Travel

รีวิว เช่ารถในญี่ปุ่น กับ Nissan Rent a Car

การเช่ารถเพื่อขับเที่ยวในญี่ปุ่น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เราจะเล่าให้ฟังว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่

ครั้งแรกในการเช่ารถในญี่ปุ่นเพื่อขับท่องเที่ยวของเรา เกิดขึ้นในทริปเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่เราจะไปเที่ยว Ine ในจังหวัดเกียวโต ครั้งนั้นเราเที่ยวอยู่ที่โตเกียวเป็นหลัก แล้วนั่งรถทัวร์ไปเกียวโต แล้วค่อยเช่ารถจากเกียวโต เพื่อขับไปเที่ยวที่ Ine แล้วขับกลับมาคืนรถที่เกียวโต

เช่ารถในญี่ปุ่น ต้องมีใบขับขี่สากล

ก่อนที่จะเช่ารถในญี่ปุ่นมาขับได้ เราคนไทยจะต้องมีใบขับขี่สากล หรือชื่อเป็นทางการคือ ใบขับขี่ระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถทำได้โดยไปติดต่อที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด โดยของผมไปที่สำนักงานขนส่งที่กรุงเทพฯนี่เอง เอกสารที่ต้องเตรียมไปก็คือ หนังสือเดินทางตัวจริงเล่มที่จะใช้เดินทางและสำเนา (โดยหนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือขั้นต่ำ 6 เดือน), บัตรประชาชนตัวจริง, ใบขับขี่รถยนต์ฉบับจริงชนิด 5 ปีหรือตลอดชีพ พร้อมสำเนา, รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว สองรูป และหลักฐานการแก้ไขชื่อสุกล หรือใบทะเบียนสมรส หรือใบหย่า ถ้ามี

ก่อนไปขับรถที่ญี่ปุ่นได้ ต้องมีใบขับขี่สากลเสียก่อน
ก่อนไปขับรถที่ญี่ปุ่นได้ ต้องมีใบขับขี่สากลเสียก่อน

เมื่อไปถึงสำนักงานขนส่ง ก็ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าไปทำใบขับขี่สากลได้ที่ไหน เมื่อเจ้าหน้าที่บอกจุดที่จะต้องไปแล้ว เราก็นำเอกสารไปยื่น ในขั้นตอนนี้ ถ้าเตรียมเอกสารมาครบแล้วก็จะประหยัดเวลาได้มาก ค่าบริการในการทำใบขับขี่สากลคือราคา 505 บาท ตอนที่ผมทำก็ใช้เวลาทำรวมแล้วไม่เกิน 30 นาที เพราะผู้ใช้บริการไม่ได้เยอะมาก ในช่องทำใบขับขี่สากล เราจะได้ใบขับขี่สากลกลับบ้านมาเลยในวันนั้น โดยใบขับขี่สากลจะมีอายุ 1 ปีนับตั้งแต่วันออกบัตร

เช่ารถในญี่ปุ่น ที่ไหนดี

สำหรับการจองรถเช่าในญี่ปุ่นทริปนี้ ผมใช้บริการเว็บไซต์ Rentalcars.com ในการจองและเลือกรถ (จองกับเว็บ Nissan Rent a Car โดยตรงก็ได้ ผมใช้ Rentalcars.com เพราะตอนแรกไม่รู้จะเลือกผู้ให้บริการเจ้าไหนดี) เพราะว่าเว็บไซต์แบบนี้จะรวบรวมรถยนต์ในเช่าจากผู้ให้บริการหลายๆรายมาให้เราเลือกในที่เดียว ตอนแรกผมอยากได้รถคันเล็กๆทรงกล่องๆ เพราะอยากลองขับรถแบบนี้ดู เลยจองรถ Nissan Dayz พร้อม GPS จาก Nissan Rent a car ไว้ โดยระยะเวลาในการเช่ารถที่ญี่ปุ่นนี้ประมาณ 3 วัน รวมค่าใช้จ่ายในการจองรถประมาณ 5,362 บาท (แบ่งเป็นค่าเช่ารถสามวัน 3,416 บาท และค่าประกันที่ผมซื้อเพิ่ม 1,946 บาท) คือผมคิดเอาเองว่า การไปขับรถต่างบ้านต่างเมือง หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายน่าจะสูง ผมเลยเห็นว่ามีประกันอันไหนขาย ผมก็ซื้อไว้ก่อน กันเหนียว

Nissan Rent a Car สาขาสถานีรถไฟเกียวโต
Nissan Rent a Car สาขาสถานีรถไฟเกียวโต

ผมมาอ่านเจอที่หลังว่า ประกันที่ผมซื้อ เป็นประกันที่ให้บริการโดย Rentalcars.com เอง โดยในเงื่อนไขก็คือเมื่อมีค่าใช้จ่าย เราต้องจ่ายเองไปก่อนแล้วทำเบิกกับ Rentalcars.com ซึ่งทางเว็บจะบริการรวดเร็วเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำประกันในประเทศญี่ปุ่น จำได้ว่าน่าจะเป็นการเคลมเงินคืนได้ภายใน 3 วันทำการ แต่สำหรับผมพอเป็นแบบนี้ เราเดาไม่ออกว่าค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุจะแพงขนาดไหน ถ้าต้องจ่ายก่อนอาจทำให้ทริปเราหมดสนุกได้ เพราะการเช่ารถของเราอยู่ในวันแรกๆของทริปเลย

การรับรถยนต์ที่เราเช่าไว้

เมื่อวันที่เช่ารถในญี่ปุ่นมาถึง ผมเดินทางมาถึงสถานีรถไฟเกียวโต (Kyoto Train Station) เพราะร้าน Nissan Rent a Car สาขาที่ผมจองรถไว้ อยู่ติดกับสถานีรถไฟเกียวโตเลย (ผมเห็นในแผนที่ว่าร้าน Nissan Rent a Car มีหลายสาขาในเกียวโต) โดยออกจากประตูฮาจิโช (Hachijo Exit) แล้วเดินไปทางขวา อึดใจเดียวก็จะเจอร้าน Nissan Rent a Car

ทำเอกสารเช่ารถนานหน่อย
ทำเอกสารเช่ารถนานหน่อย

สำหรับการเช่ารถในญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น มีการกรอกเอกสารค่อนข้างเยอะ เราเดินเข้าไปในร้านแล้วยื่นเอกสารการจองให้เจ้าหน้าที่ ที่สาขานี้สะดวกหน่อย เพราะมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้มาช่วยอำนวยความสะดวก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำเอกสารมาให้เรากรอกและเซ็นชื่อ พร้อมทั้งขอหนังสือเดินทางและใบขับขี่สากลไปทำสำเนาเก็บไว้ การเช่ารถที่นี่ ถ้าเราไม่มีใบขับขี่สากล ก็น่าจะไม่สามารถเช่ารถได้ หากจะขับรถกันหลายคน ทุกคนที่จะขับก็ต้องมีใบขับขี่สากลทั้งหมดทุกคน ทริปนี้ทั้งผมและหนูทำใบขับขี่สากลไว้ทั้งคู่ เราเลยยื่นเอกสารไว้ให้ก่อนเลย อย่างน้อยยื่นความจำนงค์ว่าเราจะขับรถสองคน มาต่างประเทศเราไม่ค่อยอยากเสี่ยงหากทำผิดกฎจราจรแล้วดันไม่มีใบขับขี่สากลอีก เดี๋ยวจะยุ่ง

ถ้าต้องใช้ทางด่วน อย่าลืมเช่าบัตร ETC ไปด้วย

ระหว่างนี้ผมก็สอบถามขอเช่าบัตรทางด่วน ETC Card (Electronic Toll Collection) จากทางบริษัทเช่ารถไปด้วยเลย เพราะดูเส้นทางมาล่วงหน้าแล้วมีการต้องใช้ทางด่วนด้วยทั้งไปและกลับ เจ้าบัตร ETC นี้ก็จะคล้ายๆกับระบบบัตรอีซี่พาสในทางด่วนบ้านเรา ซึ่งบัตรนี้จะทำให้เราผ่านทางด่วนได้ด้วยช่องอัตโนมัติเหมือนช่องอีซี่พาส แต่การเก็บเงินจะมาเก็บรวดเดียวตอนคืนรถ สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ ขออภัยที่ผมจำค่าเช่าบัตรนี้ไม่ได้ ราคาโอเคพอรับได้ แต่ที่มันแพงคือค่าทางด่วนที่เราจะใช้มากกว่า

ได้รถแล้ววว
ได้รถแล้ววว

ขั้นตอนเอกสารนี่ใช้เวลานานเหมือนกัน ผมเห็นคนญี่ปุ่นมาเช่ารถแล้วได้รถออกไปแล้วสองสามคน ของผมยังไม่เสร็จขั้นตอนเอกสารเลย ในที่สุดเราก็ได้รถยนต์เช่ามาขับ แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่รถ Nissan Dayz นี่นา นี่มันเป็น Nissan Note!!!! ผมเลยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราจอง Nissan Dayz มานะ เจ้าหน้าที่ไปเช็คแล้วบอกว่ารถ Nissan Dayz หมด เลยให้รถที่อยู่ในเกรดราคาเช่าเดียวกันแทน โถชีวิต อยากขับรถกล่องก็ไม่ได้ขับ แต่ทริปเราก็ต้องเดินหน้า ผมเอารถ Nissan Note ก็ได้

แนะนำให้เลือกรถที่มีจีพีเอสเป็นภาษาอังกฤษ

ถ้าได้รถที่มีจีพีเอสภาษาอังกฤษละก็สบายเลย
ถ้าได้รถที่มีจีพีเอสภาษาอังกฤษละก็สบายเลย

หลังจากตรวจเช็ครอบคันรถเสร็จ ก็ให้เจ้าหน้าที่สอนใช้ระบบจีพีเอสในรถ ที่ญี่ปุ่นนี้เราเลือกใช้จีพีเอสในรถมากกว่าที่จะใช้กูเกิ้ลแมพ เพราะว่าบางที่ชื่อสถานที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วเราจะค้นหาในกูเกิ้ลแมพด้วภาษาญี่ปุ่นก็จะลำบาก แต่จีพีเอสในรถ สามารถเลือกสถานที่เที่ยวชื่อดัง หรือแม้แต่จะค้นหาด้วยเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่ก็ทำได้ เรางมอยู่นานในการหาว่าจุดหมายปลายทางที่อิเนะนั้นจะต้องเสร็จยังไง สุดท้ายเราก็เลือกเอาสักจุดหมายหนึ่งที่มันเขียนว่า อิเนะ อิเนะ อะไรสักอย่าง พอไปถึงใกล้ๆ ตรงนั้นเดี๋ยวก็คงหาทางไปต่อได้เอง

การขับขี่รถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น

ผมเริ่มต้นขับรถ Nissan Note ลงถนนในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในชีวิต วิ่งไปตามคำแนะนำของจีพีเอสอย่างเคร่งครัด 555 เรียกกว่าไม่ออกนอกเส้นทางคำแนะนำเลย เส้นทางถนนจากในเมืองเกียวโต มุ่งสู่เส้นทางออกนอกเมืองเพื่อไปยังอิเนะนั้น ถือว่าค่อนข้างขับง่าย เพราะถนนในญี่ปุ่นขับฝั่งเดียวกับเมืองไทย ไม่ต้องปรับตัวอะไรเยอะ แต่ที่ผมสังเกตุเห็นคือความเคร่งครัดในวินัยจราจรของที่ประเทศญี่ปุ่นนี้เคร่งครัดมาก ผมพยายามขับให้ถูกกฎจราจรไว้ก่อน ไม่อยากให้มีปัญหา

ลงถนนครั้งแรก ชะลอความเร็วทุกแยก เป็นเด็กดีมากๆ
ลงถนนครั้งแรก ชะลอความเร็วทุกแยก เป็นเด็กดีมากๆ

เมื่อเริ่มออกนอกเมือง ก็เริ่มเข้าสู่เขตที่เราต้องขึ้นทางด่วนโดยใช้บัตร ETC ที่เช่ามากันเลย บัตรนี้ใช้งานสะดวก เราแค่ขับเข้าช่องที่เขียนว่า ETC เท่านั้นก็ผ่านได้โดยสะดวก เส้นทางด่วนที่เราใช้ครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่ยิ่งกันยาวๆกว่าสองชั่วโมง วิ่งทะลุอุโมงค์ผ่านภูเขาหลายสิบอุโมงค์ ผมสังเกตุเห็นการตัดถนนของญี่ปุ่น คือพยายามไม่ทำให้มีเส้นทางที่เลี้ยวหักศอก ไม่ต้องไต่เขาสูงๆขึ้นลง ใช้เจาะภูเขาทำอุโมงค์เลย รถจะได้มีโอกาสเกิดอุบัตเหตุได้น้อย เส้นทางเหล่านี้วิ่งผ่านป่าเขา เห็นเป็นทิวเขาเขียวๆเต็มไปหมด และมีป้ายเตือนให้ระวังสัตว์ป่าวิ่งตัดถนนกันอยู่เรื่อยๆ เส้นทางด่วนนี้แทบจะไม่มีบ้านคนเลยในระหว่างทาง ยกเว้นเป็นย่านชุมชนที่พอจะเห็นบ้านคนบ้าง

การจำกัดความเร็วตามกฎหมายญี่ปุ่น

ขับซิ่งมากไม่ได้ ค่าปรับมันแพง
ขับซิ่งมากไม่ได้ ค่าปรับมันแพง

สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นอีกอย่างก็คือการควบคุมความเร็วสูงสุดของรถบนถนน เห็นป้ายเขียนไว้ที่ความเร็ว 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าสายซิ่ง(ไม่เป็น)อย่างผม… ขับช้าไม่เกินความเร็วที่กำหนดแน่นอน เราเห็นรถวิ่งที่ความเร็ว 90 ต่อกันเป็นขบวนวิ่งกันไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยจะมีใครแซงใคร นานๆทีจะเห็นรถขับแซงเราไปสักคันนึง เห็นขับช้าต่อคิวกันแบบนี้ ไม่มีใครบีบแตรให้คันข้างหน้าเร่งความเร็ว เพราะนี่คือสิ่งที่กฎหมายกำหนด มันแปรสภาพมาเป็นวินัยของชาวญี่ปุ่นที่ปฎิบัติกันมาจนเป็นแบบนี้ได้

ขับทะลุภูเขาผ่านอุโมงค์ไม่รู้กี่สิบอุโมงค์เลย
ขับทะลุภูเขาผ่านอุโมงค์ไม่รู้กี่สิบอุโมงค์เลย

ถ้าเราเหนื่อยล้า ให้ขับเข้าจุดแวะพัก

การขับรถบ้านทางไกลบ้านเรา จะมีปั๊มน้ำมันให้แวะเติมพลังคนขับหรือแวะให้เราเข้าห้องน้ำได้เรื่อยๆ แต่บนทางด่วนที่ญี่ปุ่นนี้ ไม่มีปั๊มเรียงราย ถ้าให้เปรียบเทียบก็น่าจะคล้ายๆ ทางด่วนที่วิ่งจากบางนาไปชลบุรี วิ่งกันยาวๆเลย แต่ถ้าใครจะเข้าห้องนักหรือต้องการพัก ก็ให้มองหาป้ายบอกทางไป Rest Area หรือจุดแวะพัก ซึ่งส่วนใหญ่จุดแวะพักจะไม่ได้ให้เราจอดกันข้างถนน แล้วจะให้เลี้ยวเข้าไปเป็นจุดแวะพัก มีลานจอดรถกว้างๆ มีห้องสุขาและบริการขายของต่างๆ บางที่จะเป็นร้านขายของเกษตรกรรมจากคนท้องถิ่น หรือจุดแวะพักบางที่ก็ยิ่งใหญ่ไปเลย มีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู๊ดคอร์ตให้กินอาหารเป็นเรื่องเป็นราวเลย

ลานจอดรถของจุดแวะพัก
ลานจอดรถของจุดแวะพัก

แต่ที่ไม่ต่างกันเลยก็คือ ความสะอาดของห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นจุดแวะพักไหนที่เราเจอ จะห่างไกลความเจริญแค่ไหน ห้องน้ำในจุดแวะพักที่ญี่ปุ่นที่เราเจอมา สะอาดมากในทุกๆจุด อยากให้เจ้าหน้าที่ไทยมาดูงานห้องน้ำแล้วเอาไปพัฒนาให้บ้านเราสะอาดแบบนีบ้าง

จอดรถในที่ห้ามจอด ค่าปรับแพงนะ

เรื่องที่จอดรถ ที่ญี่ปุ่นนี้ห้ามจอดรถข้างถนน เพราะถือว่าผิดกฎหมายและเสียค่าปรับแพงมากต่อครั้ง เราต้องจอดรถในที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น ส่วนใหญ่ที่เราเจอคือจะมีบริการที่จอดรถอยู่ในที่หลักๆที่เราจะไปอยู่แล้ว (โดยมากเสียค่าใช้จ่าย) ถือว่าไม่ได้มีความลำบากใดๆในการหาที่จอดรถของเราในทริปนี้

จีพีเอสพาหลง

อย่าลืมตรวจเช็คว่าจีพีเอสที่ตั้งไว้ถูกต้องหรือยัง ตรวจดูจากกูเกิ้ลแมพคู่ไปด้วยก็ได้
อย่าลืมตรวจเช็คว่าจีพีเอสที่ตั้งไว้ถูกต้องหรือยัง ตรวจดูจากกูเกิ้ลแมพคู่ไปด้วยก็ได้

ในขากลับจาก Ine มายังเกียวโตของเรา เพราะพยายามหาทางไปวัดน้ำใสที่เกียวโต เราใช้จีพีเอสค้นหาจากชื่อวัดแล้วก็มุ่งหน้ากันไปเลย กะว่าจะไปเที่ยววัดก่อนที่จะเอารถไปคืน ขับไปขับมา ทำไมป้ายถนนมันไม่ให้ไปทางเกียวโตสักทีนะ ขับจนลงทางด่วนมา แล้วก็เริ่มเอะใจว่า ทำไมมันบอกว่าใกล้ถึงวัดแล้ว แต่พอเราดูจากกูเกิ้ลแมพ พบว่าห่างไปอีกร้อยกว่ากิโลเมตร พระเจ้า เราหลง! คงมีชื่อวัดคล้ายๆกันอยู่ในเมืองนี้ด้วย หลงมาชั่วโมงกว่า เลยตัดสินใจแวะกินข้าวแถวนั้นไปเลย จนป่านนี้ผมยังจำไม่ได้ว่าที่เราหลงไปคือส่วนไหนของญี่ปุ่น เมื่ออิ่มท้องค่อยตั้งสติตั้งค่าจีพีเอสใหม่ คราวนี้เราเปลี่ยนแผนว่าจะคืนรถที่ร้านไปก่อนเลย แล้วเราค่อยไปเที่ยววัดในเกียวโตต่อด้วยตัวเอง

คืนรถเช่าในญี่ปุ่น

เมื่อเราขับมาถึง Nissan Rent A Car ในเกียวโตอีกครั้ง ขั้นตอนการคืนรถก็จะค่อนข้างจะคล้ายกับการคืนรถเช่าในประเทศไทย คือเอาเอกสารเช่ารถไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ เค้าก็จะออกมาตรวจสอบรอบคัน ตรวจสอบปริมาณน้ำมัน ซึ่งเริ่มเติมคืนให้เติมถังแล้วก่อนเข้ามาคืนรถ และเจ้าหน้าที่จะเอาบัตร ETC ออกไปสแกนดูว่ามียอดค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ซึ่งรอบนี้มีค่าทางด่วนตลอดทริปที่เราใช้ไป 6,000 กว่าบาท จ่ายได้ด้วยบัตรเครดิต เท่านี้เราก็ลอยตัวไปเที่ยวต่อได้

ขับรถนานก็เมื่อยเป็นธรรมดาครับ
ขับรถนานก็เมื่อยเป็นธรรมดาครับ

เช่ารถในญี่ปุ่น เหมาะกับใครบ้าง

ถ้าคุณต้องการเดินทางหลายคน และต้องการไปในสถานที่ห่างไกลที่รถสาธารณะเข้าถึงยาก หรือมีรอบรถน้อย หรืออยากแวะระหว่างทางหลายๆ จุดตามความสะดวกของเรา แบบนีน่าจะเหมาะกับการเช่ารถครับ สำหรับค่าใช้จ่ายในการเช่ารถที่ญี่ปุ่นเมื่อหารกันสักสามสี่คน ก็น่าจะค่าใช้จ่ายตกแล้วราคาเหมาะสม ลองคำนวณแล้วเปรียบเทียบดูกับค่าเดินทางสาธารณะดูก่อนครับ อย่าลืมเผื่อค่าทางด่วนและค่าที่จอดรถครับ ผมคิดว่าถ้าเช่ารถขับในโตเกียวน่าจะยากในการหาที่จอดรถและค่าใช้จ่ายในการจอดรถจะค่อนข้างสูง ในกรณีนี้ เดินทางด้วยรถสาธารณะจะสะดวกกว่าครับ

ถึงอ่านป้ายภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แต่สัญญานไฟเข้าใจได้ง่ายเสมอ

หากผู้อ่านท่านใดมีประสบการณ์ในการเช่ารถที่ญี่ปุ่น ก็ลองมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังกันบ้างนะครับ

เช่ารถในญี่ปุ่น กับ Nissan Rent a Car

ราคาหลากหลายตามรุ่นรถ
8.1

ตัวเลือกของรถยนต์

7.8/10

ขั้นตอนการรับรถ

7.5/10

ความครอบคลุมของบริการเสริมต่างๆ

8.5/10

ค่าบริการเช่ารถ

8.0/10

ขั้นตอนการคืนรถ

8.5/10

สิ่งที่ชอบ

  • มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษ
  • รถยนต์ที่ใช้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเยอะดี
  • มีรุ่นรถยนต์ให้เลือกครอบคลุมหลายขนาด

สิ่งที่ต้องพิจารณา

  • ขั้นตอนการรับรถ ใช้เวลานานไปหน่อย
  • รถรุ่นที่จองอาจจะหมด แต่ได้รถเกรดเดียวกันมาทดแทน (อันนี้คงเป็นทุกที่)
  • มียี่ห้อรถให้เลือกแค่ของนิสสัน

0 comments on “รีวิว เช่ารถในญี่ปุ่น กับ Nissan Rent a Car

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นหรือแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: