เทคนิค(ไม่)ลับ ในการทำ Viral วีดีโอคลิป

ากคุณต้องการสร้าง Viral วีดีโอคลิป เพื่อให้ดัง และประสบความสำเร็จ ในการมีผู้เียี่ยมชมล้นหลาม ระดับเป็นล้าน ๆ คน สิ่งเหล่านี้ ย่อมมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยส่งเสริม ให้เนื้อหาของ Viral วีดีโอคลิปนั้น ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก สำหรับตัวเนื้อหาของวีดีโอเอง ก็ย่อมเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันก็แล้วแต่ว่าเราจะสร้าง เรื่องอะไร สำหรับเรื่องนี้ เรามาว่ากันถึงมุมทางเทคนิค และข้อควรทำกันล้วน ๆ (more…)

การทำ blog อย่างยั่งยืน

ทุกวันนี้ blog ต่าง ๆ ในไทย เกิดขึ้นมากมาย บ้างมีคุณภาพ บ้างก็ทำขึ้นมาเพื่อเป็น spam หรือที่เราเรียกกันว่า “Splog” แต่ผมอยากให้ทุกท่านที่มี blog แล้ว หรือที่คิดกำลังจะมี blog ว่าทำอย่างไร ให้ blog ของเราเติบโตอย่างมีคุณภาพ ถ้ายิ่งเป็นคุณภาพที่สูงด้วย จะยิ่งดีต่อ blog ของคุณเองแน่นอนครับ

ที่ผมพูดถึงประเด็นนี้ ก็เพราะว่า ทุกวันมี blog เกิดใหม่เพียบ หลาย ๆ คนเห็นว่าเขียน blog แล้วเอามาติด adsense เดี๋ยวก็ได้เงินเยอะแยะ เลยปั๊ม blog ขึ้นมากันใหญ่ บางคนใช้ฟรี articles ที่เค้ามีแจกกัน ก็คงไม่ได้ผิดกติกาอะไร แต่บางคนเล่น copy เนื้อหาของคนอื่นมาใช้กันดื้อ ๆ โอเคว่าตอนนี้ ad อย่าง google adsense กำลังมาแรงในบ้านเรา แต่ถ้ามองถึงอนาคต โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน หากเราหวังแต่เงินจาก google adsense แล้วสร้าง blog ที่ไม่มีคุณภาพขึ้นมา คุณเองจะไม่สามารถต่อสู้ในโลกธุรกิจได้ในระยะยาว

ทำไมต้องทำ blog ที่มีคุณภาพ

ถ้าคุณสร้าง blog ที่มีคุณภาพสูงออกมาแล้ว แน่นอนว่าระยะยาว ย่อมได้เปรียบคู่แข่ง ในแง่เนื้อหาของ blog ที่น่าสนใจ หรือเนื้อหาอื่น ๆ ที่คุณเสริมเข้าไป เพื่อให้ blog ของคุณน่าสนใจ เมื่อเราทำ blog ที่มีคุณภาพสูงออกมาแล้ว ปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ อย่าง google adsense หรือ การทำ seo ใน google เอง ก็ล้มเราได้ลำบาก

ลองคิดกันเล่น ๆ ว่า AIS ที่ยิ่งใหญ่ ยังมีวันแย่ได้ หรือ ไมโครซอฟต์ ยังมีคนจ้องโค่นบัลลังค์ ถ้าวันนี้เราติดอันดับต้น ๆ ใน google วันหน้าอาจไม่ใช่ เพราะคู่แข่งมากขึ้น หรือ อัลกอริธึ่มของ google อาจเปลี่ยนไปก็ได้ หรือบางที google เองอาจตกกระป๋อง เพราะ search engine อื่นมาแรงกว่า การมุ่งทำ SEO อย่างเดียว อาจไม่ใช่สิ่งสุดท้าย ที่คุณต้องทำเพื่อโปรโมท blog ของคุณ เนื้อหาที่มีคุณภาพต่างหากที่สำคัญกว่า เพราะไม่ว่าการจัดอันดับของ Search Engine จะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ถ้าคุณยังคงเนื้อหาคุณภาพสูงเอาไว้ มันไม่ใช่ประเด็นที่คุณต้องกลัวเลยว่า คนจะไม่เข้า blog ของคุณ

blog ที่มีคุณภาพสร้างได้อย่างไร
ในส่วนนี้ อยากให้คนที่ทำ blog ลองสร้างเนื้อหาขึ้นมาเอง ถึงแม้ว่าฟรี articles ที่เค้ามีแจกกัน จะเอามาใช้ได้ แต่ถ้าทำเนื้อหาเอง มันจะเป็น unique content มากกว่านะครับ

สำหรับการทำ SEO นั้น คนที่ทำ SEO อย่างไร้สติ จะทำให้เนื้อหาของคุณเต็มไปด้วย keyword ที่อ่านไม่เป็นภาษาที่สละสลวย ผมเห็นคนทำ SEO ระดับมืออาชีพ เค้าไม่ spam keyword กันนะครับ ไม่ได้เอา keyword เยอะ ๆ มายัดในเนื้อหาให้อ่านไม่รู้เรื่องนะครับ ลองมองประเด็นนี้ดี ๆ คือสร้าง content ที่ดี และอ่านออกเป็นภาษามนุษย์ แล้วเดี๋ยวเรื่อง SEO มันตามมาเป็นผลพลอยได้เอง ถ้าจะตั้งใจทำเพื่อ SEO อย่าใส่ keyword จนเลอะเทอะครับ
การสร้าง blog ที่มีคุณภาพ ต้องทำการบ้านเยอะครับ หาข้อมูลเยอะ จับประเด็นออกมาเขียนให้ได้ และนอกเหนือจากการทำเนื้อหา ก็คือการจัดการ blog ของคุณให้คนอ่าน อ่านได้ง่าย อยากให้ลองเน้นว่าเราทำ blog เพื่อท่านผู้อ่าน มิใช่ทำ blog เพื่อตัวเราเองครับ

blog ไร้คุณภาพ กำลังจะตาย

ทุกวันนี้ คนที่ทำเว็บหรือ blog ขึ้นมาเพื่อติด adsense หรือที่เค้าเรียกว่า Made for adsense นั้นมีมากขึ้นทุกที ทำเอาตลาดวายไปเลย เพราะรายได้จาก adsense นั้นลดลงเรื่อยๆ ผมมั่นใจว่า google สามารถปรับปรุงระบบของตนเอง ให้รับมือกับการเจอกับ blog หรือเว็บพวก Made for Adsense ได้แน่นอน และเมื่อนั้น blog เหล่านี้ก็ต้องพับฐานไปแน่นอน และเมื่อเวลานั้นมาถึง blog ที่มีคุณภาพ ยังอยู่แน่นอน เพราะใคร ๆ ก็ชอบของที่มีคุณภาพ รวมถึง sponsor หรือผู้สนับสนุนต่าง ๆ ก็ชอบด้วย

ผมชอบที่คุณ bignose พูดเหน็บเว็บประเภท made for adsense ไว้ในบทความเรื่อง ความไม่แน่นอนของ Adsense ว่า

คาดว่ามี website ประเภท MFA (Made For Adsense) เล็ดลอดเข้ามา (ผมชอบจะเรียกว่า website Mafia ทุกทีี)

ประเด็นที่ผมอยากสรุปก็คือ blog ที่มีคุณภาพ นั้นอยู่ได้นานอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ

7 เทคนิค การสร้าง Blog อย่างมืออาชีพ

ถ้าต้องการสร้างบล็อกให้เป็นอย่างมืออาชีพ คุณต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจในสิ่งเหล่านี้ครับ

1. ใส่ใจกับรูปแบบดีไซน์ของ blog
ลองสังเกตดูง่าย ๆ ครับ สำหรับบล็อกชั้นนำของโลก ต่างก็ไม่ได้ใช้ template แจกฟรีที่มีกันทั่วไป แต่บล็อกชั้นนำเหล่านี้ ต่างก็ออกแบบดีไซน์ของบล็อกขึ้นมาเองทั้งหมด ทำให้บล็อกนั้นดูมีความแตกต่าง และมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

2. ใส่ใจกับเนื้อหาของบล็อก
ก่อนที่คุณจะสร้างบล็อกขึ้นมาซักแห่งหนึ่ง ลองวางแนวทาง ของเนื้อหาในบล็อกดูก่อนครับ ว่าเราต้องการจะนำเสนอบทความรูปแบบไหน เราจะมีวิธีนำเสนอไปในทางใด สิ่งเหล่านี้ จะทำให้คุณไม่หลุดประเด็น จากที่คุณตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกไงครับ เช่น บล็อกของ keng.com ต้องการจะเป็น บล็อกที่นำเสนอข้อมูลด้านการทำบล็อก ดังนั้นผมวางแนวทางไว้ว่า ต้องมีข่าวสารวงการบล็อกทั่วโลก มาให้ผู้อ่านได้อ่านกัน และยังต้องมีเทคนิคการทำบล็อกสำหรับมือใหม่ เช่นบทความเรื่อง “blog คืออะไร?” และมีเทคนิคสำหรับขั้นผู้เชี่ยวชาญ เช่นการใส่ Tag หรือการ Ping ไปยัง blog search engine เป็นต้น ตัวอย่างข้างต้น ดังเช่นตัวอย่างบทความ ที่ผมเขียนขึ้นมาเหล่านี้ เป็นแนวทาง ในการกำหนดทิศทางของบล็อกครับ

3. ใส่ใจผู้อ่าน มากกว่าใส่ใจตัวเอง
เนื้อหาของบล็อกเป็นสิ่งที่ผุ้อ่านใส่ใจใคร่รู้ ไม่ใช่ป้ายโฆษณาที่เราวางระเกะระกะในเว็บไซต์แต่อย่างใด ดังนั้นการจัดรูปแบบโฆษณา ต้องคำนึงถึงจิตใจผู้อ่านด้วยนะครับ ว่าถ้าเป็นเราเอง ไปอ่านบล็อกคนอื่น แล้วมีโฆษณามาเกะกะในตัวบทความ เราชอบหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าบทความของเราเขียนได้ดี ผู้อ่านก็จะมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก และอาจมีผู้อ่านมากขึ้นทุก ๆ วัน หลังจากนั้นแล้ว รายได้จากค่าโฆษณาจะตามมาเอง โดยที่เราไม่ต้องไปใส่โฆษณา แทรกลงไปในตัวบทความอีกด้วย

4. ใส่ใจ comment ที่มีเข้ามา
บล็อกสามารถใช้ประโยชน์ของการสื่อสาร ได้ด้วยระบบ comment ในตัวเอง ซึ่งโปรแกรมสร้างบล็อก (ฺBlogware) ส่วนใหญ่ มีระบบ comment ติดมาให้ด้วยอยู่แล้ว ลองใช้ระบบนี้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน comment การตอบ comment ต่าง ๆ บางครั้งเราอาจได้ประโยชน์ จากการดึงประเด็นเด็ด ๆ จาก comment มาใช้เขียนบทความก็เป็นได้ ดังนั้น ทุก ๆ วันคุณควรที่จะตรวจสอบว่ามี comment ใดเข้ามาบ้าง เพื่อที่จะได้ตอบได้ทันท่วงที เมื่อเราตอบได้เร็ว ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมในการสื่อสาร ทั้งสองฝ่ายก็แฮปปี้ครับ และจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราตรวจสอบ comment ทุกวัน เราสามารถลบพวก spam comment ออกได้อย่างทันควันไงครับ

5. ใส่ใจในมาตรฐานของเว็บไซต์
ไม่มีใครรู้ว่าบล็อกของเราจะมีคนเข้ามาอ่านมากแค่ไหน บางครั้งเราอาจต้องมีการปรับปรุงเว็บไซต์ หรือบางครั้งเราอาจต้องมีการปรับแต่งดีไซน์ เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างที่เราไม่คาดฝัน ลองมองไปถึงการดีไซน์บล็อกด้วย มาตรฐานของเว็บไซต์ (Web Standard) ซึ่งจะสามารถทำให้บล็อกของคุณ แสดงผลได้ดีในทุก ๆ browser และลองพยายามใช้ css ในทุก ๆ ส่วนที่คุณทำได้ เพราะตัว css นี้มีความยืดหยุ่นสูง ถ้าเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ต่าง ๆ เราจะได้ปรับเฉพาะแค่ไฟล์ css แทนที่จะไปแก้ html ในแต่ละหน้า ลองนึกดูครับว่า ถ้าวันใดที่คุณมีบทความประมาณ 1,000 บทความ แต่คุณต้องมานั่งแก้สีของกรอบรูปภาพ ที่คุณเคยเขียนโค๊ดใส่ border เข้าไปที่โค๊ดของรูปภาพโดยตรง แทนที่จะแก้ไขที่ไฟล์ css แค่บรรทัดเดียว

6. จัดตารางเวลาในการเขียนให้เหมาะสม
เมื่อตอนเริ่มเขียนบล็อก คุณอาจใช้เวลาไม่มากนักในการเขียนบทความ แต่เมื่อคุณเขียนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี แน่นอนว่าคงต้องมีการกระทบกับเวลาการทำงานอื่น ๆ ของคุณเช่นกัน ดังนั้นลองจัดสรรเวลาสำหรับเขียนบล็อก อาจจะตื่นเช้าสักหน่อย ใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน เขียนบทความสักหนึ่งตอน หรือจะเขียนบทความในช่วงดึก ๆ ก่อนนอนก็ได้ ตรงนี้แล้วแต่คนนะครับ ว่าคุณสะดวกแบบไหน หรือมีเวลาว่างในตอนอื่น ๆ ลองปรับให้เหมาะสมกับตัวเองดูีครับ

7. ใส่ใจเรื่องขนาดของภาพประกอบบทความ
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งฉันท์ใด บล็อกย่อมงามเพราะดีไซน์และภาพประกอบ (มั่วจริง ๆ เลยผม) ลองทำความรู้จักกับรูปแบบของไฟล์ภาพชนิดต่าง ๆ ดูนะครับ เช่นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .gif นั้น สามารถแสดงผลได้สูงสุด 256 สี แต่ไฟล์ภาพที่เป็นนามสกุล .jpg นั้นสามารถแสดงผลได้สูงสุด 16 ล้านสี ดังนั้นการเลือกที่จะเซฟภาพเป็นไฟล์นามสกุลอะไรนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะหากเลือกชนิดไฟล์ผิด ภาพที่ออกมาจะไม่สวย และไฟล์อาจมีขนาดใหญ่ผิดปกติ นั่นจะเป็นสิ่งทกินทรัพยากรของระบบ และบล็อกของคุณมากขึ้นไปอีก เพราะถ้ามีผู้อ่านเยอะ แต่ต้องรอโหลดภาพที่ใหญ่ผิดปกติ ผู้อ่านบางท่านอาจจะเลิกรอเลยครับ ผมขอแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการเซฟภาพดังนี้ครับ หากเป็นภาพถ่าย แนะนำให้ใช้เป็น jpg ส่วนถ้าเป็นไฟล์โลโก้ หรือภาพที่มีจำนวนสีน้อย ๆ ลองดูเป็น gif นะครับ

เทคนิคง่าย ๆ เพื่อการอัพเดท blog ได้บ่อย ๆ

มีคนถามมาทางอีเมล์ว่า ทำไมผมถึงสามารถอัพเดท blog ได้บ่อย ๆ วันนี้ผมเลยขอเอาเทคนิค ที่ผมใช้ในการดูแล blog ต่าง ๆ ของผมมาแบ่งปัน กันให้ลองทำนะครับ

1. แบ่งเวลาสำหรับ Blog

ผมเองก็ต้องทำงานเหมือนกันครับ  แต่ผมพยายาม ที่จะไม่เบียดเวลาการทำงาน เพื่อเอามาเขียน blog โดยผมจัดเวลาพิเศษ สำหรับการดูแล blog ไม่เกิน blog ละ 30 นาที (กรณีของผมต้องดูแลหลาย blog) คือใน 30 นาทีนี้ คุณต้องทำให้เสร็จทั้งหาข้อมูล เตรียมภาพ และเขียนบทความ ให้เสร็จภายใน 30 นาทีครับ ลองจัดเวลาดูครับ บางทีผมทำในช่วงเช้าตรู่ คือตอนตื่นนอนมา ก็อ่านข่าวและเขียน blog โดยใช้เวลา 30 นาที ก่อนไปจัดการธุระส่วนตัว และอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน และอีกทีคือช่วงดึก ๆ ก่อนนอนครับ ใช้เวลา 30 นาที เขียน blog เสร็จก็นอนหลับฝันดีเลยครับ บางคนอาจใช้เวลานานกว่า 30 นาที ก็ลองจัดเวลาที่เหมาะสมกับตัวคุณดูครับ อาจใช้เวลานานกว่านี้ได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไดครับ

2. คิดเตรียมเรื่องบทความเวลาที่ว่าง

บางครั้งผมมักจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตอนเวลาผมอยู่บนรถไฟฟ้า หรือระหว่างการเดินทาง ซึ่งในเวลาเหล่านั้น ผมไม่ได้ใช้สมองทำอะไรมากนัก ผมก็เลยเอาสมองที่ว่าง จากการใช้งานนั้น มาคิดเตรียมเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ พอมาถึง office ก็จด ๆ หัวข้อที่นึกออกไว้ก่อน พอถึงเวลาเขียน เราก็สามารถคิดเขียนต่อได้ทันทีครับ อันนี้จะช่วยให้เราสามารถจัดการ กับเวลา 30 นาทีนี้ได้ครับ

3. ใช้เวลาให้น้อยลงเวลาหาข้อมูลในการเขียน

ข้อมูลในการเขียนของผมนั้น หาได้จากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น blog ในต่างประเทศ หรือข่าวจากหนังสือพิมพ์ และที่สำคัญ หาข้อมูลใน internet นี่แหละครับ ถ้าใช้ให้คล่อง หรือรู้แหล่งข้อมูลอยู่แล้ว เราสามารถหาข้อมูลได้เร็วขึ้นไงครับ และแหล่งข้อมูลสำคัญสุดท้าย ก็คือให้หาจาก comment ที่คุณได้รับมา ว่าผู้อ่านต้องการอะไร คุณก็เขียนเรื่องนั้นทันทีครับ อันนี้ได้ประโยชน์สองเด้งคือ ผู้อ่านก็แฮปปี้ที่คุณตอบเค้า และสองคุณได้เรื่องใหม่ ๆ มาเขียนไงครับ

สามข้อเหล่านี้คือเทคนิคคร่าว ๆ ที่ผมใช้ในการดูแล blog นะครับ ลองเอาไปประยุกต์ใช้กับ blog ของคุณเองดูนะครับ ขอให้สนุกกับการเขียน blog นะครับ