<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>Keng.com &#187; Search Engine Marketing</title>
	<atom:link href="http://keng.com/category/articles/search-engine-marketing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://keng.com</link>
	<description>Digital Marketing Blog, Blog Marketing, Social Media Marketing Blog, Online Marketing Blog, Viral Marketing, Case Study, Search Engine Optimization Blog</description>
	<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 03:39:22 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Search Engine Marketing คุ้มค่าแค่ไหน?</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/24/roi-of-search-engine-marketing-2/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/24/roi-of-search-engine-marketing-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2008 00:48:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Research]]></category>

		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[natural search]]></category>

		<category><![CDATA[paid search]]></category>

		<category><![CDATA[pay per click]]></category>

		<category><![CDATA[roi]]></category>

		<category><![CDATA[search marketing]]></category>

		<category><![CDATA[seo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=208</guid>
		<description><![CDATA[มาดูกันว่า นักการตลาด มองว่าการทำ Search Engine Marketing นั้นคุ้มค่าหรือไม่ และเทรนด์ของการทำ SEO เป็นอย่างไร]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การทำ Search Engine Marketing แสดงให้เห็นว่ามีตัวเลข ROI (Return on Investment) ที่ดี แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น ทั้งในการทำ Search Engine Optimization (SEO) และ Paid Search นั่นเอง สำหรับนักการตลาดที่ ดูข้อมูลสถิติเว็บ และนำมาวิเคราะห์ จะเห็นว่าตัวเลขข้อมูลสถิติ คนเข้าเว็บที่มาจากการทำ SEO และ paid search นั้น มีแนวโน้มที่เป็นไปในทางบวก<span id="more-208"></span></p>
<p><a href="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/search-engine-optimization-roi-chart.gif"><img class="alignnone size-full wp-image-206" title="search-engine-optimization-roi-chart" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/search-engine-optimization-roi-chart.gif" alt="" width="500" height="406" /></a></p>
<p>Chart นี้จาก <a href="http://www.marketingsherpa.com">MarketingSherpa</a> แสดงให้เห็นว่า ความคุ้มค่าต่อการลงทุน (ROI) ของการทำ organic search (SEO) และการทำ paid search หรือ pay-per-click (PPC) นั้นดีขึ้น</p>
<p>โดยทาง MarketingSherpa ได้ทำการสอบถาม ไปยังนักการตลาดทั่วโลก เกี่ยวกับการวัด ROI ของการทำ Search โดยการใช้การวัดผล แบบในรูปภาพด้านบน โดยจากภาพ จะเห็นแนวโน้ม และมีการคาดการณ์ว่า การใช้ pay-per-click จะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทำ pay-per-click นั้นสูงขึ้น</p>
<p>ถ้าดูจากข้อมูลในชาร์ท จะเห็นว่าทางด้าน SEO มีผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่าการทำ SEO คือแทคติคที่ดี (Strongest Tactic) มีความคุ้มค่าในการลงทุน ค่อนข้างสูง โดยตัวเลขมีการเติบโต 3% มากขึ้นกว่าปี 2007 ในขณะที่ความคุ้มค่าในการลงทุน (Good ROI) นั้นขยับตัวขึ้น 2 จุดเป็น 38% และตัวเลขที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ตัวเลขของการวัดผล ที่บอกว่า ยากต่อการวัด (hard to gauge) นั้นลดลงถึง 6 จุด (28%) เป็นผลโดยตรงมาจากการที่ โปรแกรมการวัดผลต่าง ๆ เช่น Analytics นั้น มีให้เราเลือกใช้กันอย่างมากมาย</p>
<p>นักการตลาดที่เก่ง ๆ ก็จะวิเคราะห์ข้อมูล จาก Analytics ในเชิงลึกมากขึ้น เช่น จะดูไปถึงว่า คนเข้าเว็บที่มาจากแหล่งต่างกัน เช่นมาจาก SEO มาจาก Referral Page หรือมาจาก direct traffic นั้นมีผลต่างกันอย่างไร โดยส่วนมากจะเห็นว่า traffic ที่มาจาก natural search (SEO) มักจะมีแนวโน้มที่ดีกว่า traffic ที่มาจากวิธีอื่น เช่น หากเว็บเราวัดผลโดยการ ให้ลงทะเบียน ก็จะเห็นว่าคนเข้าเว็บที่มาจาก Natural search นั้น มีการลงทะเบียนในเว็บเรา เยอะกว่า คนที่เข้าเว็บมาจากแหล่งอื่น ๆ</p>
<p>ส่วน Paid Search ก็ยังมีตัวเลขที่ดี โดยนักการตลาดยังบอกว่า Paid Search เป็นแทคติคที่ดี (Strongest Tactic) อยู่ แม้ว่าตัวเลขจะตกลงไปนิดหน่อยจากปีที่แล้ว และความคุ้มค่าในการลงทุนนนั้น มีตัวเลขที่ดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นมากถึง 7 จุด (20%)</p>
<p>สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นผลมาจากการที่ความรู้เรื่อง SEO และ Pay-Per-Click สามารถหาอ่านได้ทั่วไป และนักการตลาดที่เข้าใจ และสามารถวิเคราะห์สถิติต่าง ๆ จากเว็บของตนเองได้ดี ก็จะเห็นว่าการตอบแทนของการทำ SEO และ Pay-Per-Click หรือ paid search นั้น มีความคุ้มค่ามากขึ้น</p>
<p>จากข้อมูลต่าง ๆ ที่เราเห็นกันตอนนี้ และใครที่ได้ลองทำ SEO ให้กับเว็บของตัวเอง หรือของลูกค้า จะเห็นว่าทำได้ยากขึ้น ในการที่จะได้อันดับดี ๆ ในผลการค้นหาของ Search Engine เพราะว่า ทุกวันนี้ คนเริ่มมีความรู้มากขึ้น เลยทำ SEO กันเยอะขึ้นนั่นเองครับ</p>
<p><strong>ข้อมูลจาก :</strong> <a href="http://www.marketingsherpa.com/article.php?ident=30649">MarketingSherpa</a><br />
<strong>ภาพไฮไลท์จาก :</strong> <a href="http://flickr.com/photos/bewelcomepix/">bewelcompix</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/24/roi-of-search-engine-marketing-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ประสบการณ์ โดนแฮ็ค Google Adwords</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/24/hacked-google-adwords/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/24/hacked-google-adwords/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jun 2008 17:03:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[adwords]]></category>

		<category><![CDATA[google]]></category>

		<category><![CDATA[paid search]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=201</guid>
		<description><![CDATA[ประสบการณ์ การโดนแฮ็ค Google Adwords ของผมเอง ที่เจอมากับตัว และวิธีการแก้ไขปัญหา ว่าถ้าเจอแบบนี้ จะทำยังไงดี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การทำ Search Engine Marketing นั้นมีหลายวิธี และวิธีที่ค่อนข้างได้รับความนิยม ก็คือการใช้ Paid Search หรือซื้อโฆษณา ในเสิรช์เอนจิ้นนั้นเอง ในประเทศไทยของเรา ที่นิยมกันก็คือ Google Adwords นั่นเอง<span id="more-201"></span></p>
<p>สำหรับตัวผมเอง ก็ใช้ <a href="http://google.com/adwords">Google Adwords</a> เพื่อโฆษณาเว็บไซต์เช่นกัน แต่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2551 ผมได้เข้าไปเช็คข้อมูล ในบัญชีของ Google Adwords ของผมตามปกติ แต่ก็ต้องหูตาเหลือกเมื่อเห็นว่า มีแคมเปญหนึ่ง ที่ผมไม่ได้สร้างเอง แต่ไม่รู้มีใครมาสร้างไว้ แถมมีคนคลิกแคมเปญนี้ไว้แล้วด้วย รวมเงินแล้วประมาณ 5 พันกว่าเหรียญเท่านั้นเอง (ซีด) ดูรูปกันเลยครับ ว่าโดนไปเท่าไหร่</p>
<p><a href="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/hacked-adwords.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-202" title="hacked-adwords" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/hacked-adwords.jpg" alt="" width="500" height="108" /></a></p>
<p>คิดในใจว่า โดนแฮ็คแน่นอนแล้ว หากใครเจอแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งตกใจไปครับ ทุกปัญหามีทางแก้ไข ผมเลยเริ่มหาข้อมูลจากหน้า help ของ Google Adwords ว่า หากเจอปัญหาแบบนี้ ต้องแก้ไขอย่างไร ก็พบว่า ทาง Google Adwords ให้เราแจ้งเข้าไปว่า เกิดปัญหาขึ้นเมื่อไหร่ และแคมเปญไหนที่มีปัญหา และให้แจ้ง IP Address ของเราเข้าไปด้วย ซึ่งผมก็ได้แจ้งเข้าไปครบทั้งหมดแล้ว ทาง Google Adwords บอกว่า จะดำเนินการตรวจสอบให้ ภายใน 48 ชั่วโมง</p>
<p>Updated :</p>
<p>หลังจากนั้นสองวัน ผมก็ได้รับคำตอบจากทีมงาน Google ซึ่งตอบมาเป็นภาษาไทยว่า Account Adwords ของผมถูกระงับไว้ชั่วคราว เพื่อตรวจสอบ ซึ่งทางทีมงานได้แนะนำให้ผมหา ซอฟท์แวร์ตรวจจับ spyware มาลง เพราะคาดว่าผมอาจจะโดนพวก trojan มาดักจับรหัสผ่านของผม แล้วเข้าไปสร้างความเสียหาย ผมก็ได้ทำตามที่ทาง Google แนะนำ</p>
<p>อีกสองวันถัดมา ทาง Google แจ้งมาอีกว่า ได้ทำการตรวจสอบแล้ว และพบว่า account ของผมโดน hack ไปจริง ทาง Google จึงมีตัวเลือกให้ผมสองทาง คือให้ชำระเงิน 5,000 เหรียญนั้น แล้วทาง Google จะทำการ refund คืนให้ทันที หรืออีกทางหนึ่งคือ ให้ Google แจ้งเป็นหนี้สูญ และไม่ต้องชำระเงิน</p>
<p>ผมเลือกตัวเลือกที่ให้แจ้งเป็นหนี้สูญไปครับ และก็ใช้งาน Account ได้ต่อไปตามปกติครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/24/hacked-google-adwords/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หน้าเว็บ ที่ไม่ต้องทำ Search Engine Optimization</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/18/the-page-that-no-need-to-do-search-engine-optimization/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/18/the-page-that-no-need-to-do-search-engine-optimization/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2008 11:48:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>

		<category><![CDATA[search marketing]]></category>

		<category><![CDATA[seo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=190</guid>
		<description><![CDATA[การทำ SEO นั้นใช้เวลาในการทำงาน ค่อนข้างมาก ดังนั้น เอาเวลาไปเน้น กับหน้าที่เราต้องการหวังผล จากการทำ SEO ให้มากทีุ่สด ดีกว่าครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายท่านได้ตั้งหน้าตั้งตา ทำ Search Engine Optimization (SEO) ให้กับเว็บของตัวเอง แต่รู้ไหมว่า หน้าไหนบ้าง ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เพราะมันไม่ค่อยมีผลอะไรซักเท่าไหร่<span id="more-190"></span></p>
<p><a href="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/binocular-hilight.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-191" title="binocular-hilight" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/binocular-hilight.jpg" alt="" width="500" height="226" /></a></p>
<p>ไปอ่านเจอมาจากบทความที่ชื่อ <a href="http://www.searchengineoptimizationjournal.com/2008/06/17/search-engine-optimization-time-wasters/">Search Engine Optimization Time Waster</a> เค้าบอกว่า มีอยู่บางหน้า ที่เราไม่จำเป็นต้องไปเน้น ทำ Search Engine Optimization มันก็ได้ครับ ซึ่งหน้าเว็บเหล่านั้นมีดังนี้</p>
<p><strong>About Me </strong><br />
หน้า About Me หรือ About us นั้น ไม่จำเป็นต้องทำ Search Engine Optimization ก็ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่า หน้า About me นี้สำคัญมาก ๆ ต่อธุรกิจคุณ หรือเป็นกลยุทธสำคัญ ในการเรียกคนเข้าเว็บ โดยใช้เทคนิค Search Engine Optimization</p>
<p><strong>Contact Us</strong><br />
หน้า contact us นี้เป็นหน้าที่ไม่จำเป็นต้อง ให้คน Search พบใน Search Engine ก็ได้ เพราะผู้ชมมักกจะเข้ามาในเว็บไซต์เรา แล้วก็อาจจะแวะไปหน้า contact us เพียงครั้งเดียว เมื่อเค้าต้องการติดต่อเรา</p>
<p><strong>Privacy Pages</strong><br />
หน้า Privacy นี้ยิ่งไม่จำเป็นต้องให้ค้นหาเจอจาก Search Engine เลยด้วยซ้ำไป</p>
<p><strong>Disclosure Page</strong><br />
ถ้าเว็บในประเทศไทย เราก็จะเปรียบเทียบได้ว่าเป็น หน้านโยบายของเว็บ หรือข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายเป็นต้น หน้านี้ไม่ต้องการทำ Search Engine Optimization เช่นกัน</p>
<p><strong>Sitemap</strong><br />
ก็เป็นหน้าที่ใส่ข้อมูลทุกหน้าในเว็บไซต์ไว้ด้วยกัน ซึ่งหน้า Sitemap นี้ก็ไม่ต้องการ การจัดอันดับ จาก Search Engine</p>
<p>สิ่งที่เล่ามานี้ แสดงให้เห็นถึงหน้าเว็บ ที่เราไม่จำเป็นต้องไปใช้เวลาในการทำ Search Engine Optimization กับมันมากนัก เพราะการทำ Search Engine Optimization นั้นเป็นการทำงานที่ค่อนข้าง ใ้ช้เวลามาก ดังนั้น เอาเวลาไปเน้น กับหน้าที่เราต้องการหวังผล จากการทำ Search Engine Optimization ให้มากที่สุดดีกว่าครับ</p>
<p><strong>Credit :</strong><br />
Photo by <a href="http://flickr.com/photos/dannysquid/">Dannysquid</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/18/the-page-that-no-need-to-do-search-engine-optimization/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Google ครองใจ ผู้ใช้เสิร์ชเอนจิ้น ในไทย</title>
		<link>http://keng.com/2008/06/18/thai-search-engine-usage/</link>
		<comments>http://keng.com/2008/06/18/thai-search-engine-usage/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jun 2008 18:28:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Research]]></category>

		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[chart]]></category>

		<category><![CDATA[กราฟ]]></category>

		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://keng.com/?p=187</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูล Research จาก Truehits.net ค่อนข้างทำให้เราเห็น แนวโน้มที่ชัดเจนว่า ใครครองใจผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มากที่สุดกันบ้าง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูล Research จาก <a href="http://truehits.net">Truehits.net</a> ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ เก็บสถิติเว็บไซต์ ในประเทศไทย ค่อนข้างทำให้เราเห็น แนวโน้มที่ชัดเจนว่า ประเทศไทย มีผู้นิยมใช้เสิร์ชเอนจิ้นอย่าง <a href="http://google.com">Google</a> มาเป็นอันดับหนึ่ง ที่ 95.98% ในขณะที่ <a href="http://sanook.com">Sanook</a> ตามมาห่างมาก ๆ ในอันดับสอง อยู่ที่ 2.75% และอันดับสามคือยักษ์ใหญ่ ในวงการอินเทอร์เน็ตโลกอย่าง <a href="http://yahoo.com">Yahoo</a> ได้รับความนิยมไปเพียงแค่ 0.4%<span id="more-187"></span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-188" title="searchengine-graph" src="http://keng.com/wp-content/uploads/2008/06/searchengine-graph.jpg" alt="" width="460" height="356" /></p>
<p>เห็นข้อมูลนี้แล้วค่อนข้างชัดเจนว่า Google นั้นกวาดส่วนแบ่งตลาดไปถึง 95.98% แล้ว แต่ Sanook เองที่มีส่วนแบ่งผู้ใช้อยู่ 2.75% ด้วยเช่นกัน ถ้าเราดูกันดี ๆ จะพบว่า แท้จริงแล้ว Sanook นั้น ก็ใช้ระบบค้นหาเว็บ เป็นเครื่องมือของ Google เช่นกัน ดังนั้นเมื่อรวมกันแล้วก็ประมาณ 98%</p>
<p>จากข้อมูลนี้ ลองเอาไว้วางแผนการตลาด เวลาต้องการทำ Search Engine Marketing ดูนะครับ</p>
<p>ขอขอบคุณ ภาพ highlight จาก <a href="http://flickr.com/photos/gi/">GiselaGiardo</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2008/06/18/thai-search-engine-usage/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Blog และ SEO สัมพันธ์กันอย่างไร</title>
		<link>http://keng.com/2006/11/18/relationship-between-blog-and-seo/</link>
		<comments>http://keng.com/2006/11/18/relationship-between-blog-and-seo/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Nov 2006 06:52:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Blog Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[blog]]></category>

		<category><![CDATA[seo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.keng.com/?p=59</guid>
		<description><![CDATA[จากที่ผมลองผิดลองถูก ในเรื่อง SEO และ Blog มาพอสมควร ผมมองว่า สองสิ่งนี้ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img id="image324" class="noborder" title="Search Engine" src="http://www.keng.com/wp-content/uploads/2006/11/searchengine.jpg" alt="Search Engine" align="left" />ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่เซียน SEO หรือเซียนบล็อกมาจากไหน แต่บทความที่ผมจะเขียนนี้ ได้มาจากประสบการณ์ และความเข้าใจของผมเอง นักเขียนท่านอื่น อาจมีไอเดียแตกต่างกันไปนะครับ จากที่ผมลองผิดลองถูกในเรื่อง SEO มาพอสมควร และก็มาได้คลุกคลีกับบล็อก ด้วยเช่นกัน ผมมองว่า สองสิ่งนี้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน</p>
<p><strong>1. บล็อกช่วยให้ทำ SEO ได้ง่ายขึ้น</strong><br />
จากข้อมูลเบื้องต้นของการทำ SEO ที่เคยอ่าน ๆ มา ผมพบว่า keyword มีส่วนสำคัญ สำหรับการทำ SEO โดย keyword ต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นเป้าหมายในการทำ SEO นั้น ต้องมีแทรกอยู่ในหลาย ๆ ส่วนของหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่นใน Title, ใน url, ใน meta tag, ในชื่อไฟล์ , ในหน้าเว็บไซต์ โอ๊ย เยอะครับ</p>
<p>คราวนี้กลับมามองอีกมุมนึงบ้าง เมื่อลักษณะเด่นของ blog คือการที่เราสามารถ เขียนบทความใหม่ๆ ขึ้นมาได้สะดวกมากขึ้น โดยบทความเหล่านั้น เป็นตัวอักษร (Text) นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวเอื้อประโยชน์ให้กับ Search Engine ในการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่อยู่ในบทความของเราเหล่านั้นนั่นเอง</p>
<p><strong>2. SEO ช่วยโปรโมทบล็อก</strong><br />
บล็อกก็เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการโปรโมทบล็อก ก็หลีกเลี่ยงไมได้ที่จะต้องทำ SEO ควบคู่ไปด้วย อย่างที่บอกในข้อ 1 ไปแล้วว่า เราได้ประโยชน์จากบล็อก ในเรื่องตัว keyword ในบทความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพียงแค่เขียนบทความ ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์เราพร้อม สำหรับการทำ SEO เราจึงต้องเลือกสรร keyword ที่เราต้องการทำ SEO ใส่ไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น title, url, meta tag , ชื่อไฟล์ เหล่านั้นด้วยครับ</p>
<p>ขอกระซิบเบา ๆ ว่า ยิ่งอัพเดทบล็อกบ่อย ๆ พวก Search Engine ยิ่งชอบครับ เค้าจะมาเก็บข้อมูลเว็บ จนหัวบันไดไม่แห้งเลยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2006/11/18/relationship-between-blog-and-seo/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บทพิสูจน์ว่า Blog ช่วยในเรื่อง Search Engine Optimization</title>
		<link>http://keng.com/2006/04/26/blog-can-help-seo/</link>
		<comments>http://keng.com/2006/04/26/blog-can-help-seo/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Apr 2006 04:06:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เก่ง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Blog Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[Search Engine Marketing]]></category>

		<category><![CDATA[seo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.keng.com/?p=34</guid>
		<description><![CDATA[จำนวนผู้ชม blog ของผมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และที่สำคัญ จำนวนผู้เยี่ยมชมครึ่งหนึ่ง มาจากการ Search ของ Google ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงหนึ่งเดือนหลังสุดนี้ บล็อกแห่งนี้มีผู้เยี่ยมชมเพิ่มขึ้นอย่างน่าดีใจครับ และที่สำคัญกว่านั้น จำนวนผู้เยี่ยมชมครึ่งหนึ่ง มาจากการ Search ของ Google ครับ นี่คือภาพกราฟแสดงจำนวนผู้เข้าชมบล็อก keng.com เป็นเปอร์เซ็นครับ กราฟนี้ผมนำมาจากรายงานสถิติของ <a href="http://www.google.com/analytics/">Google Analytics</a> ที่ keng.com ใช้อยู่ครับ</p>
<p><img id="image144" title="keng.com statistic by google analytics" src="http://www.keng.com/wp-content/uploads/2006/04/analytic-referer.jpg" alt="keng.com statistic by google analytics" /></p>
<p>มาวิเคราะห์ข้อมูลข้างบนกันดีกว่าครับ ผมพยายามเขียนบทความใหม่ ๆ ให้ได้ทุกวัน แต่ก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การเขียนบทความของผม ได้นำเทคนิคการทำ Search Engine Optimization มาใช้ด้วย นั่นคือการเลือกใช้ keyword ที่เหมาะสมที่ผมเลือกไว้ มาใช้ประกอบการเขียนบทความครับ และบาง keyword ที่ตั้งใจว่าจะให้อยู่อันดับต้น ๆ ใน google ให้ได้ ก็เข้าเป้า แต่บ้างคำก็ไม่ติดอันดับ</p>
<ul>
<li>จาก Google 50.76%</li>
<li>เข้า keng.com โดยตรง 21.02%</li>
<li>อื่น ๆ 22.76%</li>
</ul>
<p>ที่เหลือก็จะเป็นผู้เยี่ยมชมที่มาจาก referer อย่าง <a href="http://www.storythai.com/">storythai.com</a> , <a href="http://home.kku.ac.th/">home.kku.ac.th</a> และ <a href="http://www.bloglines.com/">bloglines.com</a> ซึ่งเป็น rss reader ชื่อดังอีกตัวหนึ่ง</p>
<p>ด้วยความที่ว่าการเขียนบล็อกนั้น จะทำให้เกิดข้อมูลที่เป็น text จำนวนมาก ซึ่ง text เหล่านั้น ก็เป็น keyword ที่อยู่ในเนื้อหาของบล็อก และ google จะชอบเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือ blog ที่เป็น text มากทีเดียว</p>
<p>นั่นหมายถึงว่า แต่ละคำที่คุณเขียนลงไป นั่นอาจเป็น keyword ที่ใครบางคนค้นหา และนี่เอง เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงมีคน search พบเจอบล็อกของผม ผ่านทาง Google ครับ คุณเองก็มีโอกาสเพิ่มยอดผู้ชมเว็บของคุณได้ โดยการเพิ่มเติมส่วน blog เข้าไปที่เว็บของคุณด้วย นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เว็บของคุณจะถูกค้นพบโดย search engine ได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://keng.com/2006/04/26/blog-can-help-seo/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
