แต่ก่อนนี้ เรามักจะเห็นว่า คนทั่วไป เชื่อถือแหล่งข่าวอย่างพวก หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โทรทัศน์ กันอย่างมาก แต่ทุกวันนี้ สื่อในประเทศไทยของเรา ได้เปลี่ยนไป และเริ่มเชื่อถือข้อมูล จากอินเทอร์เน็ต กันมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเอามาใช้ในการโฆษณา ซึ่งโฆษณาชิ้นนี้ ผมไปเจอมาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐครับ

ลองดูโฆษณาชิ้นนี้ดูครับ เป็นโฆษณา าพยนตร์เรื่อง Happy Birthday ซึ่งใช้คำพูดของผู้ใช้ในอินเทอร์เน็ตและเว็บต่าง ๆ มาเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิง เช่น
ไปดูมาแล้ว เป็นหนังที่ใส่ใจรายละเอียดของแต่ละฉาก แต่ละ าพ เป็นอย่างดี ดูแล้วก็ไม่ผิดหวังที่เสียตังค์เข้าไปดู
โดยคุณ แมวม่าน จากเว็บ mthai.com
เราเห็นกันเลยว่า อินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากขึ้น เป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ให้เจ้าของสินค้า ได้รู้ฟีดแบ็คได้เร็วที่สุด สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้า หรือผู้โฆษณา ลองพิจารณาการพูดคุย หรือสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ตามแหล่งชุมชนบนโลกออนไลน์ต่าง ๆ อย่างเช่นเว็บบอร์ดอย่าง pantip.com หรือบล็อกอย่าง exteen.com, bloggang.com ซึ่งเว็บเหล่านี้ มีผู้คนมาพูดคุยกันอย่างมหาศาลเลยทีเดียวครับ

เห็นด้วยตามที่บทความนี้เขียนถึงครับ คุณเก่ง
อ่าครับ ขอให้เค้า สนใจกันเยอะ
บล็อกเกอร์จะได้มีตังมั่ง
หุหุ
ดีครับ…เมื่อคนหันมาสนใจกันมากขึ้น คนเข้าเว็บจะได้เพิ่ม…
หายไปนานเลยนะท่าน เมื่อวานดูทีวีสัม าษณ์เจ้าของ wikipedia เขาบอกว่าอย่าเอาข้อมูลใน wiki ไปอ้างแต่พอที่จะใช้เป็นแหล่งเชื่อมโยงไปยังข้อมูลต้นฉบับได้ อย่างว่าแหละครับ เปิดกว้างให้คนช่วยกันทำ การตรวจสอบข้อมูลเลยทำได้ยาก ทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลง แต่ถ้าใช้ดู feedback อย่างคุณเก่งบอก น่าจะ work เพราะเขียน comment ตามความรู้สึกจริงๆ ออกแนวพฤติกรรมผู้บริโ ค หรือแนว crm เทือกนี้
น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งครับ
เห็นด้วยครับ เปนอีกแนวทาง คนจะได้เข้า web เยอะๆ
เหมือนเห็นกระทู้กันเยอะแล้ว แต่เพิ่งจะเห็นคนเอามาอ้าง เพื่อลงโฆษณาในสื่ออื่น ๆ เนี่ยแหละครับ เป็นนิมิตรหมายที่ดี ของวงการโฆษณาออนไลน์เหมือนกันเนอะ
วงการ โฆษณา ไทยก็คงจะก้าวไกลไปได้อีกขั้นหนึ่ง