<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>Keng.com &#187; Featured</title>
	<atom:link href="http://keng.com/category/featured/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://keng.com</link>
	<description>Digital Marketing Blog, Blog Marketing, Social Media Marketing Blog, Online Marketing Blog, Viral Marketing, Case Study, Search Engine Optimization Blog</description>
	<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 03:39:22 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>กรณีศึกษา แคมเปญ Will it blend?</title>
		<link>http://keng.com/2008/07/05/will-it-blend-case-study-2/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/07/05/will-it-blend-case-study-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Jul 2008 08:40:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[Viral]]></category>

		<category><![CDATA[blendtec]]></category>

		<category><![CDATA[Case Study]]></category>

		<category><![CDATA[will it blend]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=225</guid>
		<description><![CDATA[แคมเปญไวรัลบันลือโลก ที่น่าสนใจ อีกแคมเปญหนึ่ง ที่ชื่อว่า Will it blend? ของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ยี่ห้อ Blendtec]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แคมเปญไวรัลบันลือโลก ที่น่าสนใจ และศึกษาอีกแคมเปญหนึ่ง ก็คือแคมเปญที่ชื่อว่า Will it blend? ของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ยี่ห้อ Blendtec ซึ่งตอนแรกผมนึกว่ามีแต่ที่อเมริกา แต่วันก่อนไปยืนสั่งน้ำ mango ska จากร้าน mango tango แล้วเห็นยี่ห้อ Blendtec อยู่บนเครื่องปั่นน้ำผลไม้ของ mango tango ด้วย แปลว่า น่าจะมีใคร นำเข้ามาขายในไทยแล้วเช่นกัน <span id="more-225"></span></p>
<p>แคมเปญ <a href="http://willitblend.com">Will it blend?</a> นี้ มีไอเดียสนุก ๆ มารวมกับ การโชว์ความสามารถ ของผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดยการสร้าง video clip โดยมีพิธีกรหนุ่มใหญ่อยู่คนนึง มาคอยหาของอะไรก็ได้ ที่กำลังนิยมในช่วงนั้น มาปั่นโดยเครื่องปั่น blendtec นั่นเอง แต่อย่าเพิ่งเห็นว่าธรรมดา เพราะของที่เอามาปั่นนั้น มันคือของที่พวกเราไม่เคยคิด ที่จะเอามันเข้าไปปั่นในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เช่นพวก ipod , iphone , ลูกกอล์ฟ เป็นต้น</p>
<p>ด้วยความบ้าระห่ำนี้เอง ทำให้คลิปของ blendtec ได้รับการบอกต่อ ไปทั่วโลก โดยใช้เครื่องมืออย่าง Youtube เป็นตัวกระจาย แต่แคมเปญเองก็มีเว็บของตัวเอง ที่ชื่อว่า <a href="http://willitblend.com">Willitblend.com</a> เช่นกัน</p>
<p>ลองดูคลิปข้างล่างกันครับ ว่าเครื่อง iphone หน้าตาเป็นอย่างไร</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="350" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/qg1ckCkm8YI" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350" src="http://www.youtube.com/v/qg1ckCkm8YI"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/07/05/will-it-blend-case-study-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กรณีศึกษา Honda กับแคมเปญบน YouTube</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/28/honda-pilot-diy-contest-on-youtube-2/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/28/honda-pilot-diy-contest-on-youtube-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Jun 2008 03:28:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Campaign]]></category>

		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[contest]]></category>

		<category><![CDATA[diy]]></category>

		<category><![CDATA[engagement]]></category>

		<category><![CDATA[honda]]></category>

		<category><![CDATA[social media]]></category>

		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>

		<category><![CDATA[วีดีโอคลิป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=217</guid>
		<description><![CDATA[ฮอนด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกแคมเปญ Honda Pilot DIY Contest เพื่อโปรโมทรถ SUV รุ่น Pilot บน YouTube]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฮอนด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกแคมเปญ <a href="http://www.youtube.com/hondapilotdiy">Honda Pilot Do It Yourself Video Contest</a> เพื่อโปรโมทรถ SUV รุ่น <a href="http://automobiles.honda.com/pilot/">Pilot</a> ของฮอนด้าเอง โดยแคมเปญนี้ เป็นอีกหนึ่งแคมเปญ ที่มีการเลือกใช้ <a href="http://keng.com/category/articles/social-media-marketing/">Social Media</a> เป็นช่องทางในการสื่อสาร แทนที่จะทำแคมเปญทั้งหมด ในเว็บไซต์ของแบรนด์เอง<span id="more-217"></span></p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-214" title="honda-diy-youtube" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/honda-diy-youtube.jpg" alt="" width="250" height="159" />โดยแคมเปญนี้ คาดว่าทางฮอนด้าคงทำสัญญาเป็น Sponsorship กับทาง <a href="http://youtube.com">YouTube</a> เพื่อจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา โดยผมสังเกตเห็นว่า บนหน้าแรกของ YouTube ได้มีกรอบของแคมเปญนี้ อยู่ที่มุมขวาบนของหน้า ซึ่งจะมีแถบบาร์สีส้ม ๆ แสดงโลโก้ของฮอนด้า และข้อความโปรโมทแคมเปญ เมื่อคลิกเข้าไป เราจะพบหน้ารายละเอียด ของแคมเปญ Honda Pilot DIY Contest นี้ครับ</p>
<p>สำหรับรายละเอียดของแคมเปญนี้ ทางฮอนด้าเปิดกว้างให้ผู้ร่วมสนุก สามารถเข้าร่วมได้โดยทั่วไป เพราะไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นลูกค้า หรือผู้ซื้อรถยนต์ฮอนด้าเท่านั้น  โดยมีเงื่อนไขเพียง คุณต้องเป็นคนที่อาศัยอยู่ใน สหรัฐอเมริกา เท่านั้นครับ</p>
<p>แคมเปญนี้ ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่ 23 มิถุนายน ถึง 22 สิงหาคม 2551 เท่านั้น โดยมีของรางวัลล่อตาล่อใจ โดยผู้ชนะอันดับหนึ่ง ได้รางวัล 15,000 เหรียญสหรัฐฯ และผู้ที่ได้ 10 อันดับแรก จะได้รางวัลเป็น บัตรกำนัลมูลค่า 100 เหรียญสหรัฐฯ จาก Home Depot ครับ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-215" title="honda-diy" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/honda-diy.jpg" alt="" width="500" height="350" /></p>
<p>ผมพยายาม ลองนั่งวิเคราะห์ดูแคมเปญนี้ ว่าทำไมทางฮอนด้า ถึงคิดเป็นแคมเปญนี้ ดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่า รถยนต์ฮอนด้ารุ่น Pilot เป็นรถแบบ SUV และน่าจะวางตัวเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัว ซึ่งอาจจะผูกไปถึงคนที่เป็นพ่อบ้าน ซึ่งชอบการตกแต่งบ้าน หรือปรับปรุงบ้านด้วยตนเอง ซึ่งนั่นก็คือการทำ DIY นั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง ทางฮอนด้าจึงอาจจะจับเอา พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย มาคิดเป็นแคมเปญโฆษณานี้ ก็เป็นได้ครับ</p>
<p>อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ แทนที่จะโฆษณากันแบบโต้ง ๆ ทางฮอนด้าก็คิดจะแฝงตัวเอง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่าน Social Media อย่าง YouTube และการทำวีดีโอคลิป ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า DIY ด้วยนั่นเอง เหล่านี้ทั้งหมด เป็นการสร้างให้กลุ่มเป้าหมายของฮอนด้า มีปฎิสัมพันธ์กับแบรนด์ด้วยนั่นเอง</p>
<p>ต้องดูกันต่อไปครับ ว่าแคมเปญนี้ จะมีผู้ร่วมสนุกแค่ไหน และแต่ละวีดีโอ จะมีคนดูเยอะแค่ไหน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/28/honda-pilot-diy-contest-on-youtube-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โอกาสของ เว็บเล็ก ๆ กับการขาย Ad</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/23/advertising-opportunities-from-small-website/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/23/advertising-opportunities-from-small-website/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jun 2008 16:31:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[Make Money]]></category>

		<category><![CDATA[agency]]></category>

		<category><![CDATA[blog]]></category>

		<category><![CDATA[ขายโฆษณา]]></category>

		<category><![CDATA[หารายได้]]></category>

		<category><![CDATA[หาเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=199</guid>
		<description><![CDATA[มาดูักันว่า เอเจนซี่โฆษณา และลูกค้า มีการเลือกซื้อโฆษณาอย่างไร และทางเว็บ ควรทำอย่างไร เพื่อการขายโฆษณา ที่มีประสิทธิภาพ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการที่ผม ไปร่วมงาน<a href="http://keng.com/2008/06/21/jib-cafe-agency-meet-webmaster/">จิบกาแฟ</a> คนทำเว็บพบคนโฆษณา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา งานนี้มีคนทำเว็บ และเอเจนซี่โฆษณา มาร่วมงาน กันอย่างล้นหลาม มี<a href="http://blog.macroart.net/2008/06/jibcafe-publishers-meet-advertisers-monetize-your-web.html">ประเด็นหลายอย่าง</a> ที่น่าสนใจ ผมเลยขออนุญาต ยกประเด็นบางประเด็น ที่สำคัญ และค่อนข้างเหมาะกับ หลาย ๆ เว็บไซต์ ที่ยังเป็นเว็บเล็ก ๆ แต่ต้องการที่จะมีรายได้ จากการขายโฆษณา มาดูกันว่า มีโอกาสที่จะทำได้ อย่างไรบ้าง<span id="more-199"></span></p>
<p>ก่อนอื่นต้องขอเล่า background ของผมเองให้ฟังก่อน ว่าผมเองก็เป็นคนทำเว็บเล็ก ๆ อย่าง keng.com คนหนึ่งเหมือนกัน และอีกหนึ่งบทบาทก็คือ ผมทำงานอยู่กับ เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่วางแผน และซื้อสื่อโฆษณาให้ลูกค้า ซึ่งเป็นแบรนด์ต่าง ๆ  และนี่เองคือสิ่งที่ทำให้ผม พอจะมองเห็นภาพ จากทั้งมุมคนทำเว็บ มุมเอเจนซี่ และมุมลูกค้า</p>
<p>การที่มองเห็นจากหลายมุม ทำให้พอมองภาพออกว่า เว็บไซต์เล็ก ๆ มักจะถูกมองข้าม จากเอเจนซี่ โฆษณา และลูกค้าเอง แต่ก็ต้องขอบอกว่า ไม่เสมอไป เพราะว่าเคยมีเว็บไซต์เล็ก ๆ อย่าง <a href="http://www.vinegargirl.com">VinegarGirl</a> ซึ่งเป็น blog เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง และมีเอเจนซี่โฆษณา ติดต่อเข้ามา ขอลงโฆษณาหลายแห่ง บางคนบอกว่า เพราะลูกค้าบอกมาว่าจะลงเว็บนี้ ทำให้เอเจนซี่เอง ก็ต้องติดต่อมาเหมือนกัน เรียกได้ว่า โอกาสเริ่มเปิดกว้าง ให้กับเว็บเล็ก ๆ เช่นกัน แต่ก็ต้องบอกว่า เว็บเล็ก ๆ นั้น ก็ต้องมีจุดที่น่าสนใจ เช่นเนื้อหาเฉพาะทาง หรือเป็น niche market นั่นเอง</p>
<h2><strong>เอเจนซี่และลูกค้า เลือกซื้อโฆษณาอย่างไร</strong></h2>
<p>เรื่องการซื้อโฆษณาในเว็บ หรือ blog สำหรับลูกค้าแล้ว มักจะเห็นว่า เว็บเล็ก ๆ อย่าง SMEs นั้นอาจจะวางแผนซื้อสื่อโฆษณาเอง แต่สำหรับแบรนด์สินค้าใหญ่ ๆ มักจะเลือกใช้เอเจนซี่โฆษณา เจ้าของเว็บบางท่าน ที่เคยไปลองเสนอขายพื้นที่โฆษณา กับเจ้าของแบรนด์โดยตรง อาจจะเคยได้รับคำตอบประมาณว่า ให้ไปคุยกับเอเจนซี่ ที่แบรนด์นั้นใช้อยู่ เป็นต้น</p>
<p>เมื่อเอเจนซี่ จะมองหาเว็บไซต์ เพื่อซื้อโฆษณา ให้กับลูกค้า ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ ๆ ก็มักจะต้องมีข้อมูล ไปสนับสนุนการขายโฆษณา เช่นสถิติจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ ข้อมูล demographic ว่าเว็บนี้เว็บนั้น มีคนกลุ่มไหนมาเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหน เช่นกลุ่มอายุ 12-15 ปี เข้าเว็บนี้กี่เปอร์เซ็น เป็นต้น</p>
<h2><strong>เจ้าของเว็บต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง</strong></h2>
<p>เมื่อเรารู้แล้ว ว่าเอเจนซี่ต้องการข้อมูลเหล่านี้ ทางเว็บเอง ก็ต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้ ไว้ด้วยเหมือนกัน เช่น</p>
<p><strong>1. ข้อมูลสถิติคนเข้าเว็บ</strong></p>
<p>ก็ควรจะเตรียมไว้ เรามักจะเห็นว่าเว็บใหญ่ ๆ ติดตัววัดสถิติของ <a href="http://truehits.net">TrueHits.net</a> ซึ่งเว็บไซต์ในไทย ส่วนใหญ่จะติดกัน ทำให้เอเจนซี่ (ไม่) มีทางเลือก และต้องพิจารณาจากข้อมูลสถิติของ TrueHits เพราะเป็นตัววัดเดียว ที่เว็บต่าง ๆ ใช้ ทำให้เทียบกันได้ง่าย ในมาตรฐานเดียวกัน หลายคนถามว่า Google Analytics ไม่ดีเหรอ ผมตอบได้ว่า Google Analytics เป็นตัววัดสถิติที่ดี และผมเองก็ใช้วัดเว็บผม แต่ว่า เอเจนซี่ไม่สามารถเอาข้อมูลจาก Google Analytics ของคุณ ไปเทียบกับ ข้อมูลเว็บอื่น ที่ไม่ได้วัดด้วย Google Analytics นั่นเอง</p>
<p><strong>2. ข้อมูล Demographic</strong></p>
<p>สิ่งต่อมาที่เอเจนซี่และลูกค้า อยากจะรู้ ก็คือข้อมูล Demographic ว่าเว็บของคุณ มีใครเข้ามาบ้าง เป็นชายกี่เปอร์เซ็น หญิงกี่เปอร์เซ็น กลุ่มอายุไหนกี่เปอร์เซ็นบ้าง ทางเว็บเอง ก็ต้องหาข้อมูลเหล่านี้ มาเตรียมไว้ วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ก็คือ การทำ Survey ในเว็บเลยครับ หรือไม่ก็อาจจะใช้ข้อมูล จากฐานสมาชิกของเราเองแทนก็ได้ สามารถดึงออกมาแปลงเป็นข้อมูล demographic ได้เช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>3. จุดเด่นและข้อมูลอื่น ๆ ของเว็บ </strong></p>
<p>ข้อมูลในส่วนอื่น ๆ เช่น ข้อมูล lifestyle ของคนเข้าเว็บคุณ หรือข้อมูลว่า ส่วนไหนในเว็บไซต์ของคุณ มีคนเข้าเยอะ เข้าน้อย เป็นต้น และนอกเหนือจากนี้ ข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูล profile ของเว็บ ว่าเว็บไซต์คุณทำเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้เอเจนซี่ และ ลูกค้า ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ</p>
<p><strong>Credit :</strong> Highlight photo from <a href="http://gizmodo.com/gadgets/gadgets/the-latest-in-advertising-technology-166598.php">Gizmodo</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/23/advertising-opportunities-from-small-website/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หน้าเว็บ ที่ไม่ต้องทำ Search Engine Optimization</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/18/the-page-that-no-need-to-do-search-engine-optimization/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/18/the-page-that-no-need-to-do-search-engine-optimization/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2008 11:48:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>

		<category><![CDATA[search marketing]]></category>

		<category><![CDATA[seo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=190</guid>
		<description><![CDATA[การทำ SEO นั้นใช้เวลาในการทำงาน ค่อนข้างมาก ดังนั้น เอาเวลาไปเน้น กับหน้าที่เราต้องการหวังผล จากการทำ SEO ให้มากทีุ่สด ดีกว่าครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายท่านได้ตั้งหน้าตั้งตา ทำ Search Engine Optimization (SEO) ให้กับเว็บของตัวเอง แต่รู้ไหมว่า หน้าไหนบ้าง ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เพราะมันไม่ค่อยมีผลอะไรซักเท่าไหร่<span id="more-190"></span></p>
<p><a href="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/binocular-hilight.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-191" title="binocular-hilight" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/binocular-hilight.jpg" alt="" width="500" height="226" /></a></p>
<p>ไปอ่านเจอมาจากบทความที่ชื่อ <a href="http://www.searchengineoptimizationjournal.com/2008/06/17/search-engine-optimization-time-wasters/">Search Engine Optimization Time Waster</a> เค้าบอกว่า มีอยู่บางหน้า ที่เราไม่จำเป็นต้องไปเน้น ทำ Search Engine Optimization มันก็ได้ครับ ซึ่งหน้าเว็บเหล่านั้นมีดังนี้</p>
<p><strong>About Me </strong><br />
หน้า About Me หรือ About us นั้น ไม่จำเป็นต้องทำ Search Engine Optimization ก็ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่า หน้า About me นี้สำคัญมาก ๆ ต่อธุรกิจคุณ หรือเป็นกลยุทธสำคัญ ในการเรียกคนเข้าเว็บ โดยใช้เทคนิค Search Engine Optimization</p>
<p><strong>Contact Us</strong><br />
หน้า contact us นี้เป็นหน้าที่ไม่จำเป็นต้อง ให้คน Search พบใน Search Engine ก็ได้ เพราะผู้ชมมักกจะเข้ามาในเว็บไซต์เรา แล้วก็อาจจะแวะไปหน้า contact us เพียงครั้งเดียว เมื่อเค้าต้องการติดต่อเรา</p>
<p><strong>Privacy Pages</strong><br />
หน้า Privacy นี้ยิ่งไม่จำเป็นต้องให้ค้นหาเจอจาก Search Engine เลยด้วยซ้ำไป</p>
<p><strong>Disclosure Page</strong><br />
ถ้าเว็บในประเทศไทย เราก็จะเปรียบเทียบได้ว่าเป็น หน้านโยบายของเว็บ หรือข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายเป็นต้น หน้านี้ไม่ต้องการทำ Search Engine Optimization เช่นกัน</p>
<p><strong>Sitemap</strong><br />
ก็เป็นหน้าที่ใส่ข้อมูลทุกหน้าในเว็บไซต์ไว้ด้วยกัน ซึ่งหน้า Sitemap นี้ก็ไม่ต้องการ การจัดอันดับ จาก Search Engine</p>
<p>สิ่งที่เล่ามานี้ แสดงให้เห็นถึงหน้าเว็บ ที่เราไม่จำเป็นต้องไปใช้เวลาในการทำ Search Engine Optimization กับมันมากนัก เพราะการทำ Search Engine Optimization นั้นเป็นการทำงานที่ค่อนข้าง ใ้ช้เวลามาก ดังนั้น เอาเวลาไปเน้น กับหน้าที่เราต้องการหวังผล จากการทำ Search Engine Optimization ให้มากที่สุดดีกว่าครับ</p>
<p><strong>Credit :</strong><br />
Photo by <a href="http://flickr.com/photos/dannysquid/">Dannysquid</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/18/the-page-that-no-need-to-do-search-engine-optimization/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
