น้ำตาลในเลือดสูง สังเกตยังไง

คนไทยกว่า 2 ล้านคนเป็นเบาหวานโดยที่ยังไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะไม่ระวัง แต่เพราะอาการในช่วงแรกนั้นเหมือนเรื่องปกติทั่วไปมาก เหนื่อยก็คิดว่าพักผ่อนน้อย กระหายน้ำก็คิดว่าอากาศร้อน แล้วอาการแบบไหนที่ควรเริ่มสังเกตตัวเองจริงๆ?

น้ำตาลในเลือดสูงคืออะไร

เมื่อเรากินอาหาร ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด จากนั้นฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตโดยตับอ่อนจะช่วยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน ถ้าอินซูลินไม่พอหรือร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอย่างที่ควร น้ำตาลจะสะสมอยู่ในเลือดจนระดับสูงเกิน

ภาวะนี้เรียกว่า Hyperglycemia หรือน้ำตาลในเลือดสูง และเป็นสัญญาณเตือนที่นำไปสู่โรคเบาหวานหากไม่ได้รับการดูแล

อาการระยะแรกที่หลายคนมองข้าม

Mayo Clinic ระบุว่าอาการของน้ำตาลสูงมักค่อยๆ ปรากฏในช่วงหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ไม่ได้เกิดขึ้นทันที ทำให้หลายคนไม่รู้สึกว่ามีปัญหา อาการระยะแรกที่ควรสังเกตมีดังนี้

กระหายน้ำบ่อยผิดปกติ ไตทำงานหนักขึ้นเพื่อกรองน้ำตาลส่วนเกิน และดึงน้ำออกจากเนื้อเยื่อร่างกาย ทำให้รู้สึกขาดน้ำและกระหายตลอดเวลา

ปัสสาวะบ่อยขึ้น เกิดตามมาจากการดื่มน้ำมากขึ้น และจากที่ไตพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ

เหนื่อยล้าไม่มีเหตุผล เซลล์ในร่างกายไม่ได้รับน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียแม้นอนหลับพักผ่อนมาแล้ว

ตาพร่ามัว น้ำตาลสูงดึงของเหลวออกจากเลนส์ตา ทำให้การโฟกัสเปลี่ยนไป วิสัยทัศน์อาจเบลอหรือมัวเป็นช่วงๆ

แผลหายช้า น้ำตาลสูงทำให้การไหลเวียนเลือดแย่ลงและขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย แผลเล็กๆ โดยเฉพาะที่เท้าจึงหายช้าผิดปกติ

อาการที่รุนแรงขึ้น ต้องไม่ละเลย

ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงนานโดยไม่ได้รับการรักษา ร่างกายจะเริ่มเผาไขมันเป็นพลังงานแทน กระบวนการนี้สร้างสารพิษที่เรียกว่า ketones สะสมในเลือด นำไปสู่ภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน

อาการที่บ่งชี้ว่าน้ำตาลสูงถึงขั้นอันตราย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง กลิ่นปากคล้ายผลไม้ หายใจเร็วและลึกผิดปกติ และสับสน ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ทันที

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ในปี 2024 คนไทยอายุ 20–79 ปี มีภาวะเบาหวานถึง 6.36 ล้านคน คิดเป็น 10.2% ของประชากรในกลุ่มอายุนั้น และยังเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลของ International Diabetes Federation

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษคือผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน มีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน ไม่ค่อยออกกำลังกาย กินอาหารหวาน-แป้งสูง หรืออายุ 35 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการก็ควรตรวจเลือดเป็นประจำ

ตรวจยังไงให้รู้ชัดเจน

การสังเกตอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะหลายคนที่น้ำตาลสูงไม่มีอาการใดๆ เลย วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดคือการเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาล ซึ่งทำได้ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลทั่วไป ค่าปกติขณะอดอาหาร 8 ชั่วโมงควรอยู่ที่ต่ำกว่า 100 mg/dL หากสูงกว่า 126 mg/dL ขึ้นไปในสองครั้งที่ต่างวันกัน ถือว่าเป็นเบาหวาน

สรุป

น้ำตาลในเลือดสูงในระยะแรกมักไม่เจ็บปวดหรือดูน่ากลัว แต่นั่นแหละที่อันตราย เพราะทำให้หลายคนรู้ตัวช้า อาการอย่างกระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย เหนื่อยง่าย หรือตาพร่า อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังส่งมาถึงเราอยู่แล้ว ถ้าสงสัย ตรวจเลือดก่อนเลย เพราะรู้เร็วรักษาได้ผลกว่าเสมอ

แหล่งอ้างอิง

Next
Next

ทำไมฟุตบอลโลกถึงจัดทุก 4 ปี