Archive | May, 2007

Tags:

Blog School 5: เริ่มต้นเขียน blog


หลังจากที่เรามี blog แล้ว คิด concept ของ blog เรียบร้อยแล้ว ผมมองว่า สิ่งสำคัญอันดับต่อมาก็คือ เขียน blog ครับ โดยที่ยังไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องการหารายได้ หรือการโปรโมท blog แต่อย่างใด สิ่งสำคัญก็คือเราต้องเขียน blog ให้มีบทความเยอะ ๆ ก่อนในตอนแรก อย่างน้อยควรจะมีซัก 5 บทความ ก่อนที่คุณจะโปรโมท blog ออกไปให้ผู้คนได้รู้จัก เพราะว่าเมื่อคนอ่านเข้ามาอ่านใน blog ของคุณครั้งแรก เราควรมีหลาย ๆ บทความรอให้เค้าอ่าน เพราะว่าคนอ่านจะสามารถประเมิน blog ของเราได้ว่า เกี่ยวกับเรื่องอะไร หากเค้าชอบ จะเป็นเรื่องง่ายที่ทำให้เค้ากลับมาอ่านอีก แต่ถ้าเข้ามาแล้ว blog ของคุณมีแค่บทความเดียว มันจะดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ดังนั้น ช่วยแรก ๆ เขียน blog ให้เยอะเข้าไว้ เขียนให้บ่อย ๆ เข้าไว้ครับ อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

Blog School 4: ตั้ง concept ให้กับ blog ของเรา


จะเปิด blog ซักแห่งหนึ่ง เราควรที่จะกำหนด concept ซึ่งจะคอยเป็นแนวทางของ blog ให้เราไม่ออกนอกเรื่องนอกราว มากจนเกินไปนัก

การกำหนด concept ก็คือเลือกหัวเรื่องนั่นเอง เช่นอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร ต้องหาจุดเด่นของเราให้ชัดเจน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง blog สองแห่งที่ผมกำลังใช้มันเพื่อการทดสอบ การทำเงินจาก blog ในโครงการ Blog School ไปพร้อม ๆ กันเนี่ยแหละครับ อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

Blog School 3: เตรียมตัว เตรียมระบบให้พร้อม


มาเรียนหาเงินจาก blog กันต่อครับ หลังจากที่จดโดเมนได้แล้ว เช่า host ได้แล้ว ก็ต้องเริ่มติดตั้งระบบ blog กันครับ ในการเรียนรู้ครั้งนี้ ผมจะใช้ระบบ blog อย่าง WordPress ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ keng.com และ Vinegar Girl ใช้อยู่นะครับ ส่วนท่านใดที่ใช้ระบบอื่น ๆ ก็ไม่ว่ากันครับ เราสามารถประยุกต์ใช้งานกันได้หมดครับ สำหรับใครที่จะใช้ WordPress และยังไม่ได้ติดตั้ง WordPress ผมขอแนะนำให้ อ่านบทความ ก่อนการติดตั้ง WordPress และ คู่มือการติดตั้ง WordPress กันก่อนครับ เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว มาว่ากันต่อเลยครับ

สำหรับการเขียน blog ที่จะหาเงินรายได้จากต่างประเทศนั้น เราจะมุ่งเน้นไปที่การทำเว็บเป็นภาษาอังกฤษ โดยถ้าเราไม่เก่งภาษาอังกฤษก็ไม่เป็นไร เขียนไปก่อนได้ แล้วเราก็จะได้ฝึกเขียนไปในตัว ถ้ามีโอกาส ไปลองเรียนการเขียนเพิ่มเติม จะได้เขียนได้ถูก grammar ยิ่งขึ้น ของผมเองก็ไม่ถูกเป๊ะ ๆ หรอก แต่ก็พยายามปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา ถือซะว่าได้เรียนภาษาอังกฤษไปในตัวครับ อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: ,

ตอบปัญหา จากทางบ้าน กรณีการลอกของ MThai


หลังจากที่ผมได้เขียนบทความ เกี่ยวกับกรณีการลอกเนื้อหาจาก Vinegar Girl ของ Women Mthai ไปหลายตอนแล้ว ได้มีท่านผู้อ่านจากทางบ้าน ที่ไม่ประสงค์ออกนาม โดยใช้ชื่อว่า “ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นครับ” ได้เขียน comment เข้ามา ผมขออนุญาตยกมาแสดงไว้ที่นี่ ทั้งบทความนะครับ ท่านผู้อ่านจะได้เห็นทั่วกัน และจะได้ไม่เป็นการบิดเบือน บทความที่คุณเขียน ความเห็นเข้ามาครับ อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

Blog School 2: เทคนิคการเลือกเช่า hosting สำหรับทำ blog


ต่อเนื่องจากการเรียนรู้เรื่องหาเงินจาก blog ที่ผมเขียนถึงไว้เมื่อวันก่อน แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า ให้ไปลองค้นหาชื่อโดเมนที่ตัวเองชอบ แล้วก็จดทะเบียนโดเมนไว้ วันนี้มาต่อกันด้วยการเลือกเช่า server ครับ

สำหรับ server ที่เราจะเลือกเช่า (ในกรณีที่เราจะใช้ wordpress) ผมมองว่า เราควรจะเลือก server ที่มีระบบปฎิบัติการเป็น Linux หรือ Unix และสามารถรองรับ PHP เวอร์ชั่น 4.2 ขึ้นไป และ MySQL เวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป ตรงส่วนนี้เราสอบถามไปยังบริษัทโฮสติ้งที่เราจะเช่าดูครับ ว่าเค้ารองรับแบบนี้รึเปล่า

สำหรับการหาเงินจาก blog แบบที่เราจะไป go inter กันนั้น เราสามารถเลือกเช่า server ได้ทั้งในประเทศไทย และเช่า server ที่ต่างประเทศ ผมมีเทคนิคการเลือกเล็กน้อยมาฝากกันครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการเลือก server ในไทย

หากเราต้องการเช่า server ในไทย ต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่า คนอ่านของเราที่จะมาจากต่างประเทศ จะต้องใช้เวลาในการรอโหลดหน้า blog นานกว่า blog ที่อยู่บน server ในต่างประเทศ (นิดหน่อย)

ผู้ให้บริการ web hosting ในไทย มีเยอะครับ ถูกมาก ไปจนถึงแพงมาก แต่ผมจะไม่บอกว่าคุณควรจะเลือกแบบถูก หรือแบบแพง แต่ผมอยากให้คุณมองถึงคุณภาพของ web hosting รวมไปถึงความรวดเร็วในการเรียกชม blog และบริการหลังการขาย

ลองเลือกดูผู้ให้บริการหลาย ๆ ที่หน่อยนะครับ ลองโทรเข้าไปสอบถามข้อมูล ทีนี้เราก็จะเห็นเบื้องต้นแล้วว่า ทีม sales หรือทีมบริการ ดีหรือแย่แค่ไหน หลังจากนั้น เราต้องดูว่า server ที่ใช้มี spec ดีแค่ไหน มีระบบ backup แบบใด พวกนี้เราลองถามฝ่ายขายดูได้ครับ

ผมมีข้อคิดว่า ถ้าเค้าขายถูกมาก เค้าย่อมต้องหาลูกค้ามาก ๆ เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุน นั่นหมายถึงว่า เค้าจะต้อง support ลูกค้าเยอะมาก อาจไม่มีเวลาดูแลเรา หากเรามีปัญหา หรือต่อหนึ่งเครื่อง server เค้าอาจจะต้องยัดลูกค้าเข้าไปเยอะ ๆ และผลที่ออกมาก็คือ เว็บแต่ละแห่งอยู่บนเครื่อง server เดียวกัน ก็มาแย่งกันใช้ทรัพยากรของระบบเยอะครับ ถ้าเราไปอยู่เจ้าที่เค้าไม่ได้ถูกมาก นั่นหมายถึงว่า เค้ามีกำไรพอสมควร ก็อาจไม่ต้องจับลูกค้าไปยัดใส่ไว้ใน server เดียวกันเยอะ ๆ ไงครับ

สำหรับผู้ที่คุยภาษาอังกฤษไม่เก่ง ก็แนะนำให้เลือก host ในไทยนะครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการเลือก server ต่างประเทศ

สำหรับผมเอง แนะนำว่า ถ้าเราต้องการ go inter ให้ลองมองหา host ในต่างประเทศดูนะครับ แนะนำว่าให้เลือกใช้ host ที่น่าเชื่อถือเช่นกัน อย่างเว็บที่ดัง ๆ เป็นต้น ผมเองก็ใช้ server ในต่างประเทศ ที่ชื่อ MediaTemple สำหรับ blog ที่ผมจะ go inter ที่ใช้หาเงินจากต่างประเทศเช่นกัน ที่ผมเลือกที่นี่ เพราะว่าชื่อชั้นดีพอสมควร และเปิดบริการมานานแล้ว และเป็นบริษัทที่เว็บดัง ๆ เลือกใช้ อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

Blog School 1: เรียนรู้การหาเงิน จากการเขียน Blog


หลังจากที่ผมได้มีโอกาสไปบรรยายเกี่ยวกับ Corporate Blogging ในงาน Blogger Business เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีผู้ที่เข้าร่วมฟังบรรยาย โทรมาสอบถามผมเรื่องการทำ blog แล้วให้มีรายได้แบบ passive income คือทำไว้ครั้งเดียว แล้วก็มีรายได้เข้ามาตลอด เพราะเค้าเคยไปฟังบรรยายว่า มีผู้ทำเว็บ หรือ blog แล้วก็จะมีรายได้เข้ามาเป็นล้าน ๆ บาท เค้าเลยสนใจ แต่หาวิธีเริ่มต้นไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอย่างไร อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

วิธีการเขียนบทความ ที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น


กลับมาคุยเรื่องการทำ blog กันต่อดีกว่าครับ หลังจากผมเสียเวลาไปเยอะ เกี่ยวกับ เรื่องราวที่ผ่านมา เดี๋ยวบางท่านจะเบื่อซะก่อน

หลายท่านอาจสงสัยว่า เขียนแบบไหน ที่จะไม่ผิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น หรือที่เรียกได้ว่าเขียนอย่างมีมารยาท และมีความเป็นเอกเทศ ของแบบนี้ไม่ได้ทำยากนะครับ ผมว่าคุณเขียนกันได้ทุกคน ลองคิดแค่ว่า ถ้าผมมีโปสเตอร์หนังมาให้ 1 ใบ แล้วให้คนสิบคนมองโปสเตอร์ใบเดียวกันนั้น แล้วเีขียนบทความออกมา ผมว่าแต่ละบทความมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นแหล่งข่าว หรือแหล่งข้อมูลเดียวกัน ไม่เชื่อลองดูครับ อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

นี่หรือ วิธีแก้ไขปัญหา ของ Mthai


ถ้าใครยังไม่อ่านตอนแรก ของมหากาพย์การลอกของ Mthai ลองแวะไปอ่านบทความ เมื่อ Mthai ลอกบทความจากบล็อก Vinegar Girl ที่ผมเขียนไว้เมื่อคืนก่อน จะได้เข้าใจความเป็นมายิ่งขึ้น และต้องขอขอบคุณคุณ MormMam ที่ช่วยมา comment บอกผมไว้ว่า ได้ช่วยแจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว เรามาดูกันว่า เมื่อทาง Mthai ทราบเรื่องแล้ว เค้าแก้ปัญหาอย่างไร

สิ่งที่เรามองอยู่คือ การแก้ไขปัญหาแบบมืออาชีพ แต่ที่เราเห็นคือการแก้ไขปัญหาแบบเด็ก ๆ เหมือนขอไปที เช่นเมื่อถูกอ้างถึงว่า ไม่มีการให้เครดิตใด ๆ และไม่มีการทำลิงค์ไปยังเ้จ้าของบทความ เค้าก็เล่นแก้ไขโดยวิธีทำ link มาหาเจ้าของบทความ แถมเขียนเพิ่มเติมเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าเอา (ลอก) บทความมาจากไหน มาดูตัวอย่างกันครับ รูปแรกนี่คือบทความ (ที่ลอกมา) จากเว็บ mthai รูปนี้จะเป็นว่าตัวบทความ จะเป็นข้อมูลที่เอามาจาก Vinegar Girl ภาพนี้ผม capture มาตั้งแต่คืนวันที่ 14 พฤษภาคม 2550

mthai-copy-vinegargirl081.jpg

จะเห็นว่าเป็นหน้าตาปกติเนียน ๆ เหมือนของตัวเอง แต่เมื่อเวลาเกือบ ๆเที่ยงวัน ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ทาง Mthai คงเริ่มรู้สึกตัว หรือมีคนไปสะกิดบอก จึงได้มีการ (แอบ) แก้ไขบทความอย่างเงียบ ๆ เผื่อว่าคนที่อ่านเจอทีหลังจะได้ไม่เห็นว่า ตอนแรกเราทำอะไรไว้ สิ่งที่ Mthai แก้ไขก็คือ เพิ่มประโยคว่าไปเอาบทความนี้มาจากไหน อย่างที่เห็นในกรอบสีแดง ในภาพข้างล่างนี้ครับ

mthai-change-copy1.jpg

และในส่วนล่างของบทความเดียวกัน เสียดายที่ผมไ่ม่ได้ capture ส่วนล่างนี้ไว้เมื่อคืน โดยในบทความของ mthai เมื่อคืนนี้ มีการเขียนว่า ขอบคุณ vinegargirl.com เท่านั้น ไม่ได้มี link ให้แต่อย่างใด แต่เมื่อเกือบเที่ยง ได้มีการแก้ไข พร้อมใส่ logo ของ vinegargirl.com แปะไว้ และแน่นอนว่า ต้องมี link มาให้ vinegargirl.com ด้วย (เพราะถูกเค้าเขียน ประจานความสะเพร่าของตัวเองไว้) ดูในกรอบแดงในรูปข้างล่างครับ จะเห็นว่านี่คือการแก้ไขของ Mthai

mthai-change-copy2.jpg

ขอยกตัวอย่างอันเดียวก่อนครับ เพราะจะตามไป capture บทความอื่น ๆ มาให้อ่านกันอีก มีเยอะครับ

สิ่งที่สังคมรออยู่ก็คือ การแก้ไขปัญหานี้อย่างมืออาชีพอย่าง Mthai และจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ผมยังคิดว่า mthai ยังไม่ได้ใช้การแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพที่ควรจะทำ ผมเองคงไม่อาจไปสอนว่าควรจะทำอย่างไร ผมคิดว่าผู้ใหญ่ใน mthai คงรู้อยู่แล้วว่า การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องคืออะไร ซึ่งถ้าคุณคิดว่าการแก้ปัญหา แบบนี้แล้วเรื่องจะจบ อาจคิดว่าเว็บปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้ คงไม่มีอะไรมากดดัน หรือทำอะไรตัวเองได้รึเปล่าครับ สังคมรอดูคุณอยู่ว่า จะมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร

สำหรับช่วงนี้ ผมขอตอบคำถามที่คุณ oakyman ถามเข้ามาทาง comment ว่า

MThai ทำน่าเกลียดจริง ๆ ครับ

แต่มีข้อสงสัยว่า การให้เครดิตอย่างที่ในบล็อก Vinegar Girl ทำลิงค์กลับไปที่ style.com ​ก็เพียงพอแล้วใช่มั้ยครับ
ถ้าเกิด MThai ไปปรับเปลี่ยนให้ทุกหน้ามีลิงค์กลับมาที่ Vinegar Girl
ถือว่าทำได้ตามมารยาทแล้ว ไม่ต้องแจ้งเจ้าของบล็อกหรือไม่ ?
(Vinegar Girl ต้องติดต่อ style.com ก่อนเอาบทความไปอ้างอิงหรือไม่ ?)

สำหรับคำถามนี้ ผมตอบแบบกว้าง ๆ เลยนะครับ เผื่อผู้อื่นที่สงสัย จะได้เข้าใจไปด้วยทีเดียวเลยว่า ควรจะต้องทำอย่างไร สำหรับรูปแบบการให้เครดิต ลองอ่าน blog เมืองนอกที่ดัง ๆ ดูนะครับ ว่าเค้าจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร ยกตัวอย่างคือ หากเค้าไปอ่านเจอบทความเรื่องนี้ จากเว็บไหนสักที่หนึ่ง แล้วอยากมาเขียนถึงใน blog ตนเอง นักเขียนบล็อกเหล่านั้น จะเขียนขึ้นมาด้วยสำนวนการเขียนของตนเอง และให้เครดิตว่า ไปเจอไอเดียนี้ หรือบทความต้นฉบับมาจากเว็บไหน (สังเกตนะครับ ว่าอ้างถึง ไม่ใช่ลอก) นี่คือการบอกแจ้งกลาย ๆ ครับ เพราะว่าเจ้าของเว็บ หรือ blog จะสามารถตรวจสอบได้จาก referer ที่มีคน link มาหาเว็บเราเป็นต้น เพราะหากทุกคนต้องขออนุญาต นั่นหมายถึงว่าคุณอาจต้องการ การยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร หรือขออนุญาตอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปใช้ในเชิงพาิณิชย์เป็นต้น ผมยังไม่เคยเห็นกรณีพิพาท ที่เกิดจากการนำรูป หรือบทความบางส่วนมาใช้ และมีการอ้างถึงที่ชัดเจน อันนี้เค้าถึงเป็นมารยาทที่ควรกระทำอยู่แล้วครับ ที่เห็นเป็นกรณีพิพาทส่วนใหญ่คือการ ละิิเมิดลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการฟ้องร้องหรือไม่

หลายครั้งที่หนังสือ หรือ magazine ต่าง ๆ มาขออนุญาตนำ blog อย่าง vinegar girl ไปแนะนำ ทุกท่านที่มาขออนุญาต ได้ให้เกียรติเจ้าของบทความอย่างเต็มที่ นั่นหมายถึงการได้ประโยชน์ทั้งผู้ที่ขอไป และผู้ที่อนุญาิตไป เราเองก็ยินดีที่จะได้เผยแพร่ เพราะเว็บเล็ก ๆ ที่ได้รับความสนใจจากสื่อใหญ่ ย่อมยินดี และดีใจที่ข้อมูลของเรา มีประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง

สำหรับบทความใน vinegargirl.com เวลาเราได้รูปมา เราไม่ได้มา save as แล้วแปะเข้าไปในบทความดื้อ ๆ ยกตัวอย่างเช่น บทความเกี่ยวกับ trend จากงาน event อะไรซักหนึ่งงาน เราก็ไม่ได้เอามาดื้อ ๆ ว่า รูปดาราคนนั้น คนนี้ เรียง ๆ ๆ ๆ กันเหมือนกับที่เอามาจาก style.com เรามีการจัดเรียงลำดับรูป โดยผ่านการวิเคราะห์ว่า trend ทรงผมนี้ แต่งหน้าแบบนี้ คล้ายกัน เราก็เขียนอธิบายว่านี่คือสไตล์การแต่งหน้า ที่เป็น trend นี้เป็นต้น มีการเขียนข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์จากคนเขียน รูปภาพก็เอามาใส่ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ใครเป็นใคร มีการ crop รูปให้เรียบร้อย ให้เข้ากับเนื้อหาบทความ ที่ดูภาพประกอบ และเข้าใจง่าย ที่สำคัญคือ ให้เครดิตว่านำมาจากไหน และทำ link ไปให้เจ้าของเครดิตนั้น ๆ อย่างเสมอมาในทุกบทความ ผมคิดว่านี่คือการอ้างอิงถึง ท่านอื่น อาจมีความคิดเห็นต่างจากผมก็เป็นได้ครับ ผมว่าการให้เครดิตนี่คือ เอามาแค่บางส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ และเป็นการให้เกียรติว่าเราได้แรงบันดาลใจ มาจากเขา เป็นต้น แต่ไม่ใช่การลอกมาทั้งดุ้นแบบนี้ แล้วตัดบางส่วนออก เพื่อให้เป็นบทความของตัวเอง ลองพิจารณากันดูครับ

สำหรับบางบทความ เราก็ทำการซื้อลิขสิทธิ์ภาพจาก istockphoto.com จ่ายเงินถูกต้องเืพื่อซื้อสิทธิ์ภาพนั้นมา เราเองคงไม่มีหน้าที่ไปฟ้องใคร เพราะเราได้สิทธิ์มาแค่ใส่ใน blog ของเราเองเท่านั้น

ตัวอย่างอีกชนิดหนึ่งคือ รูป LG Prada ที่ได้เอาภาพจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการมาใช้ แต่นำภาพมาจัดเรียง เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนในที่เดียว แล้วเราก็ส่ง link ไปให้ดูด้วยว่า เว็บไซต์อย่างเป็นทางการนี่อยู่ที่ไหน นี่คือรูปแบบที่ blog ดัง ๆ เมืองนอกเค้าให้เครดิตซึ่งกันและกัน เราพยายามทำตามมารยาทแบบนี้

สำหรับการขออนุญาต เว็บบล็อกต่าง ๆ ระดับโลก ก็ไม่ได้ต้องขออนุญาตกันทุกบทความ ถ้ามีการดึงข้อมูลบางส่วนไปใช้ แต่รูปแบบที่ใช้คือ มีการใส่ “quote” สำหรับบทความในส่วนที่คัดลอกมา และบทความที่เหลือคือ ความคิดเห็น หรือการเขียนด้วยสำนวนของเจ้าของ blog เอง นี่คือการอ้างถึง อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

อ๊ะ! แอบลบบทความแล้วเหรอ Mthai


ภาคต่อของมหากาพย์การลอก ว่าจะจบไปแล้วตั้งแต่ได้รับการขอโทษ และได้มีการใส่ credit ให้กับ Vinegar Girl ในบทความต่าง ๆ ที่เคยลอกไปลงไว้ใน Mthai แต่เมื่อกี้กลับมาถึงบ้าน มาไล่ดูบทความเหล่านั้น ปรากฎว่า ทาง Mthai ลบบทความไปแล้ว

มาดูกันครับว่าประเด็นการลบนี้ เกิดผลกระทบอะไรบ้าง อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

การขอโทษของ Mthai


ก่อนอื่นผมต้องแก้ข่าวก่อน เผื่อคนเข้าใจผิดกันว่าผมเป็นเจ้าของ Vinegar Girl เพราะว่าเจ้าของจริง ๆ คือคุณอ้อม แห่ง Vinegar Girl ต่างหากครับ ผมเองไปเป็นนักเขียนร่วมนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนเนื้อหาหลัก ๆ ทางคุณอ้อมเป็นคนเขียน และพัฒนาขึ้นทั้งหมด

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่องการที่ Mthai ใน section ผู้หญิง ได้ทำการลอกเนื้อหาของบล็อก Vinegar Girl ไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้คุณอ้อมเจ้าของ blog ไปเจอมาเองกับตัว แต่เจ้าตัวเห็นแล้วหมดอารมณ์จะเขียน blog จนผมต้องออกมาเขียนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น สอบถามความเป็นธรรม จนทาง mthai ได้ทำการ (แอบ)แก้ไขข้อมูลบางส่วน เพื่อลบล้างความผิด แต่ทั้งนี้ จนถึงช่วงบ่าย เรายังไม่ได้รับการขอโทษอย่างเป็นทางการ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ทาง Vinegar Girl ก็ได้รับจดหมาย (อีเมล์) ขอโทษที่ (ดูแล้วน่าจะ) เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว และทาง Mthai ก็ได้ทำการ ขอโทษผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ MThai เรียบร้อยแล้วด้วย ทางคุณอ้อมเอง ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ถ้ามีการแก้ไขปัญหาแบบมืออาชีพ (จริง ๆ ควรจะทำไม่ให้เกิดมีปัญหานี้ เกิดขึ้นตั้งแต่แรก หากทำงานกันอย่างมืออาชีพ)

คุณอ้อมจาก Vinegar Girl เองก็ได้ออกมาเขียนถึงเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการในครั้งแรก ผมขอยกข้อความบางตอน ที่พูดถึงความรู้สึกแรก ที่พบเห็นบทความของตัวเอง ไปโผล่อยู่บนเว็บไซต์อื่น มาให้อ่านกันครับ

พอได้เห็นข้อมูลตัวเองใน WOMENmthai ก็ดีใจนะคะ (แสดงว่า content ของเราก็คงน่าสนใจไม่น้อย)  แน่นอนว่าจำนวน page view มากกว่าจำนวนคนอ่านใน vinegargirl โดยตรงค่ะ ซึ่งในบางบทความที่นำไปใช้ทั้งหมด ไม่ได้มีการขออนุญาต หรือทำ link กลับมาแต่อย่างใด (จำนวน page view เราก็เท่าเดิมค่ะ แฮ่ๆ - -” )  คิดว่าคนเขียนบล็อกหรือเว็บหลายๆ คนคงเข้าใจนะคะ ว่าพอเค้านำไปหลายๆ บทความเข้า (เพื่อไปเติม content ให้เต็ม และขายโฆษณา ) รวมทั้งบางบทความ ที่ดูเหมือนตั้งใจจะทำเนียนๆ โดยเอา link ที่อ้อม refer แหล่งที่มารูปภาพ ที่อ้อมใส่ไว้ด้านบนสุด ก่อนขึ้นรูปภาพเสมอ แต่เค้าได้นำมาใส่ไว้ด้านล่าง เหมือนแหล่งที่มาของเนื้อหามาจากเว็บนั้นด้วย สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทางการเขียนหน่ะค่ะ กำลังใจถดถอย พลอยจะเป็นหมัน เอ้ย! หน้ามืด

ใครอยากอ่านความคิดเห็นของคุณอ้อม Vinegar Girl แบบฉบับเต็ม ลองแวะไปอ่านได้บทความเรื่อง จากใจ Vinegar Girl ครับ

สำหรับตัวผม ผมคิดว่าการออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอยู่แล้ว เพราะว่าทาง mthai เองก็นำเนื้อหาของ Vinegar Girl มาใส่ในเว็บไซต์ขึ้นไปออนไลน์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นการขอโทษย่อมต้องเป็นสถานที่ออนไลน์ ที่เดียวกับที่คุณนำเสนอไปบนเว็บไซต์เช่นกัน

ส่วนเรื่องต่อมา การแก้ปัญหาเรื่องบทความที่นำเอาขึ้นไปแล้ว ผมคงให้ทาง mthai พิจารณาดูว่า ควรทำอย่างไร ในแง่การจัดการปัญหาแบบ Professional

ผมเองคิดว่าบทเรียนสำคัญครั้งนี้ น่าจะเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ของคนที่ทำแบบนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าทางเว็บไซต์ใหญ่ ๆ อย่าง Mthai จะมีตั้งนโยบายการดูแล content ในเว็บไซต์ตัวเองใหม่ หรือไม่อย่างไร อ่านต่อ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

  • เรื่องฮิต
  • ล่าสุด
  • ความคิดเห็น
  • แท็ก
  • RSS Feed

Our Flickr Photos - See all photos

แคมเปญ Honda Pilot DIY Video Contestแคมเปญ VIBE VersesWill It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed

สงวนลิขสิทธิ์ © กติกา สายเสนีย์ ระบบ blog โดย Wordpress. Theme โดย WooThemes.