เว็บ MarketingSherpa ได้ทำการสำรวจผู้โฆษณา ว่าโฆษณาแบบออนไลน์ (online ad) ของแต่ละคน ที่ลงไว้นั้น มีแผนหรือกลยุทธการตลาดใด ๆ อยู่เบื้องหลัง ad แต่ละชนิด เราจึงพอมองเห็นภาพรวมว่า นักการตลาดส่วนใหญ่ นิยมให้กลยุทธการตลาดแบบไหน คู่กับเครื่องมือโฆษณาออนไลน์ชนิดใด

คนที่ใช้โฆษณาแบบที่ไม่ใช่ขนาดมาตรฐาน หรือโฆษณาที่เรียกร้องความสนใจ ส่วนใหญ่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ เรื่องการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ในขณะที่โฆษณาใน search engine แบบ pay per click นั้นส่วนใหญ่ใช้เพื่อการสร้างยอดขาย (Direct Sale) หรือใช้เพื่อเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย (Lead) เพื่อทำการติดต่อและปิดการขายต่อไป ซึ่งเรามองว่าเครื่องมือในรูปภาพประกอบด้านบนนั้น ข้อมูลในส่วนบน ๆ และล่าง ๆ ของรูปภาพ ก็ดูแล้วค่อนข้างเห็นเด่นชัด
ส่วนโฆษณาประเภท Sponsorship หรือแบบ Contextual Ad นั้นเหมือนว่านักการตลาดส่วนใหญ่ใช้มันเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ทำความรู้จักกับแบรนด์ และเพื่อพิจารณาเลือกใช้แบรนด์นั้น ๆ ซึ่ง ad ทั้งสองประเภทนี้ สามารถใช้เพื่อสร้างความไว้วางใจ (trust) และนำไปสู่การพิจารณาเลือกใช้แบรนด์ในที่สุด
นักการตลาดที่เน้นยอดขาย เราพบว่า ad ประเภท pop-ups หรือ pop-unders และพวก small button นั้นสามารถใช้ได้ผลดีเช่นกัน เพราะว่า ad ลักษณะดังกล่าวมักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ เช่นโฆษณาแบบปุ่ม (button) นั้นก็ไม่แพงมาก และสามารถเอาไปวางไว้ในตำแหน่งที่กลุ่มเป้าหมาย กำลังหาข้อมูลเพื่อการตัดสินใจซื้อเป็นส่วนใหญ่ และบางครั้งโฆษณาประเภท pop-unders ก็มักจะโผล่มาในขณะที่กลุ่มเป้าหมายกำลังจะซื้ออยู่เสมอเลยทีเดียวเชียว ในต่างประเทศเป็นแบบนี้กันเยอะ แต่ในไทย เราไม่ค่อยได้เห็นโฆษณาแบบ pop-unders แล้ว ในขณะที่แต่ก่อนพอจะมีให้เห็นบ้าง
ดังนั้นนักการตลาดทุกท่านที่ใ้ช้โฆษณาออนไลน์เป็นประจำ หรือกำลังอยากจะโฆษณาออนไลน์ ก็ลองมองไปถึงกลยุทธ ในการใช้โฆษณาแต่ละประเภทให้ถูกต้อง ก็จะเปรียบเสมือนการเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกต้องตรงกับงานนั่นเอง
ข้อมูลจาก MarketingSherpa
MarketingSherpa และ ad:tech ได้รว่มกันทำการสำรวจ จากนักการตลาด 1,200 คน และผลที่ได้รับ ทำให้เรามองเห็นว่า นักการตลาดทั่วโลก นิยมใช้เครื่องมือใด มาทำการตลาดออนไลน์ และนักการตลาดเหล่านั้น คิดว่าเครื่องมือไหน ตอบโจทย์ ROI ของเขามากที่สุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ เราสามารถนำมาศึกษา และปรับใช้งานกับแคมเปญโฆษณาออนไลน์ของคุณได้เอง ในช่วงระยะเวลาที่เศรฐกิจขาลงแบบนี้ (more…)
รายงานจาก Internet World Stats แจ้งว่า จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเอเชีย มีจำนวนเยอะที่สุดในโลก โดยทวีปเอเชียมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง 578.5 ล้านคน ตามมาด้วยทวีปอันดับสอง อย่างทวีปยุโรป ซึ่งมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 384.6 ล้านคน และอันดับสามคือทวีปอเมริกาเหนือ มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ 248.2 ล้านคน (more…)
นักท่องเว็บทุกวันนี้ เริ่มมีความเข้าใจ ในระบบรักษาความปลอดภัย ทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จากรายงานทางกราฟด้านล่าง แสดงให้เห็นว่า นักท่องเว็บใส่ใจในความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เมื่อเวลาที่ทำการสั่งซื้อทางออนไลน์ มากถึง 85% มากกว่าจะดูกันที่การแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งมีเพียง 9% เท่านั้น (more…)
ปี 2552 นี้นักการตลาดในอเมริกา เทงบไปที่ Online Video เยอะขึ้น จากการสำรวจของ Permission TV ในคำถามที่ว่า ปีนี้นักการตลาด จะเ้น้นการใช้งานอะไรในการใช้สื่อ digital marketing บ้าง ซึ่ง Online Video มาแรงเกือง 70% เลยทีเดียว (more…)
Forrester Research ได้ทำการสำรวจ เกี่ยวกับการเจริญเติบโต ของ Social Network แล้วพบว่า ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 75% ได้มีส่วนร่วม หรือมีการสมัครสมาชิกไว้กับ Social Network อย่างน้อยหนึ่งแห่ง โดยการสำรวจครั้งนี้ ยังพบว่า ผู้ที่อ่าน blog และเขียนรีวิวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าอื่น ๆ มีมากขึ้นจากเดิม 48% กลายเป็น 69% (more…)
เว็บไซต์ TrendWatching.com ได้เปิดเผยข้อมูล Trend มาในเดือนกันยายน 2008 นี้ ในหัวข้อ OFF = ON ซึ่งหมายถึงการที่โลกออฟไลน์ กับโลกออนไลน์นั้น แทบจะเป็นสิ่งเดียวกันไปหมดแล้ว ในหัวข้อนี้ มีข้อย่อย ๆ อยู่หลายข้อ ผมเลยขออนุญาต นำมาเล่าไปทีละเรื่องนะครับ จะได้ไม่ยาวเกินไป (more…)
มาดูผลการสำรวจ ผู้อ่าน blog ในประเทศไทยกัน ต่อจากคราวที่แล้ว นะครับ ในการสำรวจ Thailand Blog Reader Survey 2008 สำหรับข้อมูลต่อมา ได้สอบถามไปว่า ผู้อ่าน blog แต่ละท่าน ได้มีการใช้งาน RSS เพื่ออ่าน blog กันมากน้อยแค่ไหน (more…)
ผลสำรวจของ Thailand Blog Reader Survey 2008 ได้ฤกษ์ทำออกมาแล้วนะครับ โดยผมจะทยอยออกมาเป็นตอน ๆ ตามแต่ละคำถาม (เพราะความขี้เกียจ อิ อิ) แล้วพอได้ครบทุกข้อ ก็จะได้รวบรวมออกมา เป็นข้อมูลรายงานฉบับเต็มนะครับ (more…)
การทำ Search Engine Marketing แสดงให้เห็นว่ามีตัวเลข ROI (Return on Investment) ที่ดี แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น ทั้งในการทำ Search Engine Optimization (SEO) และ Paid Search นั่นเอง สำหรับนักการตลาดที่ ดูข้อมูลสถิติเว็บ และนำมาวิเคราะห์ จะเห็นว่าตัวเลขข้อมูลสถิติ คนเข้าเว็บที่มาจากการทำ SEO และ paid search นั้น มีแนวโน้มที่เป็นไปในทางบวก (more…)