ทฤษฎี Long Tail กับการทำ SEO

บทความในครั้้งแรกที่ผมเขียน มีแต่ข้อความในส่วนด้านล่าง ซึ่งอาจมิได้มีการอธิบายความหมายของทฤษฎี Long tail ให้ทราบก่อน ผมเลยขออนุญาตปรับปรุงบทความ เพิ่มเติมหลังจากที่ได้อ่าน ความคิดเห็นของคุณ bVis  ที่ได้แสดงความคิดเห็นว่า ความหมายของ long tail ที่เคยได้ยินมา มิใช่แบบนี้ ผมเลยขออนุญาต เขียนบทความเพิ่มเติม เพื่ออธิบายความหมายของคำว่า long tail ในมุมของทฤษฎี longtail marketing เพิ่มเติมด้วย เพื่อประกอบความเข้าใจ ให้เข้าใจได้ดีขึ้นครับ เริ่มอ่านบทความ ที่ได้ทำการปรับปรุงแล้ว กันเลยครับ


ภาพจาก : MasterLink Internet Marketing

ปกติแล้ว ทฤษฎี Long Tail Marketing ก็จะเหมือนรูปข้างบนนี้ คือเวลาเราต้องการขายของเนี่ย หากมีผลิตภัณฑ์ที่ขายดี ๆ แต่ขายดีอยู่แค่ช่วงเวลาเดียว พอเลิกฮิตก็เงียบๆ ไปเนี่ย จะเปรียบเสมือนกราฟสีชมพูในรูปด้านบน แต่หากร้านค้านั้น มีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง ที่ขายไม่ค่อยดี แต่ขายได้เรื่อย ๆ หลาย ๆ อยากเข้า ยอดขายจากของที่ขายไม่ดี จำนวนเยอะ ๆ เนี่ย (เปรียบเสมือนช่วง graph สีม่วง) อาจจะมากกว่ายอดขายของสิ่งของที่ขายดี แต่ขายดีแป๊บเดียวซะอีก

ดังนั้น หากเรานำทฤษฏี Long Tail มาประยุกต์ใช้กับ keyword และ การทำ SEO แล้วเนี่ย สามารถเลี่ยง keyword ต่าง ๆ ที่ฮิต ๆ มีคนค้นหาเยอะ ๆ แล้วไปกวาดคนเข้า จาก keyword ที่มีคู่แข่งน้อย ๆ แทน

เมื่อพูดถึงการทำ SEO หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มต้นด้วย การค้นหาว่า keyword ต่าง ๆ ที่เราเล็งไว้นั้น มีคนค้นหาเยอะน้อยแค่ไหน แล้วก็ะจะได้พิจารณาจากตรงนั้น เช่นว่า ถ้า keyword ที่เราเลือก มีคนค้นหาเยอะในแต่ละวัน ก็มีโอกาสที่เราจะได้ คนเข้าเว็บ จาก keyword คำนี้เยอะ ๆ ข้อนี้ถ้าพูดกันจริง ๆ มันก็เป็นเหตุผลที่ถูกต้องส่วนหนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่ว่า มันยังไม่ใช่เหตุผล หรือเป็นเทคนิคเดียว ที่จะช่วยเราในการเลือกทำ keyword ให้เหมาะสมนั่นเอง

ลองดูปัจจัยอื่น ที่อาจทำให้ keyword ที่มีคนค้นหาสูง ๆ แต่ไม่เหมาะกับการทำ SEO ของเราดูบ้าง เช่น keyword นั้นมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะ ถ้าเว็บไซต์ของเรา ไม่มีคนลิงค์มาหาเยอะ ๆ หรือว่ามี page rank น้อย ๆ ก็อาจทำให้เราต้องเหนื่อยมากในการทำ SEO นั่นเอง

ดังนั้น มีอีกเทคนิคหนึ่ง ในการทำให้การเลือก keyword ของเรา มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นก็คือการเลือก keyword ที่เป็นประเภท Long Tail หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า เป็น keyword แบบยาว ๆ นั่นเอง ยกตัวอย่าง keyword แบบ long tail ก็เช่น “ที่พักในกรุงเทพ” คือการใช้ keyword แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น แทนที่จะใช้คำสั้น ๆ ว่า “กรุงเทพ” เป็นต้น  การใช้ keyword แบบนี้ ก็จะเหมือนกับเราทำ keyword ที่คนรู้จักไม่เยอะ แต่พอบทความเราเยอะ ๆ เข้า เราก็สามารถได้คนเข้าเว็บ จาก keyword ต่าง ๆ ที่เป็น long tail แบบนี้

ผมมีเทคนิคการเลือกหา Keyword ที่เหมาะกับทฤษฎี long tail แบบที่ผมใช้มาแนะนำ ให้ลองไปปรับใช้กันดูครับ แรก ๆ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่า เราควรใช้ keyword คำว่าอะไรบ้าง แต่พอเราเขียนบทความ ทำไปซักพัก เมื่อมีคนค้นหาเราเจอจาก Search Engine เราก็มาดูว่า คนเจอคำไหนบ้าง ถ้ามีคำไหน ที่เป็น long tail เราก็เอาคำนั้นมา optimized หรือปรับเพิ่ม ให้ keyword นั้นเป็นคำที่เราเน้นขึ้นมานั่นเอง วิธีนี้ จะทำให้เราไ่ม่ต้องไปหว่านสุ่ม ว่าจะเอาคำไหน แต่เราสามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูล ที่เราเก็บสถิติไว้ดูนั่นเอง เพียงแต่วิธีนี้ อาจจะเห็นผลช้าหน่อย แต่เราก็จะได้ keyword แบบ longtail ที่มีอันดับที่ดี และคู่แข่งน้อยได้ไม่ยากครับ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ถ้าคุณชอบบทความเกี่ยวกับ Digital Marketing ใน keng.com ก็สามารถกรอกอีเมล์ เพื่อให้ระบบส่งเมล์ไปแจ้ง เมื่อเรามีบทความเกี่ยวกับ Digital Marketing ใหม่ๆ ให้ทราบได้ทันที:

กรอกอีเมล์

10 ความคิดเห็นที่แสดงต่อบทความนี้

  1. antie พูดว่า:

    โอ้..ได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว ขอบคุณครับ

  2. suvit พูดว่า:

    วิธีการ long tail นี้ ก็เหมือนกับการหา นีชคีย์เวิร์ด ใช่มั้ยครับ

    ประมาณว่าต้องหาที่มันเจาะจงเข้าไปอีก เพื่อตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ค้นหา

    มีอีกวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียวครับ เป็นการลดคู่แข่งในคีย์เวิร์ดนั้นๆ ด้วย

  3. BACKSteplMSc พูดว่า:

    Longtail Keyword ม่ะช่าย The Longtail Keyword

    กิกิ

  4. bVis พูดว่า:

    - concept ของ long tail ที่เข้าใจไม่ใช่แบบนี้นี่นา
    การที่ keyword ยาวไม่น่าเรียกว่า long tail แต่การที่คนค้นหาด้วย keyword ยาวๆ แล้วแสดงหน้าเวบเราอันดับต้นๆเรียกว่าเป็นการใช้ทฤษฎี long tail ในการทำ seo น่าจะถูกต้องมากกว่า

    - มีสถิติที่น่าสนใจ คนค้นหาด้วยวลีที่ประกอบด้วยคำจำนวน 2 คำมีมากที่สุด คือประมาณ 32%
    รองลงมา 3 คำ 27% , 4 คำ 14.8%, 1 คำ 15.2% ดังนั้นถ้าเราคิดจะทำ seo แนวนี้เราก็จะได้ traffick น้อยตามไปด้วยรึเปล่า (ข้อมูลจาก searchenginewatch.com)

    - ใช้ google webmaster tool และ google analytics น่าจะช่วยในการทำ seo ได้ดีกว่าการใช้ทฤษฎีอันใดอันหนึ่งนะ

  5. เก่ง พูดว่า:

    ขอบคุณคุณ bVis มากที่ช่วยแนะนำเรื่องบทความนะครับ ตอนนี้ผมได้ปรับปรุงบทความ เพื่ออธิบายความหมายของ Long Tail marketing เพิ่มเติม ให้เข้าใจ concept ที่ถูกต้องก่อนแล้วนะครับ แล้วค่อยตามด้วยวิธีการเลือก keyword แบบ long tail ตามกลยุทธแบบบ้าน ๆ ของผมเองครับ :)

    ผมก็เห็นด้วยนะครับ ถ้าใน long tail อย่างเดียว แต่ไ้ด้คนน้อย แต่ก็แอบหวังว่าจะได้คนเยอะ ๆ จากจำนวน keyword ที่เพิ่มมากขึ้น

    เอาเป็นว่า ลองทำกันดูทั้งสองแบบครับว่า ใช้ keyword ฮิต ๆ + ใช้ keyword เฉพาะเจาะจง แล้วลองดูด้วยตัวเองกันครับ ว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร ขอให้มีคนเข้าเว็บเยอะ ๆ กันทุกท่านเลยครับ

  6. kengkung พูดว่า:

    สุดยอดมากเลยครับ ความรุ้ทั้งนั้น

    แต่ก็ทำเวปก็หาแต่keywordหลักๆที่คิดว่าคนจะคนหาเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ไหนได้ กลับมาคู่แข่งที่เยอะในkeywordนั้น

    เดี่ยวคงต้องลองเล่น ตาม long tail ดู

  7. bVis พูดว่า:

    ที่ทำอยู่เป็นแบบผสมผสาน
    ใช้ทั้งคำฮิตและคำแบบเจาะจง
    โดยดูว่าช่วงไหนของ campaign เรา focus ในเรื่องใด
    ถ้าเน้นโปรยให้คนเห็นเยอะๆ ก็เล่นคำฮิต
    ถ้าเน้น conversion ก็จะเล่นคำแบบเจาะจง

  8. naruto พูดว่า:

    ผมโชคดีที่ได้เข้ามาอ่านครับ

    ขอบคุณคุณเก่ง กับคุณ bvis มากนะครับ

  9. dayafterday2008 พูดว่า:

    เคยอ่านหนังสือเพิ่มเติมครับ น่าสนใจมากๆ ลองศึกษากันเพิ่มเติมดูครับ

  10. Add URL พูดว่า:

    เข้าใจ Long Tail ขึ้นอีกมากเลยครับ
    จากปกติผมจะหาคีย์เวิดที่คนหากันเยอะๆ แล้วก็แข่งกันเอาเป็นเอาตาย
    เหนื่อยแทบตาย ได้ก็ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าที่ควร เนื่องจากคู่แข่งเป็นล้าน
    พอเข้าใจ Long Tail นี้แล้ว มีทางที่เราจะไม่เหนื่อยกับคู่แข่งมากนัก และก็สามารถที่จะเพิ่มยอดขายได้เพิ่มขึ้นจริงๆ ครับ

Leave a Reply

  • เรื่องฮิต
  • ล่าสุด
  • ความคิดเห็น
  • แท็ก
  • RSS Feed

Our Flickr Photos - See all photos

แคมเปญ Honda Pilot DIY Video Contestแคมเปญ VIBE VersesWill It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed

สงวนลิขสิทธิ์ © กติกา สายเสนีย์ ระบบ blog โดย Wordpress. Theme โดย WooThemes.