ผมได้มีโอกาสไปงาน World Expo 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้มา ก็เลยถือโอกาสมองหาเรื่องราวที่เกี่ยวกับ Digital Marketing เอามาฝากกัน มี pavilion ของหลายประเทศ ที่โชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ แต่การที่จะเข้าไปในพาวิลเลียนแต่ละแห่งได้นั้น ต้องต่อคิวกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

แต่สำหรับพาวิลเลียนของประเทศไทย ที่ได้ชื่อว่าติดอันดับ 1 ใน 7 ของพาวิลเลียนที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในงาน World Expo ครั้งนี้ ทำให้คณะที่ไปด้วยกันต้องพยายามแวะไปให้ได้ แต่พอไปถึงก็พบว่าแถวรอคิวนั้นยาวมาก เรียกได้ว่าแทบถอดใจกันเลยทีเดียว จนมีพี่ในคณะคนนึงเรียกน้องเจ้าหน้าที่ ที่ยืนอยู่แถวนั้นเพื่อสอบถาม “น้องคะ น้องคะ” แค่ได้ยินภาษาไทย น้องเจ้าหน้าที่ก็หันมาถามว่า คนไทยเหรอครับ ถ้าคนไทยไม่ต้องต่อคิว ไปติดต่อที่หน้าประตูทางเข้าได้เลย พวกเราตะโกนกันลั่นทำเอาอาเจ็กอาอึ้มรวมทั้งหมวย ตี๋ที่ต่อคิวหันมามองพวกเราตาเป็นมัน
ไปถึงด้านหน้าแจังว่าเป็นคนไทย ทำให้พวกเราได้รับการเชิญเข้าไปในเลน VIP ที่ลัดคิวมาได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว เมื่อเข้าไปแล้วในพาวิลเลียนของไทยจะแบ่งเป็นสามช่วง

ช่วงแรกเป็นม่านน้ำตก แล้วมีการฉายแสงสีเสียง โดยมีจอ LCD ทั้งสี่ด้านอยู่กลางห้องที่หลังม่านน้ำ และด้านล่างก็จะเป็นบ่อน้ำ ที่จะสามารถฉายภาพลงมาได้เช่นกัน เมื่อเริ่มการฉายภาพลงบนจอ ก็จะเป็นภาพบรรยากาศในแต่ละฤดูกาลในประเทศไทย โดยเน้นไปที่เรื่องน้ำ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาโดยตลอด ในระหว่างนั้นก็มีการฉายภาพลงบนจอ LCD และที่บ่อน้ำด้านล่าง ส่วนม่านน้ำก็หยุดบ้าง ปล่อยน้ำมาบ้าง ให้สอดคล้องกับวีดีโอที่ฉายอยู่ เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมในพาวิลเลียน และในฉากสุดท้ายของช่วงแรกนี้ ภาพบนจอ LCD จบด้วยการถ่ายวีดีโอไปยังคนที่ยืนดูอยู่ เอาไปขึ้นจอ พร้อมกับมีชฎามาใส่อยู่บนหัวผู้ชม เรียกได้ว่าเป็นการเอาเทคนิค Augmented Reality เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วห้อง
ภาพอาจไม่ค่อยชัด แต่ก็จะเห็นได้ว่ามีชฎาอยู่บนหัวพวกเรา สนุกดีเหมือนกัน ส่วนห้องที่สอง เป็นห้องใหญ่มีจออยู่หน้าห้องพร้อมฉายวีดีโอ มียักษ์วัดโพธิ์ยืนอยู่ตนหนึ่ง และด้านข้างทั้่งสองด้านก็มีการฉายภาพวีดีโอเช่นกัน พอเริ่มการฉายวีดีโอ ก็จะเห็นว่าจอบนผนังทั้งสามด้านนั้นสอดคล้องกัน ทำให้เราต้องหันไปดูจากผนังซ้าย วิ่งไปจอกลาง วิ่งไปผนังขวาเป็นต้น เรียกว่าผู้ชมต้องหมุนคอกันรอบทิศเพื่อดูวีดีโอนี้ ช่วงกลาง ๆ จอด้านข้างกลายเป็นผนังที่มีเรือสำเภาวิ่งไปที่หน้าจอกลาง พอถึงจอกลางก็กลายเป็นภาพวีดีโอต่อ เรียกเสียงฮือฮากันไป จนช่วงไคลแมกซ์ของห้องที่สองนี้ก็คือ เมื่อยักษ์วัดโพธิ์ที่ยืนอยู่ ขยับตัวและพูดคุยกับตัวละครจีนในจออย่างออกรส เสืยงฮือฮาอื้ออึงไปอีกทั้งห้อง

จนมาถึงห้องสุดท้าย เป็นเหมือนโรงหนัง โดยต้องใส่แว่น 3D ด้วยก่อนเ้้ข้าชม ในจอก็จะเป็นเรื่องบรรยากาศการใช้ชีวิตในประเทศไทย มีการโยนมะม่วงใส่คนดู เหมือนลูกมะม่วงวิ่งเข้าหาคนดูแบบสามมิติเป็นต้น นอกเหนือจากนี้ ในฉากที่มีการเปียกน้ำ ก็มีน้ำจริง ๆ พ่นมาจากเพดาน เป็นการให้ประสบการณ์แบบ 4D กันเลยทีเดียว
ผมคิดว่าพาวิลเลียนของประเทศไทย เป็นหนึ่งในพาวิลเลียน ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนไทยเลยทีเดียว ตอนจบก็ต้องปั๊ม passport ไว้เป็นหลักฐานว่ามาถึง pavilion ของประเทศไทยแล้วจริง ๆ

น่าไปดูจังเลย
ยิบปี้…
อืมชาวไทยมี “บัตรเบ่ง” กันคราวนี้เลย ฮิ ฮิ
น่าไปดูมากเลยครับ จำได้ว่าเมื่อกลางปีที่แล้ว เขาจำลองบุ๊ธประเทศไทยไป PR ในห้าง Central World แล้วเจ้ายักษ์วัดโพธิ์ตัวนั้น เวลาพูดขยับปาก ขยับแขน เรียกเสียงฮือฮาของฝรั่งที่เดินผ่านไปมา ได้มากทีเดียว น่าสนใจมากๆครับ อยากจะบินไปดูที่เมืองจีน จัง
เห็นคุณเก่งเล่าแล้ว อยากไปดูจัง แต่คงไม่มีโอกาส ติดตามอ่าน Blog ของคุณเก่งทุกวันเลย มีแต่เรื่องที่มีสาระดีๆ ทั้งนั้ SMEDU
ขอบคุณครับ ผมคิดว่านอกจาก blog ผมก็น่าจะมี blog อื่น ๆ ที่เล่าเ่รื่อง World Expo เช่นกันครับ เพราะว่างานยังมีอีกเกือบ 6 เดือนครับ
น่าไปดูจังเลย
ห้องแรกรู้มาว่าจอภาพจะเป็น LED แบบ Hi-Res ครับไม่ใช่ LCD ครับคุณเก่ง
และส่วนด้านนอกจะมีการแสดง โชว์ศิลปะวัฒนธรรม นาฏศิลป์ ไทยแบบผสมผสานด้วยครับ
update ข่าวสารของ Thailand Pavilion ได้ที่ http://www.thailandexpo2010.com ครับ
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวจะรีบแก้ไขในบทความครับ
ขายบัตร expo 2010 ที่เซี้ยงไฮ้ค่ะ 2 ใบ 1000 บาทค่ะ พอดีต้องรีบกลับเลยไม่ได้ใช้ค่ะ เป็นแบบ 1 วันค่ะ สนใจติดต่อที่คุณพลอย 0814537378
i m not have bin as the china yes. so i m love to see as the pictuer. so a good to join thailand show.
คุณเก่งหน้าคุ้นๆ ไม่รู้เป็นเพื่อนที่รู้จักที่ abac หรือเปล่านะครับ
ผมเคยเรียน abac ครับ