Living

5 ประการที่เราเรียนรู้ได้จากหนัง Joker

ผมไม่อยากจะรีวิวเนื้อเรื่องของหนัง แต่อยากจะเล่าถีงสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากหนัง Joker และเอาไปปรับใช้กับชีวิตของเราได้ (มี spoil)

ผมจะไม่รีวิวหนัง Joker ว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรหรือหนังมันดาร์คแค่ไหน ผมเป็นแค่คนๆหนึ่งที่ดูหนังแล้วก็แค่คิดตื้นๆว่า Joker ในเรื่องมันเท่ดี ชอบแบบส่วนตัวไม่มีเหตุผลใดๆทั้งนั้น

แต่สิ่งที่ผมอยากจะเขียนถึงในย่อหน้าถัดไปนี้ คือสิ่งที่ผมคิดว่าหากเราดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวได้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต ดังนั้นย่อหน้าถัดไป จะเหมาะสำหรับคนที่ได้ดูหนัง Joker มาแล้ว และมันมีสปอยแน่นอน ถ้าใครยังไม่ได้ดูหนัง Joker โปรดกดไปที่หน้าอื่นแทนครับ

สำหรับจุดสังเกตุที่ผมเห็นจากหนัง Joker ว่าเราสามารถเอามาเรียนรู้ในการใช้ชีวิตได้ ผมขอเริ่มทีละข้อแบบนี้ครับ

1. อย่ามีเซอร์ไพรส์กับคนใกล้ตัว

ในชีวิตเรา คนที่จะเสียใจมากที่สุดเมื่อเจอเรื่องไม่คาดคิดก็คือคนที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด สำหรับในหนัง Joker น่าจะเป็นตอนที่ อาเธอร์ เฟล็ก ไปค้นพบความจริง (หรือจริงๆก็ยังไม่แน่ใจ) ว่าแม่ของตนไม่ใช่แม่จริงๆแต่เก็บตนเองมาเลี้ยง เมื่อไปรวมกับสิ่งที่ตนเองเจอในชีวิตว่าย่ำแย่แค่ไหน จึงเสียใจมาก โกรธมากที่ตนเองมารู้ความจริงทีหลัง สิ่งที่เราเรียนรู้ได้ในการใช้ชีวิต ทั้งในการทำงานและชีวิตครอบครัวก็คือ เราต้องพยายามบริหารความเซอร์ไพรส์นี้ให้น้อยลงให้ได้มากที่สุด คนใกล้ตัวควรรู้ก่อนคนอื่น หรือไม่ควรรู้จากคนอื่น เพื่อนพี่น้องที่ทำงานในทีม ควรรู้จากปากเราก่อนคนอื่น เพื่อที่เราจะได้บริหารจัดการผลที่ตามมาของคนใกล้ตัว ก่อนที่จะให้คนภายนอกวงจรของเรารู้เรื่องนั้นๆ

2. พิจารณาให้ถี่ถ้วน อย่าคิดไปเอง

ในหลายฉากหลายตอน เราเห็นทั้งตัวละครที่ด่วนตัดสินใจไปเองจากสิ่งที่ตนเองเห็นตรงหน้า แต่ไม่ได้ดูปัจจัยที่เกิดขึ้นรอบด้าน น่าจะคล้ายๆ มองเหรียญสองด้าน หรือฟังความจากหลายๆฝ่าย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กรณีนี้ยกตัวอย่างจากฉากที่เจ้านายของอาเธอร์ต่อว่าเรื่องที่ทำป้ายโฆษณาของลูกค้าหายไป แต่ไม่ฟังให้ถี่ถ้วนว่าจริงๆ เกิดจากอะไร ข้อนี้มีวิธีเอาไปใช้ง่ายๆก็คือ ฟังให้มากกว่าพูด สอบถามจากทุกฝ่าย

3. ฟังความต้องการของคนอื่นแล้วค่อยตัดสินใจทำสิ่งใด

ผมคิดว่าฉากที่เมอร์เรย์ แฟรงค์ลิน พิธีกรรายการทีวี ที่ฟังคำขอของอาเธอร์ เฟล็ก ที่ขอให้แนะนำตนเองตอนเปิดตัวว่าชื่อ Joker นั้น เป็นฉากที่พูดถึงสิ่งนี้ การที่เราฟังความต้องการของคนอื่น ที่แม้ว่าตอนแรกเรามีความตั้งใจอยู่แล้วว่าเราจะกำลังทำอะไร แต่พอเราได้ฟังคนอื่น เราสามารถเอาข้อมูลมาประมวลแล้วตัดสินใจทำบางอย่างที่อาจจะทำให้ผู้ที่เราสนทนาด้วยพึงใจมากขึ้นได้ เราอาจไม่ได้จำเป็นที่จะต้องทำตามคำขอไปเสียทุกอย่าง แต่เราจะได้รับข้อมูลที่เราสามารถประเมินผลตอบรับของผู้ฟังได้ล่วงหน้าเพื่อไปประกอบการตัดสินใจของเรา

4. ระวังเรื่องการทำร้ายจิตใจหรือเหยียดคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดเจนมากคือฉากที่พิธีกร เมอร์เรย์ แฟรงค์ลิน เอาคลิปวีดีโอที่อาเธอร์ไปเล่น Stand up comedy มาออกรายการ แล้วเมอร์เรย์เองเห็นสิ่งนี้เป็นเรื่องขำขัน แต่เมื่อมองกลับไปที่อาเธอร์ เราพบว่าอาเธอร์ไม่ขำด้วย บางคนอาจมีปมในใจที่ซุกซ่อนอยู่ไม่เคยบอกใคร ถ้าเราจะเอาไปใช้ในชีวิตคือ การคิดให้ดีก่อนที่พูดหรือทำอะไรออกไป มองภาพรวมให้ทั่วก่อนตัดสินใจทำอะไร และหมั่นสังเกตุผลตอบรับจากคนรอบข้าง สีหน้าต่างๆ ของผู้ฟังอาจบอกอะไรบางอย่างให้เรารู้ได้ เราเห็นเรื่องการล้อเล่นกันคนอื่นแต่เจ้าตัวที่ถูกล้อเล่นหรือสังคมไม่เล่นด้วย ยกตัวอย่างเช่นเคสเหยียดของพิธีกรชื่อเป็นเมนูอาหารที่ทำจากกุ้ง

5. การเตรียมตัวที่ดี จะสามารถจัดการสถานการณ์ตรงหน้าได้ดีขึ้น

ฉากที่ผมเห็นชัดที่สุดและชอบมากที่สุดคือ ฉากที่อาเธอร์นั่งอยู่บนรถบัสประจำทาง และหันไปเล่นกันเด็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า แต่แม่ของเด็กหันมาห้าม หลังจากนั้นอาเธอร์เริ่มหัวเราะหยุดไม่ได้ แม่เด็กถามว่าขำอะไร แล้วอาเธอร์ควักบัตรหนึ่งใบอธิบายอาการป่วยที่เขาเป็นอยู่ยื่นให้ อันนี้ผมยังไม่ทันคิดเลยว่าการบริหารจัดการชีวิตตัวเองในแบบนี้สามารถทำได้ง่ายๆด้วยวิธีนี้ สิ่งที่เราเรียนรู้ได้คือ ทุกปัญหามีวิธีการจัดการได้เสมอ เมื่อเราเตรียมตัวล่วงหน้า

สำหรับท่านที่ไปดูมาแล้ว มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ หรืออยากแชร์สิ่งที่คุณสังเกตุเห็นจากหนังเรื่อง Joker เพื่อเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็สามารถแชร์ได้ในช่องคอมเม้นต์ด้านล่างเลยครับ

0 comments on “5 ประการที่เราเรียนรู้ได้จากหนัง Joker

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นหรือแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: