ผมเคยมีลูกค้าชาวฮาวาย มาให้ช่วยทำ SEO ให้เค้า วันแรกที่ผมไปรับ brief งานนั้น ค่อนข้างงงกับวัตถุประสงค์ของเค้าเหมือนกัน กล่าวคือ เค้าอยากให้ช่วยทำ SEO ในคีย์เวิร์ดที่เป็นชื่อของเค้าเอง เพราะว่าเค้าทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ แต่เมื่อมีการค้นหาชื่อของเค้าใน google แล้วจะพบว่า ผลการค้นหาอันดับหนึ่ง คือเว็บบอร์ดที่นักเขียนคนหนึ่ง ได้มาเขียนกระทู้ โจมตีนายคนนี้ไว้ เพราะเมื่อก่อนเคยมีกรณีพิพาทกันอยู่ เค้าบอกว่าแบบนี้เค้าทำธุรกิจลำบาก นั่นคือการทำงาน SEO ครั้งแรกของผม เพื่อทำการปกป้องชื่อเสียงของแบรนด์ หรือบุคคล บนโลกออนไลน์

Photo Credit : Larry&flo
หากคุณต้องการทำแบบนี้ มีเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้ครับ อันดับแรก ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่ต้องการทำก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชื่อคน หรืือชื่อแบรนด์นั่นเอง หลังจากนั้น เราอาจจะต้องใช้โดเมนเนมหลาย ๆ ชื่อ เพื่อทำอันดับคีย์เวิร์ดที่เราต้องการ ให้ไปดันเว็บไซต์ที่โจมตีชื่อเสียงของแบรนด์เรา ให้ตกอันดับไป แล้วให้ของเราอันดับดีกว่านั่นเอง ถ้าเราทำแค่ url เดียว หรือโดเมนเดียว ก็จะทำได้แค่ดันอันดับเค้าให้ตกลงมาเท่านั้นเอง สิ่งที่ผมเคยทำให้ลูกค้าก็คือ ทำให้เว็บนั้นตกไปจากอันดับผลการค้นหา ในหน้าแรก โดยการใช้หลาย ๆ โดเมน มาช่วยกันดันอันดับเลยทีเดียว
ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูนะครับ
บทความในครั้้งแรกที่ผมเขียน มีแต่ข้อความในส่วนด้านล่าง ซึ่งอาจมิได้มีการอธิบายความหมายของทฤษฎี Long tail ให้ทราบก่อน ผมเลยขออนุญาตปรับปรุงบทความ เพิ่มเติมหลังจากที่ได้อ่าน ความคิดเห็นของคุณ bVis ที่ได้แสดงความคิดเห็นว่า ความหมายของ long tail ที่เคยได้ยินมา มิใช่แบบนี้ ผมเลยขออนุญาต เขียนบทความเพิ่มเติม เพื่ออธิบายความหมายของคำว่า long tail ในมุมของทฤษฎี longtail marketing เพิ่มเติมด้วย เพื่อประกอบความเข้าใจ ให้เข้าใจได้ดีขึ้นครับ เริ่มอ่านบทความ ที่ได้ทำการปรับปรุงแล้ว กันเลยครับ (more…)
การทำ Search Engine Marketing แสดงให้เห็นว่ามีตัวเลข ROI (Return on Investment) ที่ดี แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น ทั้งในการทำ Search Engine Optimization (SEO) และ Paid Search นั่นเอง สำหรับนักการตลาดที่ ดูข้อมูลสถิติเว็บ และนำมาวิเคราะห์ จะเห็นว่าตัวเลขข้อมูลสถิติ คนเข้าเว็บที่มาจากการทำ SEO และ paid search นั้น มีแนวโน้มที่เป็นไปในทางบวก (more…)
การทำ Search Engine Marketing นั้นมีหลายวิธี และวิธีที่ค่อนข้างได้รับความนิยม ก็คือการใช้ Paid Search หรือซื้อโฆษณา ในเสิรช์เอนจิ้นนั้นเอง ในประเทศไทยของเรา ที่นิยมกันก็คือ Google Adwords นั่นเอง (more…)
หลายท่านได้ตั้งหน้าตั้งตา ทำ Search Engine Optimization (SEO) ให้กับเว็บของตัวเอง แต่รู้ไหมว่า หน้าไหนบ้าง ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เพราะมันไม่ค่อยมีผลอะไรซักเท่าไหร่ (more…)
ข้อมูล Research จาก Truehits.net ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ เก็บสถิติเว็บไซต์ ในประเทศไทย ค่อนข้างทำให้เราเห็น แนวโน้มที่ชัดเจนว่า ประเทศไทย มีผู้นิยมใช้เสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google มาเป็นอันดับหนึ่ง ที่ 95.98% ในขณะที่ Sanook ตามมาห่างมาก ๆ ในอันดับสอง อยู่ที่ 2.75% และอันดับสามคือยักษ์ใหญ่ ในวงการอินเทอร์เน็ตโลกอย่าง Yahoo ได้รับความนิยมไปเพียงแค่ 0.4% (more…)
ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่เซียน SEO หรือเซียนบล็อกมาจากไหน แต่บทความที่ผมจะเขียนนี้ ได้มาจากประสบการณ์ และความเข้าใจของผมเอง นักเขียนท่านอื่น อาจมีไอเดียแตกต่างกันไปนะครับ จากที่ผมลองผิดลองถูกในเรื่อง SEO มาพอสมควร และก็มาได้คลุกคลีกับบล็อก ด้วยเช่นกัน ผมมองว่า สองสิ่งนี้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
1. บล็อกช่วยให้ทำ SEO ได้ง่ายขึ้น
จากข้อมูลเบื้องต้นของการทำ SEO ที่เคยอ่าน ๆ มา ผมพบว่า keyword มีส่วนสำคัญ สำหรับการทำ SEO โดย keyword ต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นเป้าหมายในการทำ SEO นั้น ต้องมีแทรกอยู่ในหลาย ๆ ส่วนของหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่นใน Title, ใน url, ใน meta tag, ในชื่อไฟล์ , ในหน้าเว็บไซต์ โอ๊ย เยอะครับ
คราวนี้กลับมามองอีกมุมนึงบ้าง เมื่อลักษณะเด่นของ blog คือการที่เราสามารถ เขียนบทความใหม่ๆ ขึ้นมาได้สะดวกมากขึ้น โดยบทความเหล่านั้น เป็นตัวอักษร (Text) นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวเอื้อประโยชน์ให้กับ Search Engine ในการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่อยู่ในบทความของเราเหล่านั้นนั่นเอง
2. SEO ช่วยโปรโมทบล็อก
บล็อกก็เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการโปรโมทบล็อก ก็หลีกเลี่ยงไมได้ที่จะต้องทำ SEO ควบคู่ไปด้วย อย่างที่บอกในข้อ 1 ไปแล้วว่า เราได้ประโยชน์จากบล็อก ในเรื่องตัว keyword ในบทความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพียงแค่เขียนบทความ ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์เราพร้อม สำหรับการทำ SEO เราจึงต้องเลือกสรร keyword ที่เราต้องการทำ SEO ใส่ไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น title, url, meta tag , ชื่อไฟล์ เหล่านั้นด้วยครับ
ขอกระซิบเบา ๆ ว่า ยิ่งอัพเดทบล็อกบ่อย ๆ พวก Search Engine ยิ่งชอบครับ เค้าจะมาเก็บข้อมูลเว็บ จนหัวบันไดไม่แห้งเลยครับ
ช่วงหนึ่งเดือนหลังสุดนี้ บล็อกแห่งนี้มีผู้เยี่ยมชมเพิ่มขึ้นอย่างน่าดีใจครับ และที่สำคัญกว่านั้น จำนวนผู้เยี่ยมชมครึ่งหนึ่ง มาจากการ Search ของ Google ครับ นี่คือภาพกราฟแสดงจำนวนผู้เข้าชมบล็อก keng.com เป็นเปอร์เซ็นครับ กราฟนี้ผมนำมาจากรายงานสถิติของ Google Analytics ที่ keng.com ใช้อยู่ครับ

มาวิเคราะห์ข้อมูลข้างบนกันดีกว่าครับ ผมพยายามเขียนบทความใหม่ ๆ ให้ได้ทุกวัน แต่ก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การเขียนบทความของผม ได้นำเทคนิคการทำ Search Engine Optimization มาใช้ด้วย นั่นคือการเลือกใช้ keyword ที่เหมาะสมที่ผมเลือกไว้ มาใช้ประกอบการเขียนบทความครับ และบาง keyword ที่ตั้งใจว่าจะให้อยู่อันดับต้น ๆ ใน google ให้ได้ ก็เข้าเป้า แต่บ้างคำก็ไม่ติดอันดับ
ที่เหลือก็จะเป็นผู้เยี่ยมชมที่มาจาก referer อย่าง storythai.com , home.kku.ac.th และ bloglines.com ซึ่งเป็น rss reader ชื่อดังอีกตัวหนึ่ง
ด้วยความที่ว่าการเขียนบล็อกนั้น จะทำให้เกิดข้อมูลที่เป็น text จำนวนมาก ซึ่ง text เหล่านั้น ก็เป็น keyword ที่อยู่ในเนื้อหาของบล็อก และ google จะชอบเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือ blog ที่เป็น text มากทีเดียว
นั่นหมายถึงว่า แต่ละคำที่คุณเขียนลงไป นั่นอาจเป็น keyword ที่ใครบางคนค้นหา และนี่เอง เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงมีคน search พบเจอบล็อกของผม ผ่านทาง Google ครับ คุณเองก็มีโอกาสเพิ่มยอดผู้ชมเว็บของคุณได้ โดยการเพิ่มเติมส่วน blog เข้าไปที่เว็บของคุณด้วย นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เว็บของคุณจะถูกค้นพบโดย search engine ได้ครับ