10 เทคนิค การออกแบบ แบนเนอร์ โฆษณา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงาน Digital Conference ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียมา ในงานเค้ามีแจกของที่ระลึกมาหนึ่งถุง ในนั้นมีของที่ระลึกจาก Yahoo มาด้วยครับ หนึ่งในนั้นคือกล่องใส่นามบัตร แต่ว่าในกล่องใส่นามบัตรนั้น แทนที่เค้าจะปล่อยให้ว่างไว้ เค้าดันใส่กระดาษสีม่วง ๆ มาแผ่นนึง (ไม่ใช่แบงค์ห้าร้อยนะครับ) เป็นข้อมูลที่น่าสนใจทีเดียว นั่นคือบทความเรื่อง 10 Tips for Creating Great Online Media Creative หรือเทคนิคในการออกแบบแบนเนอร์ หรือชิ้นงาน creative ออนไลน์ครับ ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์แบบธรรมดา, floating ad หรือ banner แบบ interactive ad เลยถือโอกาส เอาบทความนี้มาเล่าให้ฟังกันครับ

ในวงการเอเจนซี่ เค้าจะเรียกตัวชิ้นงานดีไซน์ต่างๆ ว่า creative เช่น ออกแบบ banner หนึ่งชิ้น เค้าก็เรียกว่านี่คือ creative หนึ่งชิ้น เป็นต้น เรามาดูกันว่า เทคนิคที่ Yahoo แนะนำมานี้ น่าสนใจแค่ไหน

10 Tips to Digital Media Creative

ทาง Yahoo บอกเรามาก่อนเลยว่า เรามีเวลาเพียงแค่ไ่ม่เกิน 3 วินาที เพื่อที่จะดึงความสนใจจาก user หรือ visitor นี่คือเทคนิคในการออกแบบ creative ให้ผู้ชมสนใจครับ

  1. เน้นไอเดียหลักเพียงแค่ 1 หรือ 2 ประเด็นเท่านั้นก็พอ
  2. บริหารจัดการความยาวของตัวอักษรให้ดี ไม่ควรยาวเกินไป เดี๋ยวผู้ชมจะอ่านไม่ทัน
  3. เน้นให้เห็นถึงประเด็นที่อยากให้ผู้ชมทำ เช่น ให้โทรไป call center หรือให้คลิก หรือให้เล่นเกมส์ เป็นต้น
  4. ทำให้แบรนด์ดูโดดเด่นตลอดเวลาที่แสดง ad เช่น มี logo อยู่ทุกเฟรม
  5. ทำให้ banner นั้น interact ได้ เช่นมีเกมให้เล่น หรือให้เอาเมาส์คลิกเพื่อเล่นกับ banner หรือทำ link เพื่อให้ไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้
  6. วีดีโอออนไลน์มีแนวโน้มที่จะทำงานร่วมกันได้ดีกับแคมเปญออฟไลน์อื่น ๆ
  7. ทำให้มีปุ่ม replay บน banner
  8. ทำให้ปุ่มปิด (close) ให้เห็นเด่นชัด ในกรณีที่เป็น floating ad หรือ banner รูปแบบอื่น ๆ ที่รบกวนผู้้ใช้ (ปกติแล้ว ปุ่มปิด ควรจะอยู่ที่มุมขวาบน)
  9. ใช้ตัวอักษรในการสื่อสารไอเดียหลัก ๆ แทนการใช้เสียง (เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะปิดเสียง)
  10. มีทางเลือกให้้ผู้ใช้ ในการเปิด หรือปิดเสียงของโฆษณาชิ้นนั้น ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก Yahoo และภาพประกอบจาก liteluvr



12 Responses to “10 เทคนิค การออกแบบ แบนเนอร์ โฆษณา”

  1. bugsek says:

    น่าสนใจมากๆ ครับพี่เก่ง ผมว่าน่าจะกล่าวถึงการเลือกสีให้แบนเนอร์ด้วยนะครับ เพราะสีมีผลต่อการดึงดูดสายตาได้ครับ

  2. PJ says:

    ขอบคุณที่เอามาบอกเล่าเก้าสิบค่ะพี่เก่ง ^^”

  3. PatSonic|Com says:

    เยี่ยมครับ เป็นทีปที่ดีจริงๆ จะเอาไปใช้ครับผม

  4. อยากเห็นกระดาษสีม่วงแผ่นนั้นหน่ะครับ ไม่ทราบว่าพอจะ scan มาแบ่งคนไที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ได้ชมบ้าง ได้หรือไม่ครับ…

  5. เก่ง says:

    จำไม่ได้ว่าเอาไปวางไว้ไหนอ่ะครับ ถ้าเจอจะ scan มาให้ดูกันนะครับคุณจุก :)

  6. jack says:

    เยี่ยมเลยครับ ได้นำไปใช้จิงๆในการทำงานด้วยครับ
    ทำงานทางด้านนี้อยู่พอดี

  7. บทความนี้ดีมากครับ ได้ไอเดียใหม่ๆเลย

  8. feekz says:

    คิดดูก็จริงนะครับ คนเข้ามาในเว็บถ้าไม่เจอสิ่งที่สนใจก็จะออกไปทันที โดยใช้เวลาไม่นาน

  9. TANA says:

    สุดยอดครับ จะลองเอาไปปรับใช้ดู

  10. แอร์ says:

    ขอบคุณค่ะ

  11. hmadang says:

    เป็นข้อมูลที่ดีเลยครับ

  12. putter says:

    1 เน้นไอเดียหลักเพียงแค่ 1 หรือ 2 ประเด็นเท่านั้นก็พอ
    = ข้อนี้เห็นด้วยครับ

    2 บริหารจัดการความยาวของตัวอักษรให้ดี ไม่ควรยาวเกินไป เดี๋ยวผู้ชมจะอ่านไม่ทัน
    = ตรงจุดนี้ ถ้ามันยาวเกินไป ก็ให้การแสดงผลนานหน่อยซิครับ แต่คำที่ยาวไปจะทำให้เกิดความน่าเบื่อในการอ่านมากว่า ควรจะทำให้พอดีอ่านก็พอ

    3 เน้นให้เห็นถึงประเด็นที่อยากให้ผู้ชมทำ เช่น ให้โทรไป call center หรือให้คลิก หรือให้เล่นเกมส์ เป็นต้น
    = เน้นไปที่ตัวสินค้าหรือบริการ ที่ต้องการสือให้ผู้ชม ให้เกิดความต้องการในตัวสินค้า หรือ บริการ มากกว่า

    4 ทำให้แบรนด์ดูโดดเด่นตลอดเวลาที่แสดง ad เช่น มี logo อยู่ทุกเฟรม
    = ตรงนี้ไม่จำเป็นเสมอไป ผมเห็นโฆษณาบางโฆษณาไม่จำเป็นต้องใส่โลโก้ทุกเฟรมเลย

    5 ทำให้ banner นั้น interact ได้ เช่นมีเกมให้เล่น หรือให้เอาเมาส์คลิกเพื่อเล่นกับ banner หรือทำ link เพื่อให้ไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้
    = ตรงจุดนี้เห็นด้วย แต่ติงที่ว่า อยากให้เกมส์ยากจนเกินไป และอยากให้โฆษณาออกนอกกรอบที่เราจะสือ ถ้าสิ่งที่เราจะสื่อเป็นอะไรที่ใช้เกมส์ในการเรียกความสนใจได้จะดีมากๆ

    6 วีดีโอออนไลน์มีแนวโน้มที่จะทำงานร่วมกันได้ดีกับแคมเปญออฟไลน์อื่น ๆ
    = ส่วนมากวิดีโอออนไลน์ ก็คือหนังโฆษณาที่โฆษณาในทีวีทั่วไป เท่าที่ผมสังเกตนะ

    7 ทำให้มีปุ่ม replay บน banner
    = ตรงจุดนี้บอกเลยว่าไม่จำเป็น เพราะโฆษณาจะเล่นวนไปวนมาอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีปุ่ม Replay นอกจากจะเล่นครั้งเดียวจบ ถ้าดูไม่ทันก็กดปุ่ม Replay

    8 ทำให้ปุ่มปิด (close) ให้เห็นเด่นชัด ในกรณีที่เป็น floating ad หรือ banner รูปแบบอื่น ๆ ที่รบกวนผู้้ใช้ (ปกติแล้ว ปุ่มปิด ควรจะอยู่ที่มุมขวาบน)
    = ตรงนี้ถูกต้องครับ แต่บางครั้งผมทำโฆษณาก็ไม่ยึดกฎตายตัวเสมอไปว่าต้องขวาบน ขอให้ปุ่มกดมันเด่นก็พอ ( แต่ไม่ต้องเด่นกว่าเนื้อหาที่จะโฆษณานะ )

    10 ใช้ตัวอักษรในการสื่อสารไอเดียหลัก ๆ แทนการใช้เสียง (เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะปิดเสียง)
    มีทางเลือกให้้ผู้ใช้ ในการเปิด หรือปิดเสียงของโฆษณาชิ้นนั้น ๆ
    = ตรงจุดนี้บอกว่าไม่ค่อยจริงนะ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเปิดเสียงค้างไว้มากกว่า แต่ที่เน้นไปที่ตัวอักษรเพราะ ขนาดไฟล์เสียงที่ใส่ในโฆษณาจะหนักไม่เหมาะกับเน็ตช้าๆ นอกเสียจาก เวลาเมาส์โอเวอร์แล้วให้ไปดึกไฟล์เสียงมาแสดงอีกทีหนึ่ง ( พูดง่ายๆก็คือ ทำงานสองจังหวะ )

Leave a Reply