ทำอย่างไร ให้วงการ Digital Marketing ไทยโตขึ้น

เมื่อวันที่ผมได้ไปร่วมเป็นผู้ร่วมเสวนา ในงานจิบกาแฟ คนทำเว็บพบคนโฆษณา เมื่อ 21 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา ผมได้ตอบคำถาม ผู้ร่วมสัมมนาไปในมุมมองของผม ต่อคำถามที่ว่า “ทำอย่างไร ให้วงการโฆษณาออนไลน์ของไทย โตขึ้นจาก 0.8% เป็น 2%” ไปแล้ว ผมเลยอยากนำคำตอบนั้น มาเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่งที่เว็บนี้ครับ

ก่อนอื่น คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการโฆษณา อาจจะงงกับตัวเลข 0.8% หรือ 2% มันคืออะไร ผมขออธิบายอย่างง่าย ๆ ได้ว่ามันคือ จำนวน 0.8% ของเม็ดเงินมูลค่าการซื้อโฆษณา ทั้งหมดของประเทศไทย คือถ้าเทียบร้อยเปอร์เซ็น จะพบว่า งบโฆษณาส่วนใหญ่ ไปตามสื่อกระแสหลัก เช่น โฆษณาในโทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์เป็นต้น ยิ่งเป็นโฆษณาทีวีด้วยแล้ว กินเงินไปเยอะเชียวครับ แต่เม็ดเงินจำนวนแค่ 0.8% ที่มาซื้อออนไลน์นั้น ยังถือว่าน้อยอยู่ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิค

ดังนั้น วงการโฆษณา Digital Marketing รวมทั้งวงการเว็บมาสเตอร์ ต้องการที่จะเห็นเม็ดเงินโฆษณา ไหลเข้ามาสู่สื่อ Digital มากยิ่งขึ้น เลยมีคำถามออกมาว่า “ทำอย่างไร ให้การใช้เงินโฆษณาออนไลน์ โตจาก 0.8% ไปเป็น 2%”

ผมตอบไปในงานจิบกาแฟ อย่างคร่าว ๆ ว่า ต้องเป็นความร่วมมือกันหลายฝ่าย มันถึงจะดันให้ตลาดโตขึ้นมาได้ โดยแบ่งเป็นสามฝ่ายใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ฝ่ายเจ้าของเว็บ
เราสามารถเรียกเว็บต่าง ๆ ได้ว่าเป็นสื่อแต่ละยี่ห้อนั่นเอง ทางเจ้าของเว็บเอง ต้องทำให้เว็บไซต์มีเนื้อหาที่ดี และมีประโยชน์ให้กับผู้เข้าชมอย่างชัดเจน ไม่ทำการสร้างทราฟฟิคหลอก ๆ ขึ้นมา เช่นการใช้เทคนิคด้านมืด โกงให้ตัวเลขคนเข้าเว็บเยอะ ๆ จะได้มีคนมาลงโฆษณา หากเจ้าของเว็บทำแบบนี้แล้ว และมีคนมาลงโฆษณาจริง แต่พอเมื่อจบแคมเปญ จะพบว่าเว็บที่ตัวเลขคนเข้าเว็บเยอะ แต่ไม่ได้มีคนเข้ามาจริง ๆ ผู้โฆษณา หรือผู้กุมเงิน ก็จะผลตอบแทนอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ ของคนกำเงิน (หรือผู้ซื้อโฆษณานั่นเอง) หากผู้โฆษณาไม่เชื่อถือ สื่ออินเตอร์เน็ท ก็จะทำให้ตลาดไม่โตเท่าที่ควร

2. ฝ่ายเอเจนซี่โฆษณา
ฝ่ายนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวกลาง ทำให้ผู้ซื้อโฆษณา มาเจอกับเจ้าของเว็บ หน้าที่ของเอเจนซี่คือ การวางแผนให้แคมเปญต่าง ๆ ของลูกค้า ประสบความสำเร็จ มีบทบาทสำคัญคือ ต้องวางแผน และให้คำแนะนำกับทั้งเจ้าของเว็บ และผู้ซื้อโฆษณา ได้อย่างดี เพราะการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดต่าง ๆ ก็จะทำให้ผู้ซื้อโฆษณา ไม่ได้รับแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน ดังนั้นทางฝ่ายเอเจนซี่ ก็ต้องทำงานวางแผน digital marketing ให้ดี และก็ต้องมีสอนให้ลูกค้า รู้จัก และเข้าใจสื่อ digital media มากยิ่งขึ้น

3. ฝ่ายผู้ซื้อโฆษณา
เรามักจะแอบเรียกฝ่ายผู้ซื้อโฆษณาว่า “ลูกค้า” ซึ่งลูกค้าเอง ก็ต้องเข้าใจในมุมของ Digital Marketing ว่า มันสามารถทำแคมเปญโฆษณา ได้ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้จริง ๆ

โดยทั้ง 3 ฝ่าย ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งทั้งสามฝ่าย ก็มีงานที่หนักในส่วนของตัวเองกันทั้งนั้น ดังนั้นก็คงต้องร่วมมือกัน ในทุก ๆ ส่วนครับ

Photo by : Rene Ehrhardt

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ถ้าคุณชอบบทความเกี่ยวกับ Digital Marketing ใน keng.com ก็สามารถกรอกอีเมล์ เพื่อให้ระบบส่งเมล์ไปแจ้ง เมื่อเรามีบทความเกี่ยวกับ Digital Marketing ใหม่ๆ ให้ทราบได้ทันที:

กรอกอีเมล์

4 ความคิดเห็นที่แสดงต่อบทความนี้

  1. seo พูดว่า:

    ขอโทษนะครับรบกวนถามหน่อยว่า 0.8% นี้ นับเป็นเม็ดเงินกี่บาทครับ

  2. SV พูดว่า:

    800 ล้านบาทครับ
    ส่วนที่หนึ่งเป็นพวก web เมื่องนอก อย่าง hotmail,hi5
    ส่วนที่สองเป็นพวกเว็บในเมืองไทยครับ อย่าง Sanook,Kapook,…

  3. centuryboy พูดว่า:

    เห็นด้วยกับบทความนี้ครับ ทั้งสามฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ตลาดโฆษณาจึงจะโตขึ้นได้

  4. runangel พูดว่า:

    เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากเลยฮะ

Leave a Reply

  • เรื่องฮิต
  • ล่าสุด
  • ความคิดเห็น
  • แท็ก
  • RSS Feed

Our Flickr Photos - See all photos

แคมเปญ Honda Pilot DIY Video Contestแคมเปญ VIBE VersesWill It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed