กลับมาคุยเรื่องการทำ blog กันต่อดีกว่าครับ หลังจากผมเสียเวลาไปเยอะ เกี่ยวกับ เรื่องราวที่ผ่านมา เดี๋ยวบางท่านจะเบื่อซะก่อน
หลายท่านอาจสงสัยว่า เขียนแบบไหน ที่จะไม่ผิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น หรือที่เรียกได้ว่าเขียนอย่างมีมารยาท และมีความเป็นเอกเทศ ของแบบนี้ไม่ได้ทำยากนะครับ ผมว่าคุณเขียนกันได้ทุกคน ลองคิดแค่ว่า ถ้าผมมีโปสเตอร์หนังมาให้ 1 ใบ แล้วให้คนสิบคนมองโปสเตอร์ใบเดียวกันนั้น แล้วเีขียนบทความออกมา ผมว่าแต่ละบทความมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นแหล่งข่าว หรือแหล่งข้อมูลเดียวกัน ไม่เชื่อลองดูครับ
งานเขียนส่วนใหญ่ มักจะมีแหล่งข้อมูล ยกเว้นว่าตัวคุณเองคือแหล่งข้อมูล ดังนั้น เวลาที่เราเขียนบทความ เราควรจะอ้างถึงแหล่งข้อมูลด้วย ผมเห็นที่คุณโก๋ พูดถึงเรื่องนี้พอดีว่า
ผมเลยนึกถึงสิ่งที่เรียกว่า inspiration หรือแรงบันดาลใจ
ในการอ้างอิงบทความ ซึ่งต่างจากการก๊อปแบบเดียวกับที่ผมเคยได้อ่านจาก Wikipedia
วิกิพีเดีย:เขียนงานอย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ – วิกิพีเดีย
เลยอยากจะขอแนะนำให้คุณไปอ่าน
เพราะมีตัวอย่างวิธีการเขียนที่ทำให้คุณไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ใครด้วย
ลองไปอ่านดูครับว่านั่นคือเทคนิคการ rewrite ง่าย ๆ และมองเห็น าพจากตัวอย่างได้ชัดเจนว่า เขียนอย่างไร ถึงจะเรียกว่าเป็นบทความใหม่ ไม่ใช่บทความที่ลอกมาครับ
ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์ าพถ่ายนั้น ทุก าพมีเจ้าของลิขสิทธิ์ ดังนั้น ถ้าถามว่าผมไปเอา าพของคนอื่นมา ผิดไหม ก็คงผิดถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่อนุญาต ถ้าจะให้ปลอด ัย ต้องใช้วิธีการซื้อลิขสิทธิ์ครับ หรือใช้ าพที่มีลิขสิทธิ์แบบอื่น เช่น ให้ใช้ได้ หากอ้างถึงแหล่งข้อมูลที่มา หรือให้เครดิตกับเจ้าของ าพ เป็นต้น
ถ้าทุกรูปหรือทุก าพมีเจ้าของหมด คุณคงสงสัยว่า พวกเราก็จะไม่โดนฟ้องร้องกันหมดเหรอ งั้นมาลองดูข้อมูลตรงนี้ครับ ในกฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีประโยคที่เรียกว่า “การใช้งานโดยชอบธรรม” (Fair use) ผมขอยกตัวอย่างข้อมูลบางส่วน จาก wikipedia ในเรื่อง Fair use ให้ดูครับ
การใช้งานโดยชอบธรรมประกอบด้วย การใช้โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้า หรือการนำ าพส่วนใดส่วนหนึ่งของ าพยนตร์ หรือปกหนังสือไปใช้งานในความละเอียดต่ำหรือมีขนาดเล็ก โดยไม่ทำให้ก่อให้เกิดความเสียหายของสินค้า หรือทำให้สินค้านั้นขาดรายได้
โดยเจ้า Fair use นี้จะมีใช้งานกันในสหรัฐฯ แต่ประเทศอื่น ๆ ก็จะมีเงื่อนไขการใช้งานที่คล้าย ๆ กับแบบนี้ครับ ลองพิจารณาดูว่า เช่น ถ้าเราเอารูปดารา ที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ถืออยู่ ซึ่งสิทธิ์ที่เค้าขายอาจะเป็น าพใหญ่มาก ๆ หรือความละเอียดสูงในระดับที่เราสามารถ เอาไปทำสิ่งพิมพ์ หรือหนังสือได้ แต่ถ้าเราเอามาใช้เล็ก ๆ แบบความละเอียดต่ำ ขยายดูไม่ค่อยได้ มาประกอบในบทความ โดยให้เครดิตและ ทำลิงค์ไปยังเจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างชัดเจน ผมว่าน่าจะเข้าข่าย Fair use แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดังนั้น หากใครจะใช้ าพที่มีลิขสิทธิ์ ควรตรวจเช็คกับเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วยก็ดีครับ ผมเองไม่ใช่เจ้าหน้าที่กฎหมาย อาจมีท่านอื่นที่เข้าใจเรื่องกฎหมายมากกว่าผม หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติม ฝากแนะนำเข้ามาจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เว็บไซต์ของผม และ Vinegar Girl ใช้ในการจัดการกับ าพที่มีลิขสิทธิ์ กล่าวคือ ใช้ าพเล็ก ๆ โดยให้เครดิต และลิงค์ไปยังเจ้าของลิขสิทธิ์ และอีกแบบหนึ่งคือ ซื้อลิขสิทธิ์ าพมาใช้ครับ ใครอยากรู้ว่าเราซื้อกันได้อย่างไรตั้งเยอะแยะ ไม่แพงเหรอ พวกเราใช้ าพจาก istockphoto.com ซึ่งเริ่มต้นที่ราคา าพละประมาณ 1 เหรียญสหรัฐฯ เราสามารถจ่ายเงิน เพื่อซื้อ าพเหล่านี้มาใช้ไหวครับ ซึ่ง าพที่ซื้อมาเหล่านี้ เราก็ไม่ได้เขียนแหล่งที่มาไว้ เพราะเราได้ใช้สิทธิ์จากการที่ซื้อมา เพื่อใช้ในเว็บไซต์อย่างถูำกต้องครับ
ถึงเราเป็นเว็บเล็ก ๆ แต่เราก็พยายามทำให้ถูกลิขสิทธิ์ที่สุด เท่าที่ความสามารถของเราจะเอื้ออำนวยครับ บทความด้านบน คงสามารถตอบคำถามสำหรับผู้ที่ถามเข้ามา เรื่องลิขสิทธิ์ าพถ่ายได้นะครับ
ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องมารยาท และจรรยาบรรณ ในการเขียนบทความ ของนักเขียนแต่ละคนแล้วครับ เช่นการอ้างถึงแหล่งข้อมูลทีมาต่าง ๆ โดยการขออนุญาต หรือทำ link ไปหาเจ้าของลิขสิทธิ์ เป็นต้น อันนี้เป็นมารยาทที่ยอมรับได้ ในวงกว้าง ของกลุ่มผู้เขียนบทความบนอินเตอร์เน็ต
อยากให้แยกแยะให้ออกครับว่า “อ้างถึง” และ “ลอก” คืออะไร เพราะมันไม่เหมือนกัน ผมคิดว่านักเขียน blog ทุกท่านน่าจะเอาไปประยุกต์ใช้งาน กับบทความของตัวเองได้นะครับ
