Trackable Life – ชีวิตวัดสถิติได้

ช่วงสองปีหลัง มีเทรนด์เรื่องที่เกี่ยวกับการตลาดดิจิตอลอยู่สองเรื่องคือ เรื่องของข้อมูลที่มีจำนวนมาก (ฺBig Data) และเรื่องของอุปกรณ์ที่เรียกว่า Wearable Device ซึ่งเข้ามาใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้คนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ผมขอยกตัวอย่างกิจกรรมใกล้ตัวผม คือการปั่นจักรยาน ซึ่งมีอุปกรณ์ที่มาวัดการปั่นของผมก็คืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของการ์มิน ซึ่งจะวัดข้อมูลต่าง ๆ เช่นอัตราการเต้นของหัวใจ รอบขาที่ปั่นต่อนาที ระยะทางและเวลาที่ปั่นมา อัตราความเร็วเฉลี่ยของการปั่นต่างๆ  รวมไปถึงการจับข้อมูลจีพีเอส เพื่อดูว่าเส้นทางปั่นของผมได้ปั่นไปทางไหนบ้าง หรือปั่นอยู่ที่ระดับความสูงเท่าไหร่บ้าง เรียกได้ว่าวัดกันละเอียดเลยทีเดียว

Trackable Life

ส่วนอีกตัวนึงที่ทำให้เราสนุกควบคู่ไปด้วยก็คือ แอพพลิเคชั่นบนมือถือที่ชื่อ MyFitnessPal ซึ่งสามารถให้เรากรอกข้อมูลได้ว่าอาหารและเครื้่องดื่มที่เรากินเข้าไปนั้น มีกี่แคลอรี่และการออกกำลังกายของเรานั้นลดไปได้กี่แคลอรี่ ซึ่งจะเป็นการช่วยเตือนสติให้เราระมัดระวังอาหารการกิน และทำให้ใครก็ตามที่วางแผนลดน้ำหนักส่วนเกิน จะได้ไม่ลดอาหารมากจนเกินไป เพราะว่าแอพพลิเคชั่นนี้จะคอยเตือนว่าถ้าเราทานอาหารน้อยเกินไปต่อวัน อาจทำให้ระบบร่างกายมีการลดการเผาผลาญได้ เพราะเมื่อร่างกายรู้สึกว่าอาหารที่กินเข้ามาน้อยเกินไป มันจะแอบกักเก็บพลังงานไปสะสมไว้ เพราะกลัวว่าจะไม่มีพลังงานจากอาหารเข้ามาอีกเป็นต้น ดังนั้นเรื่อง Big Data นั้นเข้าใกล้ตัวผู้คนมากขึ้นและง่ายขึ้น ทำให้เราใช้ชีวิตได้สนุกขึ้นไปด้วยสำหรับคนที่ชอบดูและวิเคราะห์ข้อมูลคล้าย ๆกันกับผมครับ ลองมองดูรอบตัวครับ เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ wearable device นั้นมีให้เลือกใช้มากขึ้น หากใครไม่อยากเสียเงินก็ลองดูพวกแอพพลิเคชั่นบนมือถือ น่าจะมีตัวที่คุณสามารถสนุกไปด้วยและได้ดูแลสุขภาพไปด้วยครับ


กลับมาเขียนเรื่องเก่า (ที่ใหม่) เอ๊ะ! หรือเรื่องใหม่แบบเก่า

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปพักร้อนครั้งแรกในรอบปี ซึ่งได้ไปแวะใช้เวลาให้ผ่านไปช้า ๆ ซึ่งแตกต่างจากในสัปดาห์ทำงานปกติ ที่ผมมักจะใช้เวลาอย่างรีบเร่ง ทานข้าวเร็ว ๆ เดินทางไปมาเพื่อประชุม ใช้เวลาในห้องประชุมชั่วโมงต่อชั่วโมง เวลาผ่านไปนานมากจนกระทั่งวันนี้ ซึ่งนับระยะห่างจากบทความที่ผมเขียนใน keng.com ครั้งล่าสุดมา 9 เดือน ที่ผมกลับมาฉุกคิดได้ ก็เพราะในช่วงวันหยุดของผม ได้มีท่านผู้อ่านท่านหนึ่งโทรมาหา ซึ่งได้ออกตัวว่า เป็นคนที่ติดตามอ่านเว็บผมมาอย่างยาวนาน และได้บอกผมว่าเว็บไซต์ของผมเข้าไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าโดเมนหมดอายุหรือไม่ ทำให้ผมได้เข้ามาสำรวจตรวจสอบบ้านหลังนี้อีกครั้ง

ช่วงเวลาที่หายไปนาน ต้องบอกอย่างไม่อายว่า ความสนใจของผมในการเขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งนั้นลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าไม่ได้สนใจมันแล้ว แต่เป็นเพราะว่าข้อมูลเหล่านี้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน จนเรียกว่าข้อมูลมันมีเข้ามาเยอะจนล้น ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องอยู่กับการตลาดด้านดิจิตอลอยู่ตลอดเวลานั่นเอง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ผมได้หากิจกรรมออกกำลังกายทำเป็นงานอดิเรกเพิ่มเติม ซึ่งได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2556 ซึ่งก็เกือบครบหนึ่งปีพอดี กิจกรรมที่ว่าก็คือการปั่นจักรยาน ซึ่งสามารถให้ผมได้ใช้เวลากับตัวเอง นอกจากเรื่องของการตลาดดิจิตอลบ้าง ซึ่งเป็นการคลายเครียดและเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสำหรับผม ในระหว่างที่ผมปั่นจักรยานมาเกือบหนึ่งปี ผมพบกับเพื่อน ๆ ในวงการเดียวกันเยอะมาก เช่นคุณโก๋ แบไต๋ , คุณคิดจาก McFiva และเพื่อน ๆ จากเอเจนซี่อีกหลาย ๆ ที่เลย

สิ่งต่าง ๆ ในขวบปีที่ผ่านมา ทำให้ผมตัดสินใจที่จะกลับมาเขียน … ในแบบที่ผมอยากจะเขียนในอดีตคือ เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่อยากเขียน เป็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต บางครั้งมันไปติดอยู่ที่ความเป็นเว็บเรื่องการตลาดดิจิตอล ผมเลยไม่ค่อยกล้าเขียนเรื่องอื่น ๆ ซึ่งวันนี้ผมขอกลับมาเริ่มเขียนเรื่องต่าง ๆ ที่ผมอยากเขียน ซึ่งบางครั้งอาจเป็นแค่การบันทึก บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับท่านผู้อ่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากใครจำได้ในสมัยแรกสุดของ keng.com คือการเขียนบันทึกเรื่องราวประจำวันแบบไดอารี่ และต่อมาก็เป็นเรื่องบล็อกมาร์เก็ตติ้ง ต่อด้วยการกลายมาเป็นบล็อกเกี่ยวกับการตลาดดิจิตอล และตอนนี้ ขอกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าสูงสุดคืนสู่สามัญ (ซึ่งจริง ๆ อาจยังไม่สุดก็ได้นะครับ ฮา)

ป.ล. ขอขอบคุณคุณนัท เจ้าของเว็บ pocketidea ที่โทรมาแจ้งเตือนเรื่องเว็บเข้าไม่ได้นะครับ :)


อวยพรปีใหม่ด้วย Augmented Reality E-card จาก Oreo

ใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่แล้วนะครับ คาดว่าหลาย ๆ คนคงเริ่มทยอยที่จะลาหยุดพักร้อน ในช่วงสุดท้ายของปีกันบ้างแล้ว (สำหรับปีนี้ต้องเรียกว่าพักหนาวแทนสินะ เพราะอากาศหนาวได้ใจริง ๆ) สำหรับในช่วงปลายปีนี้ ตามธรรมเนียมของชาวโลกแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องคำอวยพรต่าง ๆ ตั้งแต่คริสต์มาส ไปจนถึงอวยพรปีใหม่กันเลยทีเดียว

เมื่อพูดถึงการ์อวยพร ผมขอย้อนไปถึงรูปแบบต่าง ๆ ของการ์ดอวยพร หากเป็นแบบกระดาษ เราก็เห็นมีหลายรูปแบบ เช่นแบบเรียบ ๆ ธรรมดา แล้วก็เขียนอวยพรพร้อมลายเซ็นต์กำกับกันไป หรืออีกแบบเป็นแบบที่เปิดแล้วมีเสียงเป็นต้น บ้างก็เปิดมาแล้วเป็น pop up กระดาษที่หลอกล่อทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ดีนักเชียว มองเลยต่อไปถึงการ์ดอวยพรแบบดิจิตอล เราก็มักเห็นหลายแบบเช่น เป็นรูปภาพธรรมดาแล้วใส่ชื่อเรา อีเมล์เรา พร้อมใส่ชื่อผู้รับ อีเมล์ผู้รับ ซึ่งในอดีตจะมีบริษัทการ์ดชื่อดังต่าง ๆ เช่น BlueMountain ซึ่งปัจจุบันก็ยังเห็นยืนหยัดอยู่ได้เช่นกัน แบบที่ฮิตกันต่อ ๆ มาก็เป็นพวก flash animation หรือพวกการ์ดที่เป็นเกมให้เล่น ก็สนุกไปอีกแบบนึงครับ

สำหรับครั้งนี้ผมจะพูดถึงการ์ดอวยพรที่เป็น E-Card ในรูปแบบ Augmented Reality ซึ่งทำโดยแบรนด์ขนมอย่าง Oreo ที่เอามาให้ชาวไทยได้ใช้อวยพรกันด้วยครับ สำหรับตัวการ์ดนี้ก็ค่อนข้างเป็นการใช้สื่อสมัยใหม่ที่รวบเอาตั้งแต่สื่อ Social Media ไปจนกระทั่งโทรศัพท์มือถือ

โดยการ์ดอวยพรของ Oreo นี้ สามารถเล่นได้ทั้งแบบ Augmented Reality ซึ่งต้องใช้ทั้งกล่องผลิตภัณฑ์ของ Oreo และกล้องเว็บแคม หรืออีกแบบหนึ่งคือเล่นด้วย 3D Card ได้เลย โดยไม่ต้องใช้กล่องผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์เสริมใด ๆ  เลยครับ

Oreo E-Card Home Page

สำหรับใครที่อยากลองเล่นและส่งการ์ดอวยพรแบบ Augmented Reality นี้ก็ตามผมมาเลยครับ ขั้นแรกก็ต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ Oreo ก่อนครับ เราก็จะพบหน้าแรก เมื่อคลิกที่ปุ่ม Let’s Play ก็จะไปต่อที่หน้า Intro ของการ์ดครับ

Oreo Augmented Reality E-Card

ให้เราคลิกที่ปุ่ม ” คลิกที่นี่เพื่อทำการ์ดอวยพรโอริโอ ” เลยครับ เมื่อคลิกแล้ว ระบบจะให้เราเลือกเพื่อนที่จะส่งจาก list ของเพื่อนเราใน facebook เลยครับ (ถ้า login facebook อยู่นะครับ)

capture-20131223-221901

หลังจากที่เราเลือกเพื่อนที่จะส่งให้ได้แล้ว ระบบก็จะให้เราเลือกว่าจะให้เราส่งการ์ดแบบ 3D E-card หรือว่าจะส่งการ์ดแบบ Augmented Reality

oreo-select-card-type

โดยผมเลือกแบบ Augmented Reality ครับ ซึ่งระบบจะมี guide มาให้เลยครับ ว่าเราต้องเตรียมกล่องผลิตภัณฑ์ เตรียมกล้อง web cam หรือกล้องที่ติดมากับ laptop และแนะนำวิธีการเล่นว่าต้องถือกล่องเอียงประมาณ 45 องศา และต้องเป็นที่ที่มีแสงสะท้อนไม่มากครับ ของผมลองเล่นแล้วอาจจะแสงสะท้อนเยอะหน่อยเพราะเล่นตอนกลางคืน ทำให้ไฟเพดานสะท้อนเข้ามาเยอะเหมือนกัน ใครเล่นตอนกลางวันน่าจะสะดวกง่ายดายครับ ผมลองถ่ายมาเป็นวีดีโอแสดงวิธีการเล่นแบบละเอียดเลยครับ ภาพในวีดีโออาจจะสั่น ๆ หน่อย เนื่องจากใช้กล้องมือถือถ่าย มือนึงถือมือถือคอยถ่าย อีกมือนึงถือกล่อง Oreo คอยส่ง โอย พัลวัน ลองดูในวีดีโอเลยครับ

สุดท้ายเมื่อเล่นเสร็จแล้ว ก็จะได้การ์ดที่เป็นคำอวยพรที่เราพิมพ์ไว้ และส่งไปหาผู้รับผ่านทาง facebook เลยครับ

Oreo Augmented Reality

ใครที่ชอบของแปลก ๆ ใหม่ ๆ หรือมีกล่อง Oreo อยู่ในมืออยู่แล้ว ก็สามารถไปลองส่ง E-card แบบ Augmented Reality นี้ได้ที่ Oreo.co.th/selection เลยครับ ยังไงก็ขออวยพรให้คุณผู้อ่านทุกท่านมีความสุขในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ที่จะถึงนี้ครับ :)


Lee จับมือองค์กรการกุศล สร้างวันกางเกงยีนส์แห่งชาติ

กางเกงยีนส์ลี จับมือกับองค์กร American Cancer Society สร้างวันนุ่งกางเกงยีนส์แห่งชาติ (Lee National Denim Day) โดยกางเกงยีนส์ลี ได้เชิญชวนให้บริษัทต่าง ๆ ร่วมกันบริจาคต้านมะเร็ง ด้วยการให้พนักงานบริษัทสามารถแต่งตัวแบบ casual  โดยให้ใส่กางเกงยีนส์ตัวเก่งมาทำงานได้ โดยแลกกับการบริจาค 5 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ เข้าองค์กรการกุศล งานนี้จัดกันมาตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งในปี 2012 นี้จัดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

รูปภาพ


ซิ่งสายฟ้า!

วันดีคืนนี้ก็นึกครึ้มอยากเขียนเรื่องอื่น ๆ นอกจากเรื่อง digital marketing บ้างครับ

เมื่อวานนี้ระหว่างที่ผมกำลังขับรถติดไฟแดงอยู่บนถนนสี่เลนใจกลางกรุง รถของผมจอดติดอยู่เลนที่สองจากซ้าย โดยเลนซ้ายสุดเป็นเลนบังคับเลี้ยวซ้าย พลันที่ไฟแดงดับลง ไฟเขียวสว่างขึ้น ก็มีรถคันหนึ่งวิ่งปาดหน้ารถของผม มาจากเลนข้างขวา ผ่านหน้ารถผม ไปที่เลนข้างซ้ายอย่างรวดเร็ แน่นอนว่าเลนซ้ายที่บังคับเลี้ยวซ้ายนั้น รถคันนี้ไม่เลี้ยวแต่วิ่งตรงผ่านเสาสัญญานไฟจราจรไป แล้วปาดหน้ารถสปอร์ตหรูอย่าง Porche สีดำคันเท่ห์เข้าเลนขวา

รถคันที่ทำทุกอย่างข้างต้นที่ผมเล่ามา คือรถเมล์สาย ปอ 14!!


ติดตาม Olympics ผ่านโซเชียลมีเดีย

มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษย์ชาติ Olympic 2012 ที่ลอนดอนในครั้งนี้ อยู่ในยุคที่โซเชียลมีเดียเบ่งบานอย่างมาก เลยไปลองหาและรวบรวมมาให้ว่า เราจะสามารถติดตามข่าวสารและการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในครั้งนี้ได้จากที่ไหนบ้าง ที่แรกคือ Youtube ซึ่งมี Official Olympic Channel กันเลย พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดให้ดูกันทางอินเทอร์เน็ตด้วยเลยทีเดียว คาดว่าคงมีไว้ถ่ายการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ในช่วงโอลิมปิค และพิธีปิดด้วยครับ

ต่อมาก็ตามกันด้วยลิสต์เหล่านี้เลยครับ

  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ  Olympic London 2012 ซึ่งน่าจะมีครบแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะตารางการแข่งขัน
  • Twitter @olympics ซึ่งเป็น Official Twitter Account ของโอลิมปิคเช่นกัน ตอนนี้มี follower กันไปแล้วกว่าล้านคน
  • Facebook Page ของ Olympics ซึ่งมีคนเป็นแฟนแล้วกว่า 3 ล้านคน

Vélib’ จักรยานเช่าแห่งเมืองปารีส

จักรยานสีเทาที่จอดเรียงกันอยู่นี้ คือจักรยานที่มีให้เช่าในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ภาพนี้ได้มาตอนไปเดินเที่ยววันเดียวกับที่ปารีส ก็ถ่ายรูปไปเรื่อยครับ กลับมาเปิดรูปดูก็เลยเปิดหาข้อมูลเพิ่มเติม จากโลโก้ที่แปะตัวจักรยาน ก็พบว่า เจ้าจักรยานเช่ายี่ห้อ Vélib’ นี้คือจักรยานแบบ Bike Sharing ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเลยทีเดียวครับ

คำว่า Vélib’ นี้เป็นผสมผสานของคำภาษาฝรั่งเศสสองคำก็คือ Velo แปลว่าจักรยาน และ Liberte แปลว่าอิสระ ก็ดูตรงตาม concept ดีนะครับ ขับเช่าได้ตามอิสระ สำหรับการเช่านั้น จะถูกจัดการโดยสถานีให้เช่าแบบอัตโนมัติ ก็คือรูปด้านบนที่มีจักรยานเรียงเป็นตับเนี่ยแหละครับ ใครจะเช่าต้องสมัครสมาชิกก่อน มีทั้งแบบสมาชิกรายวัน รายสัปดาห์ รายปี โดยเริ่มต้นที่ 1.70 ยูโรในแบบรายวัน ไปจนถึง 39 ยูโรต่อปี ซึ่งสมาชิกแต่ละแบบจะสามารถเช่าได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตลอดระยะเวลาสมาชิก ซึ่งแบบวันละ 1.70 ยูโรก็ต้องถือว่าถูกมากสำหรับคนท้องถิ่น เพราะขนาดแค่ค่าเข้าห้องน้ำที่สถานีรถไฟยังปาเข้าไป 0.70 ยูโรแล้วเลยทีเดียว

เรื่องค่าเช่าหรือค่าสมาชิกนั้นก็ใช้บัตรเครดิตและรหัส PIN ก็สมัครได้เลย โดยแบบรายวันต้องสมัครผ่านเว็บ แต่แบบรายปีก็สมัครที่สถานีได้เลย ที่เป็นแบบบัตรเครดิต ก็เพื่อให้มันเป็นระบบอัตโนมัติได้มากขึ้น ไม่ต้องมีคนเฝ้าที่สถานี เพราะตัวระบบจะจัดการจับเวลาไว้ทั้งหมด เช่าจากสถานีไหน ไปคือที่สถานีอื่นก็ได้ ไม่ต้องกลับมาที่เดิม เรียกได้ว่าสะดวกสบายเช่นกัน แต่ใครไม่ยอมเอาจักรยานมาคืน ก็จะถูกตัดเงินจากบัตรเครดิตโดยอัตโนมัติเป็นจำนวน 150 ยูโรเช่นกัน


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.