Archive | November, 2006

วิธีการปรับแต่ง blog ให้คนเข้าถึง ข้อมูลง่ายขึ้น


ด้วยความที่ blog เป็นเว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ที่มีรูปแบบการจัดเรียงลำดับบทความ ตั้งแต่บทความใหม่ล่าสุด ย้อนไปยังบทความเก่าที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป บทความดี ๆ ของคุณ อาจจะถูกเลื่อนไปเก็บไว้ยังหน้าหลัง ๆ ซึ่งผู้อ่านก็ยากที่จะไปค้นหาดู ดังนั้นมาลองดูเทคนิคต่าง ๆ ในการทำให้ผู้อ่าน เข้าถึงข้อมูลดี ๆ หรือข้อมูลที่สำคัญ ๆ ของเรากันได้ดีกว่าครับ

1. จัดหมวดหมู่ Category ให้ชัดเจน
บทความเก่ามักจะไหลย้อนกลับ เอ๊ย! มักจะถูกเก็บไปอยู่ด้านหลัง ๆ แต่หากเราจัดหมวดหมู่ของบทความ ให้อ่านเข้าใจได้ง่าย ผู้อ่านที่สนใจเรื่องนั้น ๆ ก็จะสามารถมุ่งตรงเข้าไปยัง กลุ่มบทความนั้นได้ทันที เช่นผมตั้งหมวดเทคนิคการเขียน blog เอาไว้ ผู้อ่านที่เข้ามาเว็บผม บางคนกำลังมองหาบทความต่าง ๆ ที่สอนเทคนิคในการเขียน blog ก็สามารถ เข้าไปหาบทความเหล่านั้นได้เลยครับ

2. จัดเอาบทความสำคัญมาแสดงให้เห็นเด่นชััด
ตัวอย่างง่าย ๆ ของ blog keng.com ก็คือในส่วนบทความแนะนำ โดยใครจะใช้เทคนิคไหนก็ได้ ลองเอามาให้เห็นชัด ๆ จัดเรียงให้สวยงามอ่านง่าย ส่วนของผม ผมใช้ฟังค์ชั่น links ของ wordpress นั่นเองครับ โดยเพิ่ม category ของ link มาอีกหมวดหนึ่ง แล้วทำ link ไปยังบทความต่าง ๆ แทนที่จะ link ไปยังเว็บอื่น พอส่วนหน้าเว็บ ผมก็ดึงผลของหมวดหมู่ที่ทำไว้ ออกมาเป็น บทความแนะนำไงครับ ส่วนใครที่ใช้ blogware ยี่ห้ออื่น ๆ ลองประยุกต์เทคนิคนี้ดูครับ สำหรับตัวอย่างในข้อนี้ ลองดู problogger.net ครับ เฮียเค้าลิงค์บทความเจ๋ง ๆ ไว้หน้าแรกเลยครับ เราต้องไม่ลืมว่าคนอ่านบล็อกเรา อาจมีคนที่เพิ่งเข้ามาครั้งแรกได้ครับ

3. ทำ banner หรือ graphic ไฮไลท์บทความ
หากใครมีความสามารถทำ banner ได้สวย ๆ ลองออกแบบป้ายแบนเนอร์ หรือกราฟฟิคสวยสะดุดตา ใช้ลิงต์ไปยังบทความเด่น ๆ ของเราได้ด้วยครับ

4. ช่อง search น่ะดีมีประโยชน์
ลองขยับช่อง search ให้คนเห็นเด่นชัด เพราะคนเราเดี๋ยวนี้ เอะอะ อะไรก็ search เพราะชินกับความง่ายของช่อง search ไปซะแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้ามมันครับ เอาขึ้นมาอยู่ในส่วนท่อนบนเลยครับ

Posted in Blog MarketingComments (0)

10 เทคนิคการสร้าง Link Popularity ให้กับบล็อก


10-linkbuilding-390.jpg

การเพิ่มจำนวน Link Popularity เป็นอีกวิธีหนึ่งในกระบวนการทำ SEO ให้กับบล็อกของคุณ นอกเหนือจากการเพิ่ม Link Popularity แล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาส ที่คนจะเข้ามาอ่านบล็อกของคุณมากขึ้นด้วย เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงบล็อก ลองดู 10 เทคนิคการสร้าง Link Popularity ให้กับบล็อกของคุณกันดูดีกว่าครับ รับรองว่าสิ่งเหล่านี้ สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ยากเลยครับ

1. Link ไปหาบล็อกอื่น
วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือทำ link ไปหาบล็อกอื่น ๆ ที่คุณสนใจก่อนเลย นักเขียนบล็อกหลาย ๆ ท่านมักะใจจดใจจ่อ อยู่ตลอดอยู่แล้วว่า จะมีใครทำ link มาหาบ้าง เมื่อคุณลิงค์ไปหาเค้าก่อน คุณก็อาจจะได้เป็นจุดสนใจ ทำให้เจ้าของบล็อกนั้น ๆ รู้จักบล็อกของคุณ คราวนี้แหละครับ ถ้าบล็อกเราดีจริง เค้าก็คงไม่รังเกียจที่จะทำ link มาหาเราแน่นอนครับ หรือถ้าให้ชัวร์ หลังจากที่คุณทำลิงค์ไปหาบล็อกอื่นแล้ว ลองเมล์ไปบอกเจ้าของบล็อกเค้าด้วยก็ดีครับ ว่าเราทำลิงค์ไปหาแล้วนะครับ

2. ไป Comment ที่บล็อกคนอื่นบ้าง
เวลาเราไปอ่านบล็อกคนอื่น ก็ไปเขียนคอมเม้นต์ไว้บ้างนะครับ มีคำแนะนำนิดนึงว่า อย่าไป spam comment เค้านะครับ เพราะขนาดเราเองยังรำคาญเวลามีคนมา spam comment ของเรา ใจเขาใจเราครับ ( เพิ่มเติมครับ ตอนนี้ในส่วน comment ของระบบ blog อย่าง wordpress มักจะมีแท็ก no follow ครอบอยู่ ทำให้ไม่สามารถช่วยในเรื่อง link popularity ได้แล้วนะครับ คงได้ประโยชน์คือให้เจ้าของบล็อก รู้จักบล็อกเราเท่านั้ัน)

3. Submit บล็อกเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ
ข้อนี้ต้องขยันนิดนึง เพราะคุณต้อง submit บล็อกของเราเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ข้อได้เปรียบของบล็อกก็คือ คุณสามารถโปรโมทบล็อกไปสู่ search engine ของเว็บได้ และยังโปรโมทไปสู่ search engine เฉพาะทางเช่นพวก Blog Search Engine ได้อีกด้วย

4. ออกแบบบล็อกให้ดูดีสวยงาม
ถ้าคุณออกแบบบล็อกให้สวย ๆ หรือมีดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา คุณก็มีโอกาสที่จะโปรโมทเว็บของคุณที่ Rookienet หรือเว็บที่พูดคุยถึงเรื่องการดีไซน์เว็บ เป็นต้น

5. ใช้ CSS ในการออกแบบบล็อก
หากดีไซน์สวยแล้ว ยิ่งใช้ css ในการ coding เข้าไปอีก โอกาสยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะคุณจะมีโอกาสได้โปรโมทไปสู่ระดับโลก เช่นเว็บ CSSvault ซึ่งถ้าคุณออกแบบสวยและใช้ CSS คุณก็สามารถส่งบล็อกของคุณ เข้าไปให้เค้าพิจารณาได้

6. ทำ Tag ไปหา technorati
บล็อกเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังอย่าง Technorati นั้นมี pagerank ที่สูงทีเดียว ยิ่งถ้าแต่ละบทความของคุณ มีการใส่ tag ไปแจ้ง technorati ไว้ เราจะได้ผลสองทางคือ ทางตรง ได้ไปอยู่ใน technorati directory และ ทางอ้อม คือ bot ของ search engine ต่าง ๆ จะวิ่งต่อจาก technorati มาเก็บข้อมูลในบล็อกของเราด้วย

7. ทำ signature ตอนตอบกระทู้ใน Web Board
เวลาไปตอบกระทู้ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ก็อย่าลืมตั้งค่า signature ให้ลิงค์มาที่บล็อกของคุณด้วย คำแนะนำคือ ตอบกระทู้ในสิ่งที่คุณตอบได้ อย่า spam เว็บบอร์ด ให้ตอบในเรื่องที่เรารู้จริง จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้บล็อกของเราได้อีกด้วย ลองแวะไปที่เว็บบอร์ดสำหรับชาวบล็อกอย่าง Blogger Talk ก่อนได้

8. ใช้ Social Bookmark
ในยุค web 2.0 อย่างตอนนี้ ลองใช้ประโยชน์จากเว็บพวก social bookmark ให้เกิดประโยชน์ ถ้าบทความในบล็อกของเรา ได้ไป link อยู่ในเว็บเหล่านี้ จะเป็นการเพิ่ม traffic และเพิ่ม link popularity ไปในตัว ลองดูเว็บอย่าง del.icio.us หรือ digg แต่ถ้าหากเป็นของไทย ลองแวะไปที่ Zickr

9. Ping ไปที่ Blog Search Engine
ถ้าระบบบล็อกของคุณเป็นโปรแกรมอย่างพวก WordPress หรือ MovableType คุณก็จะสามารถตั้งค่าของโปรแกรมให้ทำการ ping บทความหรือบล็อกของคุณ เข้าสู่ Blog Search Engine ในทุก ๆ ครั้งที่คุณอัพเดทบล็อกโดยอัตโนมัติ ลองดู ping list ที่นี่ดูครับ หรือถ้าหากใครตั้งค่า ping ไม่เป็น ลองดูวิธีที่ผมเคยเขียน วิธีการ ping ของ WordPress ไว้นะครับ

10. เขียนบทความให้เว็บอื่นหรือบล็อกอื่นๆ
หลายแห่งเปิดให้เราได้แสดงความสามารถ หรือเขียนบทความที่มีประโยชน์ ต่อกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ หรือบล็อกของเค้า และส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราเขียนเรื่องส่งไป เราจะได้ credit เล็ก ๆ ก็คือ link กลับมาหาบล็อกของเรา

Posted in Blog MarketingComments (0)

Tags: ,

ก่อนการติดตั้ง WordPress


แปลจากบทความ Before you install

ก่อนติดตั้ง WordPress คุณต้องตรวจสอบ กับผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งของคุณ ว่ามีการรองรับความต้องการขั้นต่ำ ของโปรแกรม WordPress หรือไม่ และตัวของคุณเองก็ต้องมีความรู้พื้นฐาน ที่จะใช้ในการติดตั้ง WordPress ด้วย

สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ สำหรับความต้องการขั้นต่ำของระบบ ที่ WordPress ต้องการนั้น คุณสามารถดูได้ที่ Hosting WordPress และอีกที่หนึ่งก็คือหน้า the official download page

ติดตั้งฟรีด้วย WordPress Install4Free!

ถ้าคุณสนใจที่จะติดตั้ง WordPress ที่เว็บไซต์ของคุณ แต่ไม่สะดวกที่จะติดตั้งด้วยตัวคุณเอง คุณสามารถส่งคำร้องขอเพื่อให้ทีมงาน WordPress Install4Free ติดตั้งให้คุณได้

คุณจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีการใช้งานโปรแกรมประเภท text editor เพื่อที่จะทำการแก้ไขข้อมูลการตั้งค่า (Configuration) สำหรับโปรแกรม Wordpress โดยถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานในระบบ Windows ก็จะมีโปรแกรมที่ชื่อ NotePad หลังจากนั้น คุณก็จะต้องมีการแก้ไขไฟล์เทมเพลทต่าง ๆ (กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า Templates ) โดยสามารถแก้ไขเทมเพลทได้จากระบบ WordPress Administration Panel (โดยต่อจากนี้ เราจะขอเรียกมันว่า ระบบ BackEnd ละกันนะครับจะได้เข้าใจกันง่าย ๆ หน่อย) แต่ก็ยังแนะนำที่จะให้ใช้โปรแกรมประเภท Text Editor ที่ดี ๆ หน่อยน่าจะดีกว่าครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ไขไฟล์ ดูได้ที่ Editing Files

คุณจำเป็นที่จะต้องสามารถใช้งานโปรแกรมประเภท FTP เพื่ออัพโหลดไฟล์ และตั้งค่า permission ต่าง ๆ (เป็น option นะครับ จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้) คุณจะลองใช้โปรแกรม FTP ที่ชื่อ FileZilla เพื่อทำการอัพโหลดก็ได้ สำหรับบทความช่วยเหลือ (help) สำหรับการใช้งานโปรแกรมประเภท FTP สามารถดูได้ที่ Podz’ tutorial

เท่านี้เองครับ ! ตอนนี้คุณก็พร้อมที่จะทำการ Installation โปรแกรม WordPress แล้วครับ

Posted in WordPressComments (0)

Tags: ,

Blog และ SEO สัมพันธ์กันอย่างไร


Search Engineขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่เซียน SEO หรือเซียนบล็อกมาจากไหน แต่บทความที่ผมจะเขียนนี้ ได้มาจากประสบการณ์ และความเข้าใจของผมเอง นักเขียนท่านอื่น อาจมีไอเดียแตกต่างกันไปนะครับ จากที่ผมลองผิดลองถูกในเรื่อง SEO มาพอสมควร และก็มาได้คลุกคลีกับบล็อก ด้วยเช่นกัน ผมมองว่า สองสิ่งนี้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน

1. บล็อกช่วยให้ทำ SEO ได้ง่ายขึ้น
จากข้อมูลเบื้องต้นของการทำ SEO ที่เคยอ่าน ๆ มา ผมพบว่า keyword มีส่วนสำคัญ สำหรับการทำ SEO โดย keyword ต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นเป้าหมายในการทำ SEO นั้น ต้องมีแทรกอยู่ในหลาย ๆ ส่วนของหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่นใน Title, ใน url, ใน meta tag, ในชื่อไฟล์ , ในหน้าเว็บไซต์ โอ๊ย เยอะครับ

คราวนี้กลับมามองอีกมุมนึงบ้าง เมื่อลักษณะเด่นของ blog คือการที่เราสามารถ เขียนบทความใหม่ๆ ขึ้นมาได้สะดวกมากขึ้น โดยบทความเหล่านั้น เป็นตัวอักษร (Text) นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวเอื้อประโยชน์ให้กับ Search Engine ในการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่อยู่ในบทความของเราเหล่านั้นนั่นเอง

2. SEO ช่วยโปรโมทบล็อก
บล็อกก็เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการโปรโมทบล็อก ก็หลีกเลี่ยงไมได้ที่จะต้องทำ SEO ควบคู่ไปด้วย อย่างที่บอกในข้อ 1 ไปแล้วว่า เราได้ประโยชน์จากบล็อก ในเรื่องตัว keyword ในบทความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพียงแค่เขียนบทความ ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์เราพร้อม สำหรับการทำ SEO เราจึงต้องเลือกสรร keyword ที่เราต้องการทำ SEO ใส่ไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น title, url, meta tag , ชื่อไฟล์ เหล่านั้นด้วยครับ

ขอกระซิบเบา ๆ ว่า ยิ่งอัพเดทบล็อกบ่อย ๆ พวก Search Engine ยิ่งชอบครับ เค้าจะมาเก็บข้อมูลเว็บ จนหัวบันไดไม่แห้งเลยครับ

Posted in Blog Marketing, Search Engine MarketingComments (2)

Tags: ,

ประสบการณ์ คุยกับทีมงาน Google Adsense จากผู้อ่าน


และก็ยังเป็นอีกครั้งที่ผมเห็นว่า comment ของคุณก้อยที่มีเข้ามา นั้นเป็นประโยชน์และเป็นกรณีศึกษา ให้กับผู้ที่สนใจใน google adsense อย่างมากเลยทีเดียว ผมขออนุญาตคุณก้อยนำมาลงไว้ ในบล็อกนี้ด้วยนะครับ

ต่อจากครั้งที่แล้วนะคะ ช่วงนี้ก้อยเขียน Email โต้ตอบกับทาง Google อย่างบ่อย แบบเขียนไปถามเรื่องว่าทำไม Ad unit ของก้อยยังคงขึ้น PSA ทั้งๆที่มันก็ผ่านไปแล้วเกิน 48 ชั่วโมง เลยต้องเขียนไปปรึกษาทันทีว่า อนุมัติให้เดี้ยนแล้ว ไยไม่ gen code ให้สักทีย่ะ มันเกิดความผิดพลาดที่ใดรึ วานบอก?? ตอนเขียนไปก้อยก็ไม่ลืมแนบ link หน้าที่ก้อยใส่ Ad unit ที่มันจะปรากฎ PSA ไปด้วยนะ ไม่งั้นก็หากันหัวบานทีเดียว :-P

ทางทีม Google ชื่อ เจ๊ Trinh ก็ตอบกลับมาว่า “Thanks for the email. I have reviewed www.hiphiso.com and confirmed that the site is using a language that is currently not supported by AdSense. As such placing the AdSense for content code on this website will only generate public service ads.

Until we are able to offer this service targeted to your specific language, please remove the AdSense ad code from your site. We appreciate your patience as we expand our program.

(แปลได้สั้นๆว่าเวปของเธอน่ะใช้ภาษาที่ยังไม่ support จ๊ะ มันก็เลยปรากฎเป็นโฆษณาการกุศลน่ะสิ กรุณาเอา code ออกจากเวปด้วย และให้อดทนๆๆรอจนกว่าทาง Google จะทำภาษาไทยออกมา)

แน่นอนคะว่าก้อยจึงรีบวีน เอ๊ย เขียนตอบทันทีว่า จะไม่ Support ได้ไงเจ๊ ก็อนุมัตให้ผ่านแล้วนี่นา (อนุมัติโดยเจ๊ Ilina) เจ๊ Trinh ลอง scroll down ลงไปดูทั่วหน้าอ่ะยังค่ะ เปิดมาก็เห็นแต่ภาษาไทยก่อนนะ อังกฤษมันอยู่ข้างล่าง….แหม ขอเถียงกับฝรั่งหน่อยเถอะ ก้อยก็ถามเค้านะคะว่า ok แล้วจะยังไงล่ะ ทำไมไม่ Support อีก ก็ทาง Google Team เป็นคนอนุมัติให้เวปนี้ผ่านเอง ทั้งๆที่ก้อยก็บอกก่อนแล้วว่ามันเป็นแบบ 2 ภาษา แต่ไม่ได้มีทุกหน้านะ เพราะว่าเพิ่งทยอยเพี่มภาษาอังกฤษตอนหลังๆนี่เอง (นี่แหละถึงต้องส่ง link ให้เค้าไป ไม่งั้นอาจหาจนมึน)

สุดท้ายก้อยตบท้ายจดหมายว่า ยังไงกรุณาชี้แจ้งด้วยว่าต้องทำอย่างไร ถ้าคุณดูทั่วหน้าแล้วจริงๆ ก็กรุณา confirm ก้อยด้วย หากยืนยัน นั่งยันอยากให้เอา code ออกก็ยินดีทำตามกฎ และแอบแซวไปว่าเมื่อไหร่น้า Adsense จะ Support ภาษาไทยสักที นี่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศเค้ารอฟังข่าวดีอยู่นะเนี่ยย….

เจ๊ Trinh ตอบทันทีว่า I have looked at www.hiphiso.com and confirmed that there is not enough English text for AdSense to work on your site. As such we ask that you remove the ad code from this website. Please note that your account is still active and you can use your code on English based websites.

Unfortunately, we don’t have a time table for when we will support Thai. However, we’ll alert our users when Thai is supported by AdSense.

(แปลได้ว่า เหตุผลที่ Adsense มัน gen code ให้เวปก้อยไม่ได้ก็เพราะว่า Text ภาษาอังกฤษไม่มากพอนั่นเองค่ะ แต่ Account ของก้อยก็คง Active อยู่นะ เจ๊ Trinh เลยแนะว่าเอา code ไปแปะในเวปภาษาอังกฤษล่ะกันจ๊ะ… และเสียใจด้วยที่ทางเจ๊เนี่ยน่ะ ไม่มีตารางเวลาว่าเมื่อไหร่จะ Support ภาษาไทย เอาเป็นว่าคลอดเมื่อไหร่จะรีบแจ้งทันที ประมาณว่า รอกันต่อปายยยยย…พี่น้อง…) เพือนๆช่วยกันเขียนไปจี้ เอ๊ย ขอร้องให้เค้ารีบๆทำ program ออกมา support พวกเรากันเถอะ

สุดท้าย ก้อยแก้ปัญหาโดยการไปสมัคร Blogger.com ซะเลย ส่วนที่ HipHiso.com ก็เอา ad unit ออก แล้วก็เอาแต่ Text ที่เป็นภาษาอังกฤษมาลงค่ะ แล้วก็ให้ link เข้า HipHiso.com อีกที โอโห งมการแปะ Code ที่ template อย่างหนุกหนานเลยค่ะ เพราะว่าค่อยข้างมือใหม่มากๆสำหรับการทำ Blog

แม่เจ้า…เลยออกมาได้ http://bonky001.blogspot.com และมีเวปสมุนอีก 4 เรียงไปไปเลยเป็น bonky001, bonky002 ไปเรื่อยจน bonky005 โน่นเลย ไม่รู้ว่ามั่ว code ถูกอ่ะเปล่าสิค่ะ อย่างไร หากก้อยติดขัดตรงไหน คุณเก่งกรุณาแนะนำด้วยนะคะ

ที่เขียนมานี่เพื่อต้องการให้เพื่อนๆได้ใส่ใจมากๆเรื่องการเขียน Email ถามตอบปัญหาต่างๆกับทางทีม เพราะไม่เสมอไปที่อนุมัติแล้วจะทำ adsense ได้ตลอดรอดฝั่ง หากก้อยไม่ได้เขียนโต้ตอบไปถาม เค้าก็จะตอบมาสั้นๆ และกำกวมว่า เอา code ออกเถอะคุณ…แค่นั้น

ขอให้เพื่อนๆมาสนุกกับ adsense กันเถอะค่ะ อ๋อ… ขอบอกว่า ทำ Blog ได้เพียง 2 วัน ได้มั้ง ก้อยก็ได้รับข่าวดี เพราะมีคน(หลง) click มาแล้วด้วยย… เย้ๆ ตั้ง 2 click ได้ตั้ง 0.9$ แน่ะ!! แม่เจ้า….ภูมิใจมากค่ะ ….อิๆ แสดงว่าเค้าจ่ายจริง ว่าแต่เมื่อไหร่จะถึง 100$ ฟ่ะเนี่ย เฮ้อ…

Posted in Make MoneyComments (0)

Tags: ,

7 เทคนิค การสร้าง Blog อย่างมืออาชีพ


ถ้าต้องการสร้างบล็อกให้เป็นอย่างมืออาชีพ คุณต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจในสิ่งเหล่านี้ครับ

1. ใส่ใจกับรูปแบบดีไซน์ของ blog
ลองสังเกตดูง่าย ๆ ครับ สำหรับบล็อกชั้นนำของโลก ต่างก็ไม่ได้ใช้ template แจกฟรีที่มีกันทั่วไป แต่บล็อกชั้นนำเหล่านี้ ต่างก็ออกแบบดีไซน์ของบล็อกขึ้นมาเองทั้งหมด ทำให้บล็อกนั้นดูมีความแตกต่าง และมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

2. ใส่ใจกับเนื้อหาของบล็อก
ก่อนที่คุณจะสร้างบล็อกขึ้นมาซักแห่งหนึ่ง ลองวางแนวทาง ของเนื้อหาในบล็อกดูก่อนครับ ว่าเราต้องการจะนำเสนอบทความรูปแบบไหน เราจะมีวิธีนำเสนอไปในทางใด สิ่งเหล่านี้ จะทำให้คุณไม่หลุดประเด็น จากที่คุณตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกไงครับ เช่น บล็อกของ keng.com ต้องการจะเป็น บล็อกที่นำเสนอข้อมูลด้านการทำบล็อก ดังนั้นผมวางแนวทางไว้ว่า ต้องมีข่าวสารวงการบล็อกทั่วโลก มาให้ผู้อ่านได้อ่านกัน และยังต้องมีเทคนิคการทำบล็อกสำหรับมือใหม่ เช่นบทความเรื่อง “blog คืออะไร?” และมีเทคนิคสำหรับขั้นผู้เชี่ยวชาญ เช่นการใส่ Tag หรือการ Ping ไปยัง blog search engine เป็นต้น ตัวอย่างข้างต้น ดังเช่นตัวอย่างบทความ ที่ผมเขียนขึ้นมาเหล่านี้ เป็นแนวทาง ในการกำหนดทิศทางของบล็อกครับ

3. ใส่ใจผู้อ่าน มากกว่าใส่ใจตัวเอง
เนื้อหาของบล็อกเป็นสิ่งที่ผุ้อ่านใส่ใจใคร่รู้ ไม่ใช่ป้ายโฆษณาที่เราวางระเกะระกะในเว็บไซต์แต่อย่างใด ดังนั้นการจัดรูปแบบโฆษณา ต้องคำนึงถึงจิตใจผู้อ่านด้วยนะครับ ว่าถ้าเป็นเราเอง ไปอ่านบล็อกคนอื่น แล้วมีโฆษณามาเกะกะในตัวบทความ เราชอบหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าบทความของเราเขียนได้ดี ผู้อ่านก็จะมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก และอาจมีผู้อ่านมากขึ้นทุก ๆ วัน หลังจากนั้นแล้ว รายได้จากค่าโฆษณาจะตามมาเอง โดยที่เราไม่ต้องไปใส่โฆษณา แทรกลงไปในตัวบทความอีกด้วย

4. ใส่ใจ comment ที่มีเข้ามา
บล็อกสามารถใช้ประโยชน์ของการสื่อสาร ได้ด้วยระบบ comment ในตัวเอง ซึ่งโปรแกรมสร้างบล็อก (ฺBlogware) ส่วนใหญ่ มีระบบ comment ติดมาให้ด้วยอยู่แล้ว ลองใช้ระบบนี้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน comment การตอบ comment ต่าง ๆ บางครั้งเราอาจได้ประโยชน์ จากการดึงประเด็นเด็ด ๆ จาก comment มาใช้เขียนบทความก็เป็นได้ ดังนั้น ทุก ๆ วันคุณควรที่จะตรวจสอบว่ามี comment ใดเข้ามาบ้าง เพื่อที่จะได้ตอบได้ทันท่วงที เมื่อเราตอบได้เร็ว ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมในการสื่อสาร ทั้งสองฝ่ายก็แฮปปี้ครับ และจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราตรวจสอบ comment ทุกวัน เราสามารถลบพวก spam comment ออกได้อย่างทันควันไงครับ

5. ใส่ใจในมาตรฐานของเว็บไซต์
ไม่มีใครรู้ว่าบล็อกของเราจะมีคนเข้ามาอ่านมากแค่ไหน บางครั้งเราอาจต้องมีการปรับปรุงเว็บไซต์ หรือบางครั้งเราอาจต้องมีการปรับแต่งดีไซน์ เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างที่เราไม่คาดฝัน ลองมองไปถึงการดีไซน์บล็อกด้วย มาตรฐานของเว็บไซต์ (Web Standard) ซึ่งจะสามารถทำให้บล็อกของคุณ แสดงผลได้ดีในทุก ๆ browser และลองพยายามใช้ css ในทุก ๆ ส่วนที่คุณทำได้ เพราะตัว css นี้มีความยืดหยุ่นสูง ถ้าเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ต่าง ๆ เราจะได้ปรับเฉพาะแค่ไฟล์ css แทนที่จะไปแก้ html ในแต่ละหน้า ลองนึกดูครับว่า ถ้าวันใดที่คุณมีบทความประมาณ 1,000 บทความ แต่คุณต้องมานั่งแก้สีของกรอบรูปภาพ ที่คุณเคยเขียนโค๊ดใส่ border เข้าไปที่โค๊ดของรูปภาพโดยตรง แทนที่จะแก้ไขที่ไฟล์ css แค่บรรทัดเดียว

6. จัดตารางเวลาในการเขียนให้เหมาะสม
เมื่อตอนเริ่มเขียนบล็อก คุณอาจใช้เวลาไม่มากนักในการเขียนบทความ แต่เมื่อคุณเขียนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี แน่นอนว่าคงต้องมีการกระทบกับเวลาการทำงานอื่น ๆ ของคุณเช่นกัน ดังนั้นลองจัดสรรเวลาสำหรับเขียนบล็อก อาจจะตื่นเช้าสักหน่อย ใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน เขียนบทความสักหนึ่งตอน หรือจะเขียนบทความในช่วงดึก ๆ ก่อนนอนก็ได้ ตรงนี้แล้วแต่คนนะครับ ว่าคุณสะดวกแบบไหน หรือมีเวลาว่างในตอนอื่น ๆ ลองปรับให้เหมาะสมกับตัวเองดูีครับ

7. ใส่ใจเรื่องขนาดของภาพประกอบบทความ
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งฉันท์ใด บล็อกย่อมงามเพราะดีไซน์และภาพประกอบ (มั่วจริง ๆ เลยผม) ลองทำความรู้จักกับรูปแบบของไฟล์ภาพชนิดต่าง ๆ ดูนะครับ เช่นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .gif นั้น สามารถแสดงผลได้สูงสุด 256 สี แต่ไฟล์ภาพที่เป็นนามสกุล .jpg นั้นสามารถแสดงผลได้สูงสุด 16 ล้านสี ดังนั้นการเลือกที่จะเซฟภาพเป็นไฟล์นามสกุลอะไรนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะหากเลือกชนิดไฟล์ผิด ภาพที่ออกมาจะไม่สวย และไฟล์อาจมีขนาดใหญ่ผิดปกติ นั่นจะเป็นสิ่งทกินทรัพยากรของระบบ และบล็อกของคุณมากขึ้นไปอีก เพราะถ้ามีผู้อ่านเยอะ แต่ต้องรอโหลดภาพที่ใหญ่ผิดปกติ ผู้อ่านบางท่านอาจจะเลิกรอเลยครับ ผมขอแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการเซฟภาพดังนี้ครับ หากเป็นภาพถ่าย แนะนำให้ใช้เป็น jpg ส่วนถ้าเป็นไฟล์โลโก้ หรือภาพที่มีจำนวนสีน้อย ๆ ลองดูเป็น gif นะครับ

Posted in Blog MarketingComments (1)


  • Featured
  • Popular
  • Comments
  • Tags
  • Subscribe
Advertise Here

Our Flickr Photos - See all photos

Will It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed