Outdoor Style

คำแนะนำที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้การใส่รองเท้าแบบ sockless

อยากใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงเท้า แต่เมืองไทยก็ร้อนเหงื่อแตก ทำยังไงดี

ในประเทศไทยของเรานั้นมีภูมิอากาศที่ร้อนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีโอกาสในการใส่รองเท้าที่ไม่ต้องใส่ถุงเท้า (Sockless) เพราะจะได้ให้ผิวหนังได้ระบายอากาศออกจากข้อเท้า แถมยังมีความเท่ของการใส่รองเท้าแบบไม่มีถุงเท้าด้วย หากเลือกใส่รองเท้าที่เหมาะกับการทำสิ่งนี้

แต่อย่างไรก็ตาม การใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงเท้านั้น มีโอกาสก่อให้เกิดกลิ่นเท้าอันไม่พึงประสงค์ได้ง่าย หากเป็นรองเท้าผ้าใบแบบสนีกเกอร์ อาจจะยังพอซักรองเท้าให้ทุเลากลิ่นได้ แต่หากเป็นรองเท้าหนังที่มีกลิ่นเท้าติดมาแล้ว ก็ทำให้กลิ่นจางลงค่อนข้างยาก

การใส่รองเท้าแบบ sockless หรือไม่ใส่ถุงเท้านั่นเอง

ลองมาดูวิธีเตรียมตัวใส่รองเท้าแบบโชว์ข้อเท้า ให้ใส่ได้อย่างสบายใจ ไร้ความกังวล ด้วยตัวช่วยเหล่านี้กันดีกว่าครับ

1. เสริมพื้นรองเท้าแบบที่ถอดมาทำความสะอาดได้

สำหรับรองเท้าหนังแล้ว เป็นรองเท้าที่ดูดกลิ่นได้ดี เรียกได้ว่าหากมีกลิ่นเท้าติดไปแล้ว ติดทนนานแทบจะอยู่กับรองเท้าเราไปจนวันตายเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีการป้องกันก็คือให้ลองหาพื้นรองเท้ามาเสริมสักหน่อย ลองเลือกแบบที่ล้างทำความสะอาดได้ หรือหากหาแบบที่ล้างทำความสะอาดได้ไม่เจอ ก็ลองหาแผ่นรองพื้นรองเท้าสำรองไว้สักสองสามชุด เอาไว้เพื่อให้ใส่สลับสับเปลี่ยนกันได้ ไม่ให้กลิ่นอับตกค้าง

2. ใช้สครับขัดเท้าให้สะอาดก่อนใส่แบบไม่มีถุงเท้าทุกครั้ง

ตัวที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้าก็คือเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่ติดอยู่กับเท้าของเรา แนะนำให้ลองขัดเท้าด้วยสครับขัดผิว หรือสครับขัดเท้าที่มีขายตามร้าน บูทส์ , วัตสัน หรือตามซูเปอร์มาร์เก็ต ทั่วไปครับ คืนก่อนวันใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงเท้า ให้ใส่ใจทำความสะอาดเท้าเป็นพิเศษไปด้วยเลยในช่วงที่อาบน้ำ

3. ลดเหงื่อ ลดกลิ่นอับที่เท้าก่อนใส่รองเท้า

แป้งลดเหงื่อที่ใช้ทาเท้า หรือแม้กระทั่งสเปรย์ลดกลิ่นอับเท้า สามารถนำมาใช้เพื่อการณ์นี้ได้ทั้งสองแบบ

4. ใส่ถุงเท้าซ่อน

เดี๋ยวนี้ในเมืองไทยก็มีขายถุงเท้าซ่อนกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สำหรับคนที่ใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงเท้าไม่ได้จริงๆ เหมือนผม (เพราะผมเป็นคนที่มีเหงื่อที่เท้าเยอะมาก) ถุงเท้าซ่อนจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญและทำให้เราใส่รองเท้าที่ดูเหมือนไม่ใส่ถุงเท้าได้อย่างสบายเท้าและสบายใจ ในบ้านเรา ผมเห็นถุงเท้าซ่อนขายกันมากมายตามตลาดนัดและร้านถุงเท้าต่างๆ แต่หากอยากได้แบบคุณภาพดีขึ้นมาหน่อย ลองไปดูที่ร้านมูจิ, เอชแอนด์เอ็ม หรือร้านยูนิโคล่ ดูครับ ร้านเหล่านี้อาจขายถุงเท้าซ่อนในราคาที่สูงขึ้นหน่อย แต่บางยี่ห้อก็มีเทคโนโลยีใส่เข้าไปถุงเท้า เพื่อช่วยลดกลิ่นอับ หรือมีแถบยางที่ส้นเท้า กันถุงเท้าลื่นหลุดจากส้นเท้าอีกด้วย

ซึ่งเจ้าถุงเท้าซ่อนนี้ สามารถใส่ได้กับรองเท้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่รองเท้าเดรสชูวส์แบบ ออกซ์ฟอร์ด หรือแม้แต่รองเท้าผ้าใบแบบสนีกเกอร์ก็ยังได้ แต่หากรองเท้าของคุณเป็นรองเท้าที่คว้านหน้าเท้าลึกแบบรองเท้าโลฟเฟอร์ หรือรองเท้าแบบโบ้ตชูวส์ ก็ต้องคอยมองหาถุงเท้าซ่อนที่คว้านหน้าเท้าลึกเป็นพิเศษ ร้านเหล่านั้นที่ผมกล่าวไปข้างต้น พอจะมีจำหน่ายครับ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเวลาขอบถุงเท้ามันแลบออกมา

5. ใช้ชูว์ทรีส์กับรองเท้าทุกครั้งหลังใส่

ประเด็นสำคัญคือใช้รักษาทรงรองเท้าสุดรักให้อยู่ทรง และไม้ซีดาร์ เป็นไม้ชนิดที่ช่วยดูดความชื่นและช่วยดับกลิ่นได้ด้วยครับ

6 ไม่ควรใส่รองเท้าคู่เดิมซ้ำกันทุกวัน

การใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงเท้า หรือแม้กระทั่งใส่ถุงเท้าซ่อนแล้วก็ตาม มักจะมีส่วนของผิวหนังที่เท้าที่โผล่พ้นถุงเท้ามาสัมผัสกับพื้นผิวรองเท้า ซึ่งสิ่งนี้เป็นการเพิ่มความชื้นให้กับรองเท้าของเราแบบเต็มๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ผมแนะนำว่าไม่ควรใส่รองเท้าคู่เดิมติดกันทุกวัน ให้หารองเท้าคู่อื่นใส่สลับกัน อย่างน้อยวันเว้นวัน เพื่อให้ความชื้นในรองเท้าได้มีการระบายให้แห้งสนิท ก่อนการใช้งานในครั้งต่อไป

7 ก่อนใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงเท้า โปรดทำให้รองเท้าเบรคอินเสียก่อน

สำหรับรองเท้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ อย่าได้คิดใส่แบบไม่ใส่ถุงเท้าในทันที ในช่วงแรกๆ หลังจากซื้อรองเท้ามา ควรใส่แบบใส่ถุงเท้าก่อนสัก 5-6 ครั้ง เพื่อให้รองเท้าได้เบรคอินหรือปรับสภาพเข้ากับรูปเท้าของเราเสียก่อน หลังจากนั้นค่อยเริ่มใส่แบบไม่ใส่ถุงเท้า ซึ่งเหตุผลที่ต้องทำอย่างนี้ ก็เพราะไม่อยากให้คุณต้องโดนรองเท้ากัดตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองใส่ไงครับ

การใส่รองเท้าแบบ sockless

0 comments on “คำแนะนำที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้การใส่รองเท้าแบบ sockless

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นหรือแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: