ที่จังหวัดชลบุรี ครั้งนั้นผมลงไปว่ายน้ำพร้อมกับกลับขึ้นจากน้ำด้วยอาการคุมสติไม่อยู่ในน้ำ เนื่องจากผมลองกระโดดออกตัวไปพร้อมกับฝูงนักไตรจำนวนมาก โดนคนข้างหลังว่ายมาตีขา โดนคนข้างหน้าว่ายน้ำตีขาเข้าหน้า ครั้งนั้นยอมรับเลยกว่าแข่งจบแล้วนอยด์เรื่องการว่ายน้ำมาก หลังจากครั้งนั้น ผมเลยเริ่มซ้อมว่ายน้ำเยอะขึ้น เพิ่มจากสัปดาห์ละสองวัน กลายเป็นสัปดาห์ละสี่วัน

จนมาถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนที่จะมีการแข่งขันกรุงเทพฯไตรกีฬา ในวันที่ 4 กรกฎาคม จากปลายเดือนมีนาคม มาจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมนั้น เป็นระยะเวลาที่ผมได้เริ่มซ้อมกับ ironguides มานานสามเดือน แต่ละเดือนก็ทำให้ผมมีความมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ที่เหลือก็ต้องคอยดูว่ามือใหม่อย่างผมจะทำได้แค่ไหน เพราะครั้งนี้ สนามการแข่งขันมีความท้าทายสูงมาก ตั้งแต่ว่ายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปั่นจักรยานขึ้นบนทางยกระดับ และกลับมาวิ่งที่สนามหลวง เป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพแทบทั้งสิ้น Continue reading ลุยงานใหญ่ Bangkok Triathlon Tour Series 2015

ประสบการณ์ Bangkok Tri Dash อย่างเป็นทางการครั้งแรก

การแข่งขันไม่ได้เริ่มต้นที่วันแข่งขัน แต่เริ่มตั้งแต่วันแรกที่คุณสมัครแข่งขันแล้ว ใครบางคนได้กล่าวไว้ การลงทะเบียนแข่ง Tri Dash ที่บางปูในครั้งนี้ ต้องบอกว่าเป็นโชคดีของผมที่ทางผู้จัดได้เปิดรับสมัครเพิ่ม เพราะตอนแรกมีผู้สมัครเต็มไปทั้งปีแล้ว พอทราบข่าวว่ามีการจัดการแข่งขันไตรกีฬา Bangkok Tri Dash ในวันที่ 10 พฤษภาคม ผมก็รีบสมัครทันที

หลังจากกลับจากการแข่งขันไตรกีฬาครั้งแรกในชีวิตของผมที่รายการ Amarin Outdoor Unlimited International Triathlon 2015 ที่ชะอำในเดือนมีนาคม ผมก็ตั้งใจฝึกซ้อมให้จริงจังมากขึ้น ด้วยความที่ว่าเราเองไม่ได้มีพื้นฐานในกีฬาต่าง ๆ หากเริ่มหัดเองอาจจะพัฒนาได้ช้า เลยไปสมัครเทรนนิ่งกับโค้ชที่ ironguides ซึ่งตลอดระยะเวลาเดือนครึ่งที่ผ่านมา ได้พยายามไปซ้อมไม่ให้ขาด เพราะมื้อซ้อมที่มีโค้ชนั้น ทำเพื่อการพัฒนาศักยภาพของร่างกายเราโดยแท้ ซึ่งผมเชื่อว่ามันทำให้ผมพัฒนาได้มากกว่าเวลาไปซ้อมด้วยตัวเอง

with ironguides folks
กับเพื่อน ๆ ที่ซ้อมด้วยกัน

งานแข่งขันไตรกีฬา Bangkok Tri Dash ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2015 งานนี้เป็นการแข่งขันไตรกีฬาที่เหมาะสำหรับนักกีฬามือใหม่ที่อยากลองลงสนามดู หรือนักกีฬามือเก่าที่อยากได้รายการแข่งเล็ก ๆ ไว้ลับฝีมือ เพราะรายการนี้ ในระยะ Dash จะเป็นการว่ายน้ำในสระว่ายน้ำระยะ 400 เมตร ตามด้วยปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตร และวิ่ง 5 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นระยะเรียกเหงื่อได้ดีทีเดียวครับ Continue reading ประสบการณ์ Bangkok Tri Dash อย่างเป็นทางการครั้งแรก

10 ข้อปฎิบัติเพื่อขี่จักรยานปลอดภัยในสนามเขียว

สนามเขียว หรือเลนจักรยานสีเขียวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มได้รับความนิยมจากนักขี่จักรยานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละครั้งที่ผมไปขี่จักรยานที่สนามเขียว ลานจอดรถแทบจะเต็มทุกครั้งในวันหยุด ยิ่งเมื่อนักปั่นมีเยอะมากขึ้น อุบัติเหตุต่าง ๆ ย่อมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ผมเลยขอเขียนแนะนำข้อสังเกตและข้อปฎิบัติเพื่อลดหรือเลี่ยงอุบัติเหตุ ในการขับขี่จักรยานที่สนามเขียวกันครับ

Ride Safely on Green Lane

(Photo Credit : May Limpetcharakul)

1. ทางเข้าสนามเขียว เข็นเข้าไปปลอดภัยกว่า

ตรงทางเข้าสนามเขียว ช่วงแถวๆ ที่แลกบัตรเข้าสนาม จนถึงปากทางเข้าสนาม มักจะมีนักปั่นต่อคิวกันเข้า และมีนักปั่นมารอเพื่อน ๆ ที่ยังมาไม่ถึง หรือยังปั่นไม่เสร็จกันอยู่เป็นจำนวนมาก หากปั่นเข้ามาอาจเสี่ยงต่อการเฉี่ยวชน ผมจึงขอแนะนำให้เข็นเข้ามาช้า ๆ ปลอดภัยกว่าแน่นอนครับ Continue reading 10 ข้อปฎิบัติเพื่อขี่จักรยานปลอดภัยในสนามเขียว

Active Lifestyle

Running in Pranburi

หลังจากที่บทความที่แล้ว ที่ผมได้เกริ่นไปว่า keng.com จะมีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากความสนใจส่วนตัวของผมก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อมีกิจกรรมใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต ก็ทำให้ผมอยากที่จะพูดถึงมันมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ว่าคือการใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle ซึ่งผมขอเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นสิ่งที่ผมกำลังให้ความสนใจมันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากปลายปี 2013 ที่ผมได้เริ่มปั่นจักรยาน โดยปั่นแบบจริงจังต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่งปี เริ่มเห็นผลชัดเจนว่าสุขภาพร่างกายดีขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักลดลง (โดยกินได้เท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม) เรียกได้ว่าร่างกายเปลี่ยนไปเพราะการออกกำลังกายโดยแท้ นอกเหนือจากนี้ผมแทบจะไม่ป่วยเป็นหวัดเลยเป็นระยะเวลาหนึ่งปี คาดว่าคงเป็นเพราะร่างกายแข็งแรงขึ้นเช่นกัน

เมื่อปั่นจักรยานมาได้ปีหนึ่งแล้ว ผมก็เริ่มสนใจกีฬาหลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้น เช่นเพิ่มการวิ่ง และการว่ายน้ำเข้ามา ซึ่งสามสิ่งนี้ได้ผนวกมาเป็นกีฬาไตรกีฬา ซึ่งเป็นกีฬาประเภท endurance หรือกีฬาที่ต้องการความทนทานของร่างกายมากขึ้น กีฬาเหล่านี้ไม่ได้ยาก เพียงแต่ต้องมีความตั้งใจในการซ้อม

เว็บไซต์ keng.com ที่เปลี่ยนแปลงเนื้อหามาเขียนเรื่อง Active Lifestyle นั้น ผมต้องการจะเอาประสบการณ์ที่ตัวเองได้พบเจอจากการออกกำลังกาย มาเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านผู้อ่านหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้างครับ แค่ผู้อ่านหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งคน ผมก็ดีใจแล้วครับ