ก่อนอื่นผมเอง ต้องขอแสดงความเสียใจ กับน้องโฟร์-มด ด้วยนะครับ เพราะไม่ใช่เหตุการณ์ที่น้องไปทำอะไรไม่ดี แต่ดันถูกแอบถ่าย แล้วเอามาเผยแพร่ ก็เหมือนกับดาราต่างประเทศ ที่มักโดนปาปารัซซี่ถ่ายภาพ หรือโดนแอบถ่าย แล้วเอามาเผยแพร่กันทั่วอินเทอร์เน็ต อย่างที่เราเคยเห็นกันมาบ่อย ๆ ในช่วงหลาย ๆ ปีมานี้ ไล่มาตั้งแต่ปารีส ฮิลตั้น ที่โดนแฟนหนุ่มถ่าย ไว้ระหว่างทำกิจกรรมแห่งความรัก ตามมาด้วยดาราอีกหลายคน แต่คนที่ดังหน่อย ก็มักจะเป็นข่าวดังกว่า ดังเช่น บริทนี่ย์ สเปียรส์ ที่ไม่ได้นุ่ง กกน แล้วดันโดนช่างภาพปาปารัซซึ่ ถ่ายตอนกำลังก้าวเท้าลงจากรถ ภาพนั้นคนเห็นกันทั่วโลก จนมาถึงของเมืองไทยกันบ้าง ล่าสุดก็คือน้องโฟร์-มด นี่เองครับ ขอเอาใจช่วยให้คุณตำรวจ จับคนร้ายได้เร็ว ๆ ครับ
มาเข้าเรื่องกันครับ สำหรับกรณีนี้ครับ ผมได้ทดลองทำคลิปวีดีโอออกมา เพื่อจะลองดูผล ของการกระจายตัวแบบ Viral ครับ สำหรับการทำคลิปแบบ Viral ต้องบอกก่อนเลยว่า จากที่ผมเคยตามอ่านข่าว ของทีมงาน agency ชื่อดังของเมืองนอก ที่เคยทำคลิป viral ต่าง ๆ ใส่ใน YouTube นั้น ผมพบว่า แทบทุกคน บอกไว้ว่า คลิปไวรัล ไม่ได้ทำทุกชิ้นงาน แล้วจะก่อให้เกิดผลแบบไวรัล อย่างที่ตั้งใจไว้เสียทั้งหมด มันหมายถึงว่า ก่อนทำ ก็ต้องเดาใจคนดู หรือกลุ่มผู้ชม ว่าสิ่งเหล่านี้ จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ผมจึงได้ทดลองทำ ไวรัลคลิปขึ้นมาหนึ่งตัว ในช่วงเวลาที่มีข่าวว่า มีคลิปหลุดของน้องโฟร์-มด ที่โดนแอบถ่ายมานั่นเอง
สำหรับคลิปชิ้นนี้ มีไอเดียมาจาก ช่วงแรก ๆ ที่น้องโฟร์-มด ได้ออกอัลบั้มใหม่ ๆ ผมมักจะเรียกชื่อวงโฟร์-มด ในหมู่เพื่อนฝูงว่า วงโฟร์โมสท์ ด้วยความที่มันพ้องเสียงกัน และนมโฟร์โมสท์ ก็เป็นยี่ห้อที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะสมัยก่อน มีนมกล่องและไอศครีมโฟร์โมสท์ เป็นเจ้าตลาด ก็เลยเรียกเป็นคำพ้องเสียง และติดปากกันมานมนาน เมื่อมีข่าวของน้องโฟร์-มดออกมา ผมเลยคิดไอเดียเหมือนการทำคลิปหลอก ต่าง ๆ โดยใช้เทคนิคการตั้งชื่อคลิปให้อยู่ในกระแส และเนื้อหาในคลิป แทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ตั้งชื่อคลิปไว้เลย ซึ่งการหวังผลของการไวรัลตรงนี้ หวังให้เข้าคนที่เข้ามา แอบขำ ว่าโดนหลอกเข้ามา และก็หวังไว้ว่า เมื่อตนเองโดนหลอก แล้วจะส่งไปหลอกเพื่อน ๆ ของเราต่อไป วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้คือ ต้องการวัดจำนวนคนดูคลิปนี้ ใน YouTube ให้เยอะที่สุด
ภารกิจนี้ เริ่มต้นด้วย การไปซื้อนมโฟร์โมสต์มาสองขวด ตอนแรกกะว่าจะใช้ทั้งสองขวดเลย แต่เผอิญว่า ตอนถ่ายทำ ผมทำพลาดไปหนึ่งขวด เลยเหลือแต่ขวดเดียวในคลิป สำหรับชื่อคลิปที่คิดไว้คือ
“คลิปแอบถ่ายโฟร์มด เห็นหมดเลย”
แล้วการถ่ายทำคลิปตัวนี้ ผมใช้กล้องที่มีอยู่ในมือถือของผมถ่ายเอง โดยนำเอาขวดนมยี่ห้อที่ว่ามา ตั้งไว้หนึ่งขวดพร้อมน้ำนมเต็มขวด สักพักก็มีมือมาหยิบขวดนมไปดื่ม จนหมดขวด แล้วนำกลับมาตั้งทิ้งไว้อีกที เท่านี้เองครับ เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเยอะ ไม่ต้องตัดต่อใด ๆ โดยความยาวของคลิปนี้ มีประมาณแค่ 17 วินาที ผมเองยังคิดว่า มันยาวเกินไป เพราะช่วงระหว่างที่ หยิบขวดไปเทนมออกนั้น ค่อนข้างนานไปนิด แต่ด้วยความที่ขี้เกียจทำใหม่ ก็เลยใช้คลิปตามนั้นเลย โดยรวมเวลาถ่ายทำ และอัพโหลดวีดีโอคลิปนี้ ขึ้น YouTube เพียงแค่ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง
หลังจากนั้นก็มาถึงช่วงการ Seeding หรือที่เราเรียกว่าไปปล่อยคลิป ให้เป็นต้นตอของการเกิดไวรัล สำหรับหลักการกระจายตัวแบบไวรัลนั้น เราไม่สามารถคาดเดาได้ ว่ามันจะกระจายตัวแบบไหน ดังนั้นวิธีการ Seeding ก็ต้องทำอย่างแนบเนียน และเข้ากับกระแสด้วย บางคลิปที่เกิดการ Viral นั้น ก็เกิดจากปล่อยออกมาก่อน แล้วค่อยเกิดกระแส แต่สำหรับกรณีคลิปนี้ กระแสมีอยู่แล้ว เราใช้เทคนิคเกาะกระแส เข้าไปแล้วหวังให้เกิดการ viral ต่อยอดออกไปอีก
ผมจึงเริ่มด้วยเทคนิคแรก คือการส่งอีเมล์ หากลุ่มเพื่อน ๆ และคนรู้จัก ด้วยข้อความที่มีผู้คน ต้องการควานหาคลิปที่เป็นข่าวกันมากมาย สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้มาจากบทความ เทคนิคการสร้าง viral คลิปก็คือ การตั้งชื่อ และเขียนคำอธิบาย ให้จูงใจ หรือทำให้แปลกใจ ผมจึงได้ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นคือ มีเริ่มมีข่าวหนาหูว่า คลิปที่ว่าเป็นคลิปจริง ๆ ที่น้องเค้าถูกแอบถ่าย และทางตำรวจ ได้ออกมาประกาศแล้วว่า หากใครส่งต่อ ทางตำรวจจะสามารถ ตรวจสอบหาตัวคนส่งได้ ซึ่งผมว่าการที่มีข่าวนี้ ทำให้คนอยากดูมากขึ้นไปอีก ผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์หลายคน เหมือนกับที่มีคำกล่าวที่ว่า “ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ” ผมเลยคิดว่าจะลองตั้งชื่อในสิ่งที่คนพยายามหากันอยู่ แต่หาไม่ได้ โดยเนื้อหาในเมล์มีดังนี้ครับ
Subject : คลิปแอบถ่ายโฟร์มด เห็นหมดเลย รีบดูก่อนโดนลบ
เนื้อความในเมล์ : ระวังอย่า forward ต่อนะ เดี๋ยวตำรวจจับ
http://www.youtube.com/watch?v=hUr9kLadoyo
เนื้อความที่ส่งไป มีแค่ด้านบนจริง ๆ ไม่ได้ลงชื่อไว้ และทิ้ง url ไว้ให้เป็น YouTube ให้คนสามารถนึกไปก่อนได้ทันที ว่านี่คือคลิปที่คนกำลังคาดหวังอยู่ แต่การส่งแค่อีเมล์ ไม่ใช่เพียงแค่ช่องทางเดียวของการกระจายตัวแบบ Viral ดังนั้น ผมจึงมองหาเว็บไซต์ประเภท Social Bookmarking และด้วยความที่ผมต้องการเน้นกลุ่มเป้าหมายคนไทย เพราะฝรั่งดูคลิปแล้วไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงไปที่เว็บไซต์ Zickr แล้วก็เขียนข้อความคล้าย ๆ กันเพื่อแนะนำคลิปหลอกนี้ เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักคลิป และเมื่อคลิกที่ link ที่ให้ไป คนดูก็จะมาพบกับคลิปหลอกตัวนี้ครับ
หลังจากนั้น ผมได้ลองเลือกเว็บไซต์ของผมเอง คือ keng.com เพื่อใส่คลิปนี้ แน่นอนว่ามันเป็นแค่คลิปหลอกเท่านั้น เพื่อหวังให้ blogger อีกหลาย ๆ ท่านได้รู้จักคลิปนี้เช่นกัน ด้วยความที่เป็นคลิปหลอก ก็ต้องทำใจไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า ก็ต้องมีถูกด่าแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการทำ Viral ที่เป็นแนวเล่นกับอารมณ์ของคนดู คล้าย ๆ กับคลิปมดดำตบแอร์ ที่มารู้กันทีหลังว่า เป็นโฆษณาคอนโดยี่ห้อหนึ่ง และคลิปน้องพริก ที่มาแนววาบหวิว แต่ก็มาหักมุมทีหลังว่าเป็นโฆษณานั่นเอง แต่ครั้งนี้ที่ผมทำ ไม่ได้หวังผลโฆษณา เผอิญว่าชื่อยี่ห้อนม ดันไปชื่อพ้องกับกระแสโฟร์มด นั่นเองครับ
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ คลิปนี้ได้รับความนิยมเร็วเกินคาด โดยเหตุการณ์ต่าง ๆ นับตั้งแต่การปล่อยคลิป มีดังนี้ครับ
ซึ่งผลที่ได้ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในแง่ Viral เลยทีเดียว เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมเคยได้ฟังบรรยาย เรื่อง Viral Marketing ของทางคุณประสิทธิ์ วรฉัตรราวณิช จากเครือ ARip เคยพูดไว้ในงานสัมมนา Digital Marketing ที่จัดโดย Asia Business Forum ว่า สำหรับคลิปไวรัลแบบไทย ๆ ถ้ามีคนดูหลักหมื่นคน ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะจำนวนคนใช้อินเทอร์เน็ตในบ้านเรานั้น มีอยู่ราว ๆ 14 ล้านคนเท่านั้น
หลังจากที่ผมได้วิเคราะห์สถิติต่าง ๆ โดยดูจากช่องทางที่มีคนเข้าถึงคลิปนี้ ซึ่งหลาย ๆ ทางอาจวัดไม่ได้ เช่น ถ้ามีคน forward ต่อกันทางเมล์ไปให้เพื่อน ๆ นี่ผมแทบจะวัดไม่ได้ เพราะไม่ได้มีการติดโค๊ดเพื่อวัดผลใด ๆ ดังนั้นจึงวัดได้แค่เว็บไหน link มาหาคลิปนี้ใน YouTube เท่านั้น สิ่งที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงคลิปได้มากที่สุด ก็คือการใช้ Search Engine ค้นหาคีย์เวิร์ดที่ต้องการนั่นเอง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูล จากเว็บไซต์ TrueHits พบว่ามีคนค้นหาคำว่า “คลิปโฟร์มด” มีมากถึงหลายหมื่นครั้งต่อวัน และติดอันดับ Top 10 ของคีย์เวิร์ด ที่มีผู้คนหาสูงสุด ในช่วงนั้นเลยทีเดียว เรียกได้ว่า SEO เป็น key success ของการทำไวรัลในครั้งนี้เลยครับ
สุดท้ายนี้ ผมเองก็ต้องขอแสดงความเสียใจ กับน้องโฟร์มดอีกครั้ง ผมมิได้มีเจตนาใด ๆ ที่จะสร้างกระแสหรือทำให้น้องเค้าเสียหายใด ๆ เพียงแต่ทำเพื่อเป็นกรณีศึกษาในช่วงที่มีกระแสข่าว ผมหวังว่ากรณีศึกษาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ ต่อผู้ที่สนใจทำคลิปไวรัล ในแง่ของการทำการตลาดแบบ Digital Marketing และ Viral Marketing และหวังว่าการศึกษาครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยบ้าง ไม่มากก็น้อย
เพิ่มเติมหลังจากผ่านมาหลายวัน (บันทึกเพิ่มเมื่อ 26 กันยายน 2551)
การใช้ SEO แบบนี้ สามารถใช้เพื่อปกป้องชื่อเสียงได้เช่นเดียวกัน อย่างเช่นช่วงที่มีข่าวคลิปโฟร์มด เมื่อมีคนพยายามค้นหาทางอินเทอร์เน็ต เหมือนว่าทางเจ้าของค่ายเพลง ก็ได้ปล่อยคลิปมิวสิควีดีโอต่าง ๆ ของน้องโฟร์มด ออกมา ทำให้คนค้นหาใน เสิร์ชเอนจิ้นแล้ว เจอแต่คลิปดี ๆ เพื่อไม่ให้เจอคลิปที่ไม่ดี เป็นต้นครับ
อยากให้มีการส่ง virus ที่มีการสุ่มเฉพาะผู้ที่เปิดอินเทอร์เน็ต แล้ว virus สามารถฆ่าไฟล์ที่มีชื่อว่า โฟร์ กับ มด ในเครื่องที่โดน virus ได้ พอจะมีวิธีมั๊ยครับ ผมได้ข่าวแล้ว ผมสงสารน้องเค้ามากๆ และจะคอยให้กำลังใจนะครับ
ตอนโพสต์ url ในคอมเมนต์ไม่ได้คิดอะไรแท้ๆ เห็นว่าเป็นโฟร์โมสต์เหมือนกัน (^^;)
เลยพลอยได้อานิสงส์นิดหน่อย เมื่อวานคนเข้าเยอะสุดตั้งแต่เปิดเว็บมา
(คนเข้าเยอะแต่เพจวิวไม่เยอะและ bounce rate กระฉูด -_-; เปิดมาไม่เจอที่ต้องการก็ปิด และแน่นอน คงไม่ค่อยได้คลิกโฆษณา)
เรียนตรงๆครั้งแรกที่เห็นเมล์ที่คุณเก่งส่งมา ผมเซ็งนะครับ
เพราะกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะนำมา “ล้อเล่น” น้องเจ็บปวดมากครับ
คุณเก่งลองดูจากคลิปนะครับ
http://www.daradaily.com/clip/dumv/Duhr3exm3vQp
กรณีศึกษาเป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ แต่มันก็มีเรื่องที่ควรระวัง เช่นเคสนี้
การทำ viral โดยใช้กระแส ไม่ผิดหรอกครับ แต่น่าจะเป็นประเด็นที่เราควรมาดูกันมากกว่า หรือเปล่าว่า
กระแสที่เราไปเกาะน่ะ มันกระทบใครหรือเปล่า
ส่วนตัวผมคิดว่าอะไรที่มันไปกระทบใจคนอื่นก็ไม่ควรเอามาล้อเล่นน่ะครับ
ผมไม่ได้เป็นญาติน้องทั้งสอง
แค่เคยร่วมงานกันบ้าง
ไม่รู้ว่าถ้าน้องเค้าเห็นกรณีศึกษา ของคุณเก่ง เค้าจะรู้สึกยังไง
ผมไม่ดูคลิป ไม่หามาดู มีน้องส่งมาให้ทาง msn โดนด่าไปชุดนึง
ด้วยความเคารพ และแชร์ความคิดเห็นกันครับ
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ
เห็นเมล์ตอนแรกตกใจมากค่ะ ก็ไม่ได้เปิดดูเมล์นะคะ เพราะนึกว่าเป็นของจริง
จนกระทั่งเข้ามาอ่านเนี่ยแหละค่ะ ถึงได้รู้ว่าเป็นคลิปหลอก
หลายๆ คนยกย่องว่าคุณเป็นเจ้าพ่อวงการบล็อกนะ แต่การกระทำของคุณมันไม่ใช่อ่ะ เป็นพวกนักปั่นเว็บมากกว่า คุณก็เอาแต่หาผลประโยชน์จากผู้หญิง
ลองเอามาคิดดู ว่าถ้าคนๆ นั้นเป็นคนใกล้ตัวคุณ(หรือเป็นตัวคุณเอง)แล้วคุณจะรู้สึกยังไง สุภาษิตไทยก็ว่าไว้มานานแล้วว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ในแง่ Viral ก็ OK ครับ แต่ผมรู้สึกตะขิดตะขวงใจยังไงไม่รู้ มันก็คือ Keyword ดักควายดีๆนี่แหละ (ขอพูดตรงๆนะพี่)
สังเกตดู Keyword แต่ละอย่าง คลิบโฟร์มดเอย คลิบสาวกสิกรเอย และคลิบที่มีคนมากๆ มันจะดังในแง่ลบ แถมยังประโคมให้มันกระจายมากเข้าไปอีก แย่เลย
อยากเห็นคลิบ Viral แบบสร้างสรรค์ของคนไทยบ้างจัง
ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ comment เข้ามาครับ ผมจะรับไว้พิจารณา เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น สำหรับบทความต่อ ๆ ไปในอนาคตครับ
+1 ให้กับคุณ badzboy ครับ
1. นอกจากนี้ ผมไม่ทราบว่าสถิติดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการทำ viral marketing ยังไงนะครับ ยกเว้นว่าแสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนเพศของผู้ชายไทยยังทำงานได้ดีอยู่นั่นเอง
2. คิดถึงใจเขาใจเรานะครับ ไม่มีใครอยากให้คนอื่นเอาข่าวที่ไม่ดีของตัวเองไปทำกรณีศึกษาของ Viral หรอก
ผมว่า การเลือกกรณีใดๆ มาทดลองทำ Viral เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาและวิจารณญานพอสมควรนะครับ เกาะกระแสได้ดีก็จริง แต่มันกระทบจิตใจของคนที่เราคุ้นเคยอยู่ น้องเขาเป็นคนไทย อยู่ในสังคมไทยนะครับ ไม่ใช่อยู่ในสังคมฝรั่งที่ค่อนข้างเปิดกว้าง ผลกระทบอาจจะน้อยกว่าบ้านเราเยอะ (แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่ากระทำอยู่ดี)
ลองอันดับของโพสต์ที่เป็น Most Voted ใน Zickr สิครับ
………..
ผมก็เห็นคุณ Jedineko ก็ทำนี่คับ
key success ไม่ใช่ โฟร์-มด หรือครับ พี่เก่ง?
เสียใจกับครอบครัวน้องโฟว์ น้องมด เช่นกันครับ
ขอบคุณคุณเก่ง และพี่ๆเพื่อนๆ ที่ร่วมแสดงความคิดเห็น
กรณีศึกษา Viral ของคุณเก่งครั้งนี้ ก็ทำให้เราได้บทเรียนเพิ่มมาอีก
เป็นกรณีศึกษาของ “กรณีศึกษา Viral” ที่น่าตระหนักยิ่ง
และมันน่าจะช่วยให้ viral ชิ้นต่อๆไปในไทย เป็นไปในทิศทางที่จรรโลงสังคมมากขึ้น
ด้วยความเคารพกับทุกๆความเห็น
*0*
ทุกครั้งที่ผมเข้ามาเว็บคุณเก่งก็เพื่อมาเพิ่มเติมความรู้และถ้าตรงไหนแชร์ได้ก็อยากแชร์(ด้วยความสามารถน้อยนิด) และรู้สึกดีที่ยังมี webblog ของคนไทยอย่างคุณเก่งที่แชร์ไอเดียแบบไม่กั๊ก แต่ครั้งนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจว่ากรณีศึกษานี้จะน่าภูมิใจในการมาเพิ่มเติมความรู้ของเราๆหรือไม่ คงอยู่ที่วิจารณญาณละครับ ถึงเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแต่จิตใจก็ยังเป็นคนไทยอยู่ครับ ใจเขาใจเรา ไม่รู้ว่าเขียนบทความแรงๆแบบนี้ เพื่อให้คนใน social network เข้ามาตอบเพื่อดูปฏิกริรยา จะเป็นส่วนหนึ่งในการทดลองทางการตลาดของคุณเก่งด้วยหรือเปล่า? ระแวงใจ!
รอบนี้ไม่มีการตลาด หรือ brand มาเกี่ยวข้องครับ แต่การทดลองนี้ เป็นการเรียนรู้ครับ ก่อนเริ่มทำ ก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาแบบไหนเหมือนกันครับ
แล้วจะมีสรุปผลมั๊ยครับ
รออ่าน
(เพิ่งเห็นบันทึก)
ผมลองเอา คำว่า คลิปโฟร์มด ค้นหาด้วย กูเกิ้ล
สิ่งที่พบ คือคลิปวิดีโอจากรายการต่างๆ และข่าวเรื่องนี้จากเว็บใหญ่ ที่ทำ seo เก่งๆ
ซึ่งไม่น่าใช่จะค่ายนะครับ
เค้าทำseoไม่เป็นครับ
ผมเคยอยู่ที่นั่น ^^
น่าเห็นใจ สองสาว โฟร์ มดนะคับ พี่ ๆๆ
มาให้กำลังใจคุณเก่งครับ มองได้ 2มุม มองทางวิชาการก็ได้ประโยชน์ในการพัฒนาต่อไปครับ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็มีวิธีการจะแก้อะไรคงลำบาก แต่เราจะนำข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างไรได้บ้าง ต่างมุมมอง ต่างความคิดครับ แล้วก็เห็นใจน้องทั้ง2คนด้วย
มาดูครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ
^^
กระแสดัง เด่นๆ ที่น่าลุ้นน่าลอง จะทำให้จิตใต้สำนึกของมนุษย์เรา สั่งการโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าเป็นอะไร
To all,
สนับสนุนการศึกษาค้นคว้า เพื่อแสวงหา หรือค้นพบสิ่งใหม่ ๆ โลกจะก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ขอชมเชย
แต่สิ่งที่กำลังค้นหา โดยมี การสร้างกรณีย์ศึกษา นั้น จะต้องไม่ทำให้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เสียหาย หรือได้รับผลกระทบในทางที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งผู้ที่ทำการศึกษาศึกษา และผู้ที่ถูกเป็นกรณีย์ศึกษา
ก่อนการศึกษา จะต้องศึกษาผลกระทบทุกด้าน และหาทางป้องกันผลกระทบนั้น ๆ
การกล่าวคำขอโทษ หรือ เสียใจ แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ไม่พอ เพราะเขา หรือ เธอ เหล่านี้ อาจเสียหายไปแล้ว
ผู้ที่ทำการศึกษา/วิจัย จะต้องรับผิดชอบ ต่อ กรณีย์ ดังกล่าว ให้มากกว่า คำว่า ขอโทษ หรือเสียใจ
ข้อควรคำนึง
การเผยแพร่ กิจกรรมใด หรือข้อมูลใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ประเทศไทย มีกฎหมาย คุ้มครอง ประชาชนที่ถูกระทำให้เสียหาย ทั้งโดยตั้งใจ และ หรือไม่ได้ตั้งใจ
ผู้กระทำ จะต้องรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่ตนกระทำ….เสนอแนะมาเพื่อ ให้ระมัดระวัง ในครั้งต่อไป
จาก ปู่ชาญ