Archive | December, 2006

Tags:

ปรับ blog เพื่อรองรับ เน็ตต่างประเทศช้า


ช่วงนี้อินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศค่อนข้างช้า เพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวแถวไต้หวันทำให้สายเคเบิ้ล ใต้น้ำขาดไปหลายเส้น ทำให้อินเตอร์เน็ตที่วิ่งไปอเมริกา ไต้หวัน ญี่ปุ่น อาจช้าไปบ้าง เราลองหันมาดู blog เราบ้างว่ามีอะไรที่เราต้องโหลดจากต่างประเทศบ้าง เช่น Google Adsense หรือพวก service อื่น ๆ ที่เอา code เค้ามาติดไว้ใน blog เรา บางที blog เราจะโหลดหน้าได้ไม่ครบ หรือช้า อาจเป็นเพราะว่าเราต้องรอการโหลดป้าย google adsense ในเว็บเราก็ได้ ตอนนี้ผมปรับปรุงเว็บโดยการเอาป้าย affiliate ของ google adsense ออกชั่วคราว ทำให้เว็บไซต์กลับมาโหลดไ้ด้ตามปกติ ในขณะที่เน็ตต่างประเทศยังเดี้ยงอยู่อย่างนี้

ลองหันไปดู blog ตัวเองครับ ว่ามีอะไรที่ต้องรอโหลดจากต่างประเทศบ้างหรือเปล่า blog จะได้ไม่โหลดช้า คนอ่านไม่หนีหายครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: ,

อัพเดท blog เพื่อสร้าง Traffic


เนื้อหา content ที่ใหม่และสด ย่อมเป็นที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน ยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้แล้ว ข่าวสารเป็นสิ่งที่มนุษย์แทบทุกคนถวิลหา เพราะว่าใครกำข้อมูลที่ดีกว่าและมากกว่า ย่อมเหนือกว่าในการทำธุรกิจ กฎข้อนี้ย่อมไม่เว้นแม้ในวงการ blog ยิ่งโดยเฉพาะสำหรับ blog ของพวกเราแล้ว กลุ่มเป้าหมายก็คือท่านผู้อ่านนั่นเอง ยิ่ง blog ของคุณอัพเดทบ่อยแค่ไหน คนอ่านก็ย่อมกระหายข้อมูลและเข้ามาอ่านบ่อยขึ้นนั่นเอง

Gothamist averages more than 65,000 unique visitors per day.

ผมเคยเจอ blog ดังระดับโลกอยู่แห่งหนึ่ง คือ gothamist.com ซึ่ง blog นี้จะพูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของเมือง new york เรียกได้ว่าอัพเดทข้อมูลค่อนข้างดีทีเดียว และนั่นทำให้ blog แห่งนี้มีคนอ่านถึงวันละ 65,000 unique visitor เลยทีเดียว ข้อมูลที่สะกิดใจผมก็คือ ผมค้นคุ้ยไปเรื่อย ๆ ใน blog แห่งนี้ แล้วไปเจอข้อมูล FAQ ที่มีคำถามว่า คุณอัพเดท Gothamist วันละกี่ครั้ง เจ้าของ blog เค้าก็ตอบทิ้งไว้ใน FAQ ของเค้าว่า วันธรรมดา จันทร์ถึงศุกร์เนี่ย จะอัพเดทวันละประมาณ 20 บทความ แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จะเหลือวันละประมาณ 13 บทความ

ผมเองพยายามทำให้ blog ของ keng.com อัพเดทถี่ยิบแบบนี้บ้าง ผลก็คือจอดไม่ต้องแจว คนจอดคือผม ไม่ใช่ blog นะครับ แหะ แหะ ด้วยการที่เราอัพเดท blog อยู่คนเดียว แถมยังมีงานประจำที่ไม่ได้มานั่งเขียน blog อย่างเดียว ถึงแม้ว่างานของผม จะเกี่ยวข้องกับ blog ด้วยก็ตาม แต่มันยังไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของการอัพเดท blog ได้ทุกวันวันละหลาย ๆ ครั้ง แม้บางครั้งผมจะอัพเดทวันเดียว 5 บทความรวด แต่มันก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นจากการวิเคราะห์ของผม พบว่า การที่ blog ของเราจะสามารถอัพเดทได้วันละหลาย ๆ ครั้งอย่าง blog ดัง ๆ นั้น จะต้องมีบล็อกเกอร์หลาย ๆ คนมาช่วยกันเขียน ดังที่ผมพยายามจะเปิดให้บุคคลทั่วไปมาร่วมเขียน แถมทำ poll สำรวจไปอีก ปรากฎว่าคนอยากร่วมเขียนใน keng.com 90% แต่พอเปิดแล้ว คนไม่มาเขียนเลย ผมเขียนอยู่คนเดียวเหมือนเดิม (ฮา) ก็เลยว่าจะไม่เปิดให้คนอื่นร่วมเขียนแล้ว คงปิดระบบให้เขียนคนเดียวต่อไปครับ

google reader เรามาว่ากันเรื่องการอัพเดท blog ต่อดีกว่าครับ หลายท่านคงพอเห็นภาพราง ๆ แล้วว่า ยิ่งอัพเดท blog ถี่แค่ไหน ยิ่งมีคนเข้ามาอ่านเยอะ คราวนี้มาลองสังเกตบล็อกไทยกันหน่อยดีกว่า ว่าใครอัพเดท blog ถี่แค่ไหน ผมคงไม่สามารถไปไล่ตามอ่านได้ทั้งหมด แต่ขอใช้วิธีสังเกตคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

ปกติผมอ่าน blog คนอื่น ๆ ด้วย Google Reader ซึ่งเป็นตัวอ่าน RSS ตัวหนึ่งที่กลายเป็นตัวโปรดของผมไปแล้ว โดยใน list ของ feed ที่ผมใส่ไว้ใน Google Reader ของผม มีทั้ง blog ไทย blog เทศ แต่มาลองสังเกตจากการที่ผมไม่ได้เข้าไปอ่านใน google reader มาหลายวัน คราวนี้เข้าไปทีนึงก็จะเห็นเลยว่า ใครอัพเดทไปกี่บทความแล้ว ในจำนวน blog ไทยที่อยู่ใน list ของผม พบว่า blog ที่อัพเดทบ่อยที่สุดคือ blognone ซึ่งเป็น blog เกี่ยวกับข่าวสารทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ตกแล้ววันนึง น่าจะมีการอัพเดท 5 บทความขึ้นไปครับ และที่เค้าทำอย่างนี้ได้ เพราะว่า blognone เป็น blog แบบ collaboration หรือแบบที่มีบล็อกเกอร์หลาย ๆ คนมาร่วมกันเขียนข่าว ผมเลยมองว่าในประเทศไทย ยังไม่มี blog ไหนที่อัพเดทได้ถีขนาดนี้

ลองวิเคราะห์บทความที่ผมเขียนนี้ แล้วนึกดูว่า blog ของคุณอัพเดทบ่อยแค่ไหน แล้วมันจริงหรือไม่ ที่ว่าถ้าช่วงไหนเราอัพเดท blog บ่อย ๆ แล้วมีคนเข้าเยอะขึ้น เพราะสำหรับผมเอง ตัวเลขสถิติของ keng.com บ่งบอกว่าเป็นอย่างนั้นเช่นกัน

หมวด Blog Marketing1 ความคิดเห็น

Tags:

การเลือก ชื่อโดเมน สำหรับ blog


สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมี blog หรือเคยมีแล้ว แต่อยากจดชื่อโดเมนเนมเป็นของตัวเอง ผมมีคำแนะนำง่าย ๆ ในการเลือกชื่อโดเมนมาฝากกัน ด้วยประสบการณ์ที่ผมทำธุรกิจ อยู่ในแวดวงเว็บไซต์ รับผลิตเว็บไซต์ให้ลูกค้ามาก็มาก จดโดเมนให้ลูกค้ามาก็บ่อย เลยพอจะมีประสบการณ์กล้อมแกล้ม มาฝากให้คิดดังนี้ครับ

1. ชื่อโดเมนสั้นได้เปรียบ
ได้เปรียบตรงไหนเหรอ ตรงจำง่าย พิมพ์ก็สั้นไงครับ ยกเว้นว่าคุณมีชื่อโดเมนยาว แต่ดันจำง่าย อันนั้นยกเว้น แต่ข้อจำกัดของโดเมนสั้น ๆ ก็คือ คนอื่นจดไปหมดแล้ว

2. หลีกเลี่ยงชื่อโดเมนที่มีขีดกลาง
ผมไม่เคยจดชื่อโดเมนที่มีขีดกลาง (-) เป็นของตัวเองเลย คือไม่ชอบด้วยเป็นการส่วนตัว เพราะมันพิมพ์ยาก เวลาพูดชื่อโดเมนให้คนจดจำ ก็ยาก ต้องมาอธิบายยาว ๆ เช่น สมมติผมจดโดเมนว่า 123-bangkok.com เวลาพูดให้คนอื่นฟัง ก็ต้องอ่านให้เค้าฟังว่า เว็บผมชื่อ วันทูทรี ขีดกลาง แบงคอก ดอทคอม บางทีต้องอธิบายต่อ ว่าขีดกลาง ก็คือตัว hyphen นั่นแหละ ดูสิครับ ว่ามันอธิบายยาวยืดขนาดไหน สู้จดโดเมนแบบไม่มีขีดกลางไว้ว่า 123bangkok.com ดีกว่า บอกให้คนอื่นฟังจะได้พูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า เว็บผมชื่อ วันทูทรีแบงคอกดอทคอม

3. เลือกชื่อโดเมนที่ชอบ ..ที่ชอบ
ถ้าคุณเกิดปิ๊งชื่อไหนขึ้นมา แล้วโดเมนนั้นดันว่างให้คุณจดได้ ไม่ต้องลังเลครับ จดเลย เพราะคุณเป็นเจ้าของโดเมน เป็นเจ้าของเงิน ไม่มีใครมาจ่ายเงินให้คุณ ดังนั้นมันเป็นสิทธิของคุณเอง ที่สำคัญที่สุด มันเป็นชื่อที่คุณชอบไงครับ

4. เลือกชื่อโดเมนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเรา (เวลาเลือกกรุณาเลือกอย่างมีสติ)
จริง ๆ ผมมีโดเมนเยอะมาก บางชื่อก็เป็นชื่อเนื้อหา ไม่ได้เป็นชื่อ brand เช่น thaiblog.info ซึ่งชื่อแบบนี้มันจะเป็นข้อจำกัดเรื่องเนื้อหา ของเว็บคุณเองเกินไป นั่นแปลว่าเว็บ thaiblog.info นี่ควรจะเป็นเว็บเกี่ยวกับ blog ไทยนั่นเองใช่ไหมครับ มันดิ้นต่อไปอย่างอื่นไม่ได้ แต่ถ้าคุณตั้งสติมั่นคงแล้วคิดว่า ยังไงก็จะทำเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็สามารถเลือกใช้ชื่อโดเมน ที่บ่งบอกถึงเนื้อหาของเว็บคุณได้ครับ

5. เลือกชื่อโดเมนแบบเป็นชื่อเฉพาะ
วิธีนี้จะเหมือนเราตั้งชื่อโดเมนให้เป็นชื่อตราสินค้า หรือ brand ของเราได้เลยครับ ตัวอย่างเช่น keng.com หรือ makemany , prasitwiset , AllAlivez , bignoseschool, siampoint เป็นต้น ชื่อเหล่านี้ไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่า เนื้อหาเป็นประเภทไหน แต่นี่แหละครับคือข้อดีของชื่อเฉพาะ เพราะคุณสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาไปเป็นเรื่องอะไรก็ได้ โดยยังสามารถใช้ชื่อโดเมนเดิมได้อยู่ เช่น keng.com อาจเลิกเขียนเรื่อง blog ไปเขียนเรื่องบันเทิง ก็ยังใช้ชื่อโดเมนเดิมอยู่ได้ไงครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: ,

รู้จักกับ Zickr ! Social Bookmark แห่งแรกของไทย


เปิดให้ทดลองเล่นกันมาค่อนข้างนานแล้ว แต่ก็ยังเป็น alpha version กันอยู่ สำหรับ Zickr (อ่านว่า ซิคเกอร์) ซึ่งถือได้ว่าเป็น social bookmark แห่งแรกของไทย โดยสำหรับพวกเราชาวคนเขียน blog นั่นเคยเห็นระบบ social bookmark กันมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศไงครับ เช่นพวก digg, netscape เป็นต้น อ่านต่อ

หมวด Social Media Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: ,

บริษัทยักษ์ใหญ่ เริ่มใช้ blog มากขึ้น


มีรายงานจาก JupiterResearch เกี่ยวกับเรื่อง Corporate Blog มาให้ดูกันครับ

1. บริษัทยักษ์ใหญ่กว่า 34% มี blog กันแล้ว และคาดว่าตัวเลขจะสูงขึ้นอีกภายในสิ้นปีนี้
2. มี 23% บอกว่ามีงบประมาณสำหรับการทำ blog ระหว่าง 10,000 - 50,000 เหรียญสหรัฐฯ
3. แต่ยังมีอีก 6% บอกว่า มีงบประมาณให้เอาไปทำ blog ของบริษัทสูงถึง 5 ล้านเหรียญขึ้นไป
4. บริษัทเหล่านี้เชื่อว่า blog จะเป็นโอกาสที่จะให้บริษัท ได้ใช้กลยุทธการตลาดแบบปากต่อปาก
5. มีผู้บริหารระดับสูงใช้ blog ถึง 35% เพื่อทำการตลาดแบบปากต่อปาก ให้กับผลิตภัณฑ์ หรือบริษัทตนเอง

นี่คือสถานการณ์การใช้ blog เพื่อเป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจ ของบริษัทระดับชั้นนำของโลก หันมามองในไทยกันบ้าง ผมเห็นว่าน้อย หรือแทบไม่เห็นเลย ที่บริษัทต่างๆ จะมาใช้ blog ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ ทั้งในแง่ของการทำ PR หรือการทำการตลาด

ผมเห็นว่า blog เป็นเครื่องมือทำการตลาดชนิดหนึ่ง ที่เราเรียกมันได้เต็มปากว่าเป็น นิว มีเดีย แน่นอนครับ
- กติกา สายเสนีย์ (keng.com)

บริษัทไหนที่อยากทำ blog ก็ขอให้รีบทำเลยครับ อย่ารีรอ เพราะว่าทำก่อน มักได้เป็นผู้นำครับ ถ้าเรามัวรอให้ blog เป็นที่นิยมในประเทศไทยมากไปกว่านี้ หรือรอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยเริ่ม ก็จะช้าไปไม่ทันการณ์ครับ และผมเองก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำ blog ให้องค์กรด้วยเช่นกัน จึงได้จัดเตรียมหมวดหมู่สำหรับ blog ของบริษัท ไว้ใน สารบัญ blog ไทย ไว้ให้แล้วครับ หมดปัญหาว่า ทำ blog แล้วจะเอาไปโปรโมทที่ไหนได้เลยครับ

แหล่งข้อมูล : 901am

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: ,

การทำ blog อย่างยั่งยืน


ทุกวันนี้ blog ต่าง ๆ ในไทย เกิดขึ้นมากมาย บ้างมีคุณภาพ บ้างก็ทำขึ้นมาเพื่อเป็น spam หรือที่เราเรียกกันว่า “Splog” แต่ผมอยากให้ทุกท่านที่มี blog แล้ว หรือที่คิดกำลังจะมี blog ว่าทำอย่างไร ให้ blog ของเราเติบโตอย่างมีคุณภาพ ถ้ายิ่งเป็นคุณภาพที่สูงด้วย จะยิ่งดีต่อ blog ของคุณเองแน่นอนครับ

ที่ผมพูดถึงประเด็นนี้ ก็เพราะว่า ทุกวันมี blog เกิดใหม่เพียบ หลาย ๆ คนเห็นว่าเขียน blog แล้วเอามาติด adsense เดี๋ยวก็ได้เงินเยอะแยะ เลยปั๊ม blog ขึ้นมากันใหญ่ บางคนใช้ฟรี articles ที่เค้ามีแจกกัน ก็คงไม่ได้ผิดกติกาอะไร แต่บางคนเล่น copy เนื้อหาของคนอื่นมาใช้กันดื้อ ๆ โอเคว่าตอนนี้ ad อย่าง google adsense กำลังมาแรงในบ้านเรา แต่ถ้ามองถึงอนาคต โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน หากเราหวังแต่เงินจาก google adsense แล้วสร้าง blog ที่ไม่มีคุณภาพขึ้นมา คุณเองจะไม่สามารถต่อสู้ในโลกธุรกิจได้ในระยะยาว

ทำไมต้องทำ blog ที่มีคุณภาพ

ถ้าคุณสร้าง blog ที่มีคุณภาพสูงออกมาแล้ว แน่นอนว่าระยะยาว ย่อมได้เปรียบคู่แข่ง ในแง่เนื้อหาของ blog ที่น่าสนใจ หรือเนื้อหาอื่น ๆ ที่คุณเสริมเข้าไป เพื่อให้ blog ของคุณน่าสนใจ เมื่อเราทำ blog ที่มีคุณภาพสูงออกมาแล้ว ปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ อย่าง google adsense หรือ การทำ seo ใน google เอง ก็ล้มเราได้ลำบาก

ลองคิดกันเล่น ๆ ว่า AIS ที่ยิ่งใหญ่ ยังมีวันแย่ได้ หรือ ไมโครซอฟต์ ยังมีคนจ้องโค่นบัลลังค์ ถ้าวันนี้เราติดอันดับต้น ๆ ใน google วันหน้าอาจไม่ใช่ เพราะคู่แข่งมากขึ้น หรือ อัลกอริธึ่มของ google อาจเปลี่ยนไปก็ได้ หรือบางที google เองอาจตกกระป๋อง เพราะ search engine อื่นมาแรงกว่า การมุ่งทำ SEO อย่างเดียว อาจไม่ใช่สิ่งสุดท้าย ที่คุณต้องทำเพื่อโปรโมท blog ของคุณ เนื้อหาที่มีคุณภาพต่างหากที่สำคัญกว่า เพราะไม่ว่าการจัดอันดับของ Search Engine จะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ถ้าคุณยังคงเนื้อหาคุณภาพสูงเอาไว้ มันไม่ใช่ประเด็นที่คุณต้องกลัวเลยว่า คนจะไม่เข้า blog ของคุณ

blog ที่มีคุณภาพสร้างได้อย่างไร
ในส่วนนี้ อยากให้คนที่ทำ blog ลองสร้างเนื้อหาขึ้นมาเอง ถึงแม้ว่าฟรี articles ที่เค้ามีแจกกัน จะเอามาใช้ได้ แต่ถ้าทำเนื้อหาเอง มันจะเป็น unique content มากกว่านะครับ

สำหรับการทำ SEO นั้น คนที่ทำ SEO อย่างไร้สติ จะทำให้เนื้อหาของคุณเต็มไปด้วย keyword ที่อ่านไม่เป็นภาษาที่สละสลวย ผมเห็นคนทำ SEO ระดับมืออาชีพ เค้าไม่ spam keyword กันนะครับ ไม่ได้เอา keyword เยอะ ๆ มายัดในเนื้อหาให้อ่านไม่รู้เรื่องนะครับ ลองมองประเด็นนี้ดี ๆ คือสร้าง content ที่ดี และอ่านออกเป็นภาษามนุษย์ แล้วเดี๋ยวเรื่อง SEO มันตามมาเป็นผลพลอยได้เอง ถ้าจะตั้งใจทำเพื่อ SEO อย่าใส่ keyword จนเลอะเทอะครับ
การสร้าง blog ที่มีคุณภาพ ต้องทำการบ้านเยอะครับ หาข้อมูลเยอะ จับประเด็นออกมาเขียนให้ได้ และนอกเหนือจากการทำเนื้อหา ก็คือการจัดการ blog ของคุณให้คนอ่าน อ่านได้ง่าย อยากให้ลองเน้นว่าเราทำ blog เพื่อท่านผู้อ่าน มิใช่ทำ blog เพื่อตัวเราเองครับ

blog ไร้คุณภาพ กำลังจะตาย

ทุกวันนี้ คนที่ทำเว็บหรือ blog ขึ้นมาเพื่อติด adsense หรือที่เค้าเรียกว่า Made for adsense นั้นมีมากขึ้นทุกที ทำเอาตลาดวายไปเลย เพราะรายได้จาก adsense นั้นลดลงเรื่อยๆ ผมมั่นใจว่า google สามารถปรับปรุงระบบของตนเอง ให้รับมือกับการเจอกับ blog หรือเว็บพวก Made for Adsense ได้แน่นอน และเมื่อนั้น blog เหล่านี้ก็ต้องพับฐานไปแน่นอน และเมื่อเวลานั้นมาถึง blog ที่มีคุณภาพ ยังอยู่แน่นอน เพราะใคร ๆ ก็ชอบของที่มีคุณภาพ รวมถึง sponsor หรือผู้สนับสนุนต่าง ๆ ก็ชอบด้วย

ผมชอบที่คุณ bignose พูดเหน็บเว็บประเภท made for adsense ไว้ในบทความเรื่อง ความไม่แน่นอนของ Adsense ว่า

คาดว่ามี website ประเภท MFA (Made For Adsense) เล็ดลอดเข้ามา (ผมชอบจะเรียกว่า website Mafia ทุกทีี)

ประเด็นที่ผมอยากสรุปก็คือ blog ที่มีคุณภาพ นั้นอยู่ได้นานอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ

หมวด Blog Marketing1 ความคิดเห็น

Tags: ,

ความสำคัญ ของหน้า About us ที่ไม่ควรมองข้าม


เวลาผมเข้าไปที่ blog ไหนที่ผมไม่เคยแวะไปอ่านมาก่อน ผมจะพยายามดูภาพรวมก่อนว่า blog นี้พูดถึงเรื่องอะไร หากเป็นเรื่องที่ผมมีความสนใจ ผมก็จะอ่านต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งการสังเกตว่า blog นี้พูดเกี่ยวกับอะไรนั้น ผมอาศัยการดูเนื้อหาบทความต่าง ๆ ที่เรียงรายอยู่ใน blog แต่นั่นคือคนที่มีประสบการณ์ในการทำ blog มาแล้ว เห็น blog มาค่อนข้างเยอะ เลยทำให้มองปรู๊ดเดียวรู้ว่าอันนี้พูดถึงเรื่องอะไร แต่พูดก็พูดเถอะ บางครั้งผมเข้าไป review blog ใด blog หนึ่งแล้ว ก็ยังจับใจความไม่ค่อยได้เลยว่า blog ที่ผมกำลังดูอยู่เนี่ย พูดถึงเรื่องอะไร

แต่ลองมองกลับด้านกันดูครับ หากเป็นมือใหม่หัดใช้อินเตอร์เน็ตล่ะ เข้า blog คุณมาแล้วจะรู้หรือเปล่าว่า blog ของคุณพูดถึงเรื่องอะไร บางคนดูไม่รู้เรื่องแน่นอนครับ

ดังนั้นเทคนิคง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยลดเวลาการทำความเข้าใจกับ blog ของคุณได้ก็คือการทำส่วน About us หรือหน้า about us ขึ้นมานั่นเอง คุณจะเรียกมันว่าหน้าอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีหน้า about us แต่คุณต้องมีเนื้อหาส่วนที่บอกว่า blog ของคุณเนี่ย พูดถึงเรื่องอะไร เพราะคนเล่นเว็บในทุกวันนี้ รอไม่ได้ครับ หากรอเกิน 10 วินาที ก็แทบจะไปหาเว็บอื่นแทนแล้ว

ในส่วน About us ถ้าจะให้ดี ควรจะให้ข้อมูลว่า

1. คุณคือใคร
เพราะลักษณะเด่นของ blog คือมีความเป็นตัวของตัวเองออกมาสูง มีความใกล้ชิดระหว่างผู้เขียน และผู้อ่านสูง หากคุณแนะนำตัวเอง ทำให้ตัวคุณเองใกล้ชิดกับคนอ่าน อะไร ๆ มันก็ง่ายขึ้น คุณจะมีผู้อ่านประจำแวะเวียนมาบ่อยขึ้นครับ

2. blog ของคุณนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร
ข้อนี้ขอแนะนำในฐานะที่ผมค่อนข้างแวะไป blog ต่าง ๆ บ่อยมาก โดยเฉพาะเพื่อ review blog ให้คุณผู้อ่านนั่นแหละครับ บางทีไม่ได้ให้ข้อมูลกับผมเลยว่า blog ของคุณนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ผมก็ต้องเข้าไปนั่งทางใน เอ๊ย ไม่ใช่สิ ต้องไปหาข้อมูลเอาเอง อันดับแรกเลยผมจะมองหา about us ถ้าไม่มีนี่ก็จะอ่านบทความหน้าแรกของ blog นั้นดู ลองคิดดูสิครับ เผอิญ blog คุณดันเขียนเรื่องที่เพิ่งไปเที่ยวมา ทั้ง ๆ ที่ปกติคุณเขียนเรื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น แน่นอนว่า ผมก็ต้องเข้าใจผิด เพราะผมเองอ่านแค่หน้าแรกหน้าเดียว ถ้าสนใจ ผมถึงคลิกเข้าไปอ่านเพิ่ม ผมมั่นใจว่าหลาย ๆ คนก็เป็นแบบผม ดังนั้น หากผมหาหน้า about us ไม่เจอ บางทีอ่านหน้าแรกแล้วยังสรุปไม่ได้ ผมก็ออกเลยครับ review ไม่ได้ เอาพักไว้ก่อนเลยครับ เพราะสรุปข้อมูลไม่ได้ว่า ผมจะเขียนแนะนำว่าอะไรดี

ลองดูครับ ว่าคุณมีข้อมูลแบบที่บ่งบอกหรือเปล่าว่า blog ของคุณ เกี่ยวกับเรื่องอะไร

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

Blog ที่เนื้อหาเหมือนเรา !! คู่แข่ง หรือ พันธมิตร


ในวงการธุรกิจ ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอยู่ในแวดวงไหน คุณก็จะมีคู่แข่งอยู่เสมอ เช่น ลองมองไปที่ธุรกิจน้ำมันรถยนต์ ประเทศต่าง ๆ ที่ผลิตน้ำมันได้ ก็เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งกัน แต่ลองมองลึก ๆ ลงไป เช่นแลุ่มโอเปค เค้าเป็นประเทศที่ขายน้ำมันเหมือนกัน แต่กลับรวมกลุ่มกัน เพื่อกำหนดราคาน้ำมันเช่น ขายต่ำสุดไม่เกินราคาเท่าไหร่ เป็นต้น นี่คือการรวมกลุ่มกันของคู่แข่งที่กลายมาเป็นพันธมิตร

บล็อกก็เช่นกัน หากคุณพบบล็อกของคนอื่น ที่มีเนื้อหาเรื่องราวเดียวกับเรา อย่าไปคิดว่าบล็อกเหล่านั้นคือคู่แข่ง ลองคิดดูว่าบล็อกเหล่านั้นต่างหากที่เป็นพันธมิตร ด้วยลักษณะเด่นของบล็อกเอง ที่มีความคิดส่วนตัวของผู้เขียน แสดงออกมาในบทความที่มากอยู่แล้ว เหล่านั้นคือตัวตนมากกว่า

อย่างเช่นบล็อก keng.com เขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำ blog แต่ผมเองก็สนใจเรื่อง internet marketing เรื่อง SEO เรื่องการทำ Google Adsense ด้วยเหมือนกัน บางครั้งผมเขียนเรื่องราวเหล่านี้ปนลงมาในบล็อกด้วย แน่นอนว่า เมื่อหันไปลองในโลกอินเตอร์เน็ต มีหลายบล็อกที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับบล็อกเช่นกัน ผมไม่ได้มองบล็อกเหล่านั้นว่าเป็นคู่แข่ง แน่นอนว่า ผมมองว่าบล็อกเหล่านั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นกลุ่มคนที่รักชอบการเขียนบล็อก และต้องการนำเสนอเรื่องราวของการทำบล็อกเหมือนกัน บล็อกเหล่านี้มีมุมมองที่แตกต่างกันไป ผมชอบที่จะไปอ่านทุก ๆ บล็อก เพราะผมมักได้อะไรใหม่ ๆ ที่ผมไม่เคยรู้ หรือไม่เคยนึกถึงมันอยู่เสมอ

จะสังเกตเห็นได้ว่า ผมลิงค์ไปหาบล็อกที่มีเนื้อหาเหมือนกันอยู่เสมอ บาง blog ผมอาจยังไม่เคยรู้จัก เลยยังไม่ได้ทำ link แต่ถ้ารู้จัก blog ไหนที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ผมไม่เคยลังเลเลยที่จะ link ไปหา

ผมมองว่าเนื้อหา (content) ในบล็อก ไม่เหมือนกับสินค้าที่เป็นของที่หมดไปได้ เช่น น้ำมัน หรือข้าวสาร แต่เนื้อหาของบล็อก ถ้ามีคนเสพย์แล้วมันมิได้หมดไป คนอื่น ๆ สามารถมาอ่านได้อีก ลักษณะการบริโภคสื่อของมนุษย์คือ บริโภคได้ไม่มีขีดจำกัด ผมอ่านทุกบล็อกที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการทำบล็อก ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่าน ที่เคยอ่านบล็อกอย่าง BlogRhino, Make Many, I-morm, Idayblog, ThaiBlogger, poorblogging, PoorBlogger , Redtor ฯลฯ ก็เคยมาอ่านบล็อกของผมเช่นกัน ในทางกลับกัน คนที่มาอ่านบล็อกของผม ก็แวะไปอ่านบล็อกที่ผมกล่าวไปข้างต้นด้วย เพราะแต่ละคนเขียนบทความออกมาจากตัวตน และแนวความคิดที่แตกต่าง

คนอื่นอาจเชื่ออย่างอื่น แต่ผมเชื่อว่าการเขียนบล็อกนั้นไม่มีคู่แข่ง มีแต่พันธมิตร หรือเพื่อนกันทั้งนั้นครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

  • เรื่องฮิต
  • ล่าสุด
  • ความคิดเห็น
  • แท็ก
  • RSS Feed

Our Flickr Photos - See all photos

แคมเปญ Honda Pilot DIY Video Contestแคมเปญ VIBE VersesWill It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed