Archive | September, 2006

ผู้อ่าน keng.com อัพเดท blog ของตนเองค่อนข้างบ่อย


หลังจากที่ผมเริ่มเอา poll มาใช้ใน blog ได้ไม่นาน ก็ได้ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจหลาย ๆ ตัว มันทำให้การพัฒนาเนื้อหาข้อมูล และบทความต่าง ๆ เกี่ยวกับ blog มุ่งไปในทิศทางที่ดีเลยทีเดียวครับ

Blog Poll  : Update Blog Study

ผลสำรวจชุดแรกที่ได้ เก็บข้อมูลจากท่านผู้อ่าน keng.com ปรากฎว่า ผู้ที่เข้ามาอ่าน keng.com ดูแล้วค่อนข้างที่จะเป็นนักเขียนบล็อก ที่มีความถี่ในการอัพเดท บล็อกของตนเองบ่อยอยู่เหมือนกัน โดยตัวเลขมากสุด ตกไปอยู่ที่การอัพเดทบล็อก สองสามวันต่อครั้ง ถึง 33% และลำดับสองคืออัพเดทวันละครั้งถึง 26% แถมในขณะเดียวกัน ก็มีนักเขียนบล็อก ระดับโปร ที่อัพเดทบล็อก วันละหลาย ๆ ครั้งอยู่ถึง 7% รวมแล้วเฉพาะผู้ที่อัพเดทบล็อกของตนเอง ภายในสามวันต่อครั้ง มีมากถึง 66% ผมถือว่าตัวเลขนี้ค่อนข้างน่าสนใจคือ ผู้อ่านบทความเกี่ยวกับ blog เป็น น่าจะเป็นผู้ที่ค่อนข้างใส่ใจกับ blog ของตนเอง เพราะมีการอัพเดทที่บ่อยส่วนผู้ที่นาน ๆ อัพเดทครั้งนึง หรือเกินกว่า 1 สัปดาห์ถึงจะมีเวลามาอัพเดทบล็อกของตนเอง มีถึง 11% เลยครับ ดูตัวเลขสถิติเหล่านี้ แล้วคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ

ป.ล. รูปภาพแสดง blog poll ด้านบนนี้ อนุญาตให้นำไปใช้ ได้ตามสะดวกเลยครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

4 วิธีสร้าง content มัดใจผู้อ่าน blog


1. เขียนบทความที่มีอายุการใช้งานนาน ๆ
บทความบางเรื่องมีอายุการใช้งานสั้นมาก เช่นบทความจำพวกข่าวต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับการเขียนบทความ ที่มีอายุการใช้งานได้นาน ๆ นั้น ลองเลือกเรื่องที่กลั่นออกมาจาก ความคิดของคุณเอง ตัวอย่างเช่น บทความเรื่อง “บล็อกคืออะไร?” เป็นต้น คุณจะเห็นว่าบทความอย่างนี้ ไม่ได้ระบุระยะเวลา สามารถใช้งานได้นานครับ สิ่งนี้เอง จะทำให้บล็อกเกอร์คนอื่น พูดถึงบทความของคุณได้บ่อย ๆ ครับ

2. เขียนบทความขึ้นเองอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ลักษณะของบทความใน blog ที่นิยมเขียนกันทั่วไปก็คือ การพูดถึงบทความ ที่คนอื่นเขียนไว้แล้ว แล้วมีการนำมา quote ไว้ในเนื้อหาของเรา แล้วก็มีการพูดถึงอีกนิดหน่อย แต่บทความที่จะสร้างให้ blog ของคุณเป็นกล่าวขวัญก็คือ บทความที่เขียนด้วยตัวคุณเอง และไม่ซ้ำกับใครที่ไหน หรือที่ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า เป็นบทความแบบ Original นั่นเอง บทความแบบนี้เขียนไม่ยากหรอกครับ ลองนึกถึงการเขียน ด้วยความคิดของคุณเอง หรือมุมมองของคุณเอง ผมมั่นใจว่า มุมมองของแต่ละคน ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ลองเขียนดูครับ

3. เขียนข่าวก่อนคนอื่น
หากเราเป็นบล็อกที่รายงานข่าว ก็ลองเขียนข่าวให้เร็วกว่าคนอื่น ผมหมายถึงถ้าเรารายงานเข่าวได้เร็วกว่าคนอื่น หรือรายงานเป็นคนแรก นั่นจะทำให้ผู้อ่านคิดถึงเราเป็นคนแรก หากต้องการอ่านข่าว เราควรทำให้เป็นประจำ จะได้เป็นเครื่องหมายการค้า ของเราเลยว่า บล็อกนี้มีข่าวที่เร็วที่สุดให้อ่านกัน

4. เจาะลึกเฉพาะทาง
ข้อนี้จะเข้าข่ายเนื้อหาเจาะลึก ตรงประเด็นครับ (niche) หากคุณสนใจเรื่องเกม และบล็อกของคุณเขียนแต่เรื่องเกมแล้วล่ะก็ ลองเจาะมันให้ลึก ในเนื้อหาเฉพาะด้านเกมเลยสิครับ เช่นขยายไปถึง ข่าวเกม เฉลยเกม เป็นต้น เจาะให้ลึก เอาให้ละเอียด รับรองว่าคุณจะได้กลุ่มผู้อ่านที่สนใจในสิ่งที่คุณเขียน อาจเป็นกลุ่มคนที่ไม่เยอะ แต่คุณจะได้กลุ่มที่เป็นแฟนพันธุ์แท้นะครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: , ,

แจกฟรี icon สำหรับ blog จาก keng.com


Koh Samet icon set

ผมได้ลองนั่งทำ icon เพื่อใช้ใน blog ของ keng.com ออกมาเซ็ตนึง คราวนี้ก็เลยถือโอกาสทำเป็น project ที่จะแจกจ่าย icon สำหรับใส่ใน blog โดยให้เอาไปใช้กันฟรี ๆ ทั่วโลกดูซักหน่อย เผื่อจะมีคนสนใจดาวน์โหลดไปใช้บ้าง โดยไอค่อนชุดแรกนี้ ผมทำเป็นสีน้ำเงิน ให้เข้ากับ theme ของ keng.com ให้ดาวน์โหลดกันก่อน เดี๋ยวเจอเวลาว่างเมื่อไหร่ จะรีบทำชุดสีเทา ซึ่งสามารถเข้ากันได้กับ theme ที่มีสีอื่น ๆ ด้วยครับ

ไอค่อนชุดแรกที่ได้ดีไซน์ออกมานี้ ผมตั้งชื่อมันว่า เกาะเสม็ด (Koh Samet) ด้วยเหตุผลสั้น ๆ ก็คือ ผมกับอ้อม ชอบไปเที่ยวเกาะเสม็ด และอีกอย่างนึงก็คือ ไอค่อนชุดนี้ มันเป็นสีฟ้าเหมือนน้ำทะเล เลยตั้งชื่อมันว่าเกาะเสม็ดนั่นแหละครับ อีกนัยนึงก็คือ เผื่อว่าฝรั่งมาดาวน์โหลดไปใช้ ก็จะได้รู้จัก สถานที่ท่องเที่ยว ของไทยไปด้วยเลย

ใครสนใจอยากลองดาวน์โหลดไปใช้ ก็เชิญที่หน้า Free Icons ได้เลยครับ

มาพูดถึงไอค่อนเซ็ตนี้กันหน่อยดีกว่า ด้วยความที่มันออกแบบมาให้ใช้กับเว็บ keng.com ในเบื้องต้น มันก็เลยมีเฉพาะอันที่ผมต้องการใช้ แต่ผมกำลังจะทำ icon รูปอื่น ๆ เพื่อเติมเต็มให้ไอค่อนชุด เกาะเสม็ด มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เลยอยากขอแรงทุกท่าน ช่วยกันแนะนำหน่อยว่า อยากให้ทำชุดสีอะไรออกมา และอยากให้มีไอค่อนรูปอะไรอีกบ้าง ผมจะได้เป็นไอเดีย ว่าจะไปทำรูปไหนต่อดีครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: , ,

วิธีทำ Favicon ให้กับบล็อก


หลายคนคงสังเกตเห็นว่าตรงแถบ url ของ browser จะมีไอค่อนเล็ก ๆ กิ๊บเก๋ บางแห่งจะเป็นรูปคล้าย ๆ โลโก้ของเว็บ แต่บางแห่งอาจเป็นรูปหน้า page เปล่า ๆ หรือว่าเป็นภาพไอค่อนมาตรฐานที่มากับ Browser เจ้าไอค่อนเล็ก ๆ นี้เราเรียกมันว่า Favicon หรือแฟ้บไอค่อน (เขียนเป็นไทยแล้วดูแปลก ๆ แฮะ)

Favicon Example from Keng.com

โดยภาพ Favicon ที่จะมาโชว์ข้างชื่อ url ของเราได้นั้น เราต้องมีไฟล์ที่ชื่อ favicon.ico ใส่ไว้ในเว็บเราด้วย โดยเราต้องเก็บไฟล์นี้ไว้ในที่เดียวกับที่ไฟล์หน้า index (หน้าแรก) ของเว็บเราอยู่นั่นเอง

เมื่อเราต้องการเริ่มต้นทำ favicon สำหรับบล็อกของเราเพิ่มความกิ๊บเก๋ ผมมีวิธีง่าย ๆ มาแนะนำครับ

  1. สร้างไฟล์กราฟฟิคขนาด 16 x 16 พิกเซลในโปรแกรมกราฟฟิค เช่น photoshop หรือโปรแกรมอื่น ๆ ตามถนัด
  2. เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้ว เซฟไฟล์เป็นชื่อ favicon โดยให้มีนามสกุลเป็น gif , jpg, bmp หรือ png ก็ได้
  3. หลังจากนั้นให้แวะไปที่เว็บ FavIcon Generator
  4. ในเว็บ FavIcon Generator ให้ browse รูปภาพที่เราเพิ่งทำ ใส่ในช่อง Image to create icon from
  5. กดปุ่ม Create Icon
  6. เซฟไฟล์ที่ระบบสร้างมาให้ เก็บไว้ในชื่อ favicon.ico
  7. upload รูป favicon.ico ไว้บนเว็บเรา ในโฟลเดอร์เดียวกับหน้าแรกของเว็บ

เท่านี้เองครับ ไม่ยากเลย

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: ,

สร้าง logo ให้ blog ได้ง่าย ๆ ด้วย Web2.0 Logo Creator


keng logoสำหรับคนที่ไม่ถนัดเรื่องการทำ Graphic แต่อยากได้โลโก้ ไปใส่ที่ blog ของตัวเอง ลองใช้เว็บนี้ดูครับ ที่ Web 2.0 Logo Creator นี้สามารถให้คุณสร้าง logo ของตัวเองได้อย่างง่าย ๆ เพียงแค่พิมพ์ชื่อเว็บลงไป ก็จะได้รูปภาพที่เป็น logo ออกมาใช้แล้วครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

Blog Anatomy กายวิภาคของ Blog


Blog Anatomy

มาดูเรื่องกายวิภาคของ Blog กันดีกว่า ว่า blog นั้นมีส่วนประกอบที่สำคัญอะไรบ้าง จะได้รู้ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของ blog นั้นได้อย่างไรบ้าง

1. ชื่อบล็อก (ฺBlog Title)
ส่วนของ Blog Title นี้ก็จะเป็นชื่อบล็อกนั้น ๆ ครับ

2. แท็กไลน์ (Subtitle หรือ Tag line)
ตรงส่วนนี้จะเป็นคำจำกัดความของเว็บ หรือสโลแกนเก๋ ๆ ที่ใช้อธิบายถึงตัวบล็อกโดยรวม โดยตัวแท็กไลน์นี้ จะมีก็ได้ หรือไม่มีก็ได้ เพราะมันไม่สำคัญเท่ากับชื่อบล็อกครับ

3. วันที่และเวลา (Date & Time Stamp)
เป็นวันที่ และบางทีอาจมีเวลากำกับอยู่ด้วย ตัววันที่และเวลานี้ จะเป็นตัวบอกว่าบทความในบล็อกนั้นเขียนขึ้นมาเมื่อไหร่ บางครั้งอาจมีวันที่ระบุอยู่ในส่วนของ comment ด้วย ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่า comment นั้นเขียนเข้ามาเมื่อไหร่เช่นกัน

4. ชื่อบทความ (Entry Title)
ชื่อเรื่องของบทความที่เขียนในบล็อก

5. ตัวเนื้อหาบทความ (Entry’s Main Body)
อาจเป็นตัวหนังสือ หรืออาจเป็นรูปภาพ วีดีโอ หรืออนิเมชั่น เป็นต้น โดยส่วนประกอบเหล่านี้จะรวมเป็นส่วนเนื้อหาของบทความ

6. ชื่อผู้เขียน (Blog Author)
บางบล็อก อาจมีการระบุชื่อผู้เขียนไว้ในบล็อกด้วยครับ โดยตำแหน่งที่จะใส่ชื่อผู้เขียนนั้น สามารถไว้ที่ตำแหน่งใดก็ได้ เช่นด้านข้างของหน้าบล็อก (sidebar) หรืออยู่ในตัวบทความก็ได้

7. คอมเม้นต์ (Comment tag)
เป็นลิงค์ที่ให้ผู้อ่านคลิกไปเพื่อกรอกคอมเม้นต์ให้กับบล็อกนั้น ๆ หรืออ่านคอมเม้นต์ ที่มีคนเขียนคอมเม้นต์เข้ามา

8. ลิงค์ถาวร (Permalink)
เรียกชื่อไทยแล้วเขิ้นเขิน เราสามารถเรียกทับศัพท์ก็ได้ครับว่า เพอร์มาลิ้งค์ เจ้าลิงค์ตัวนี้คือลิงค์ที่ไปหา url ของบทความนั้น ๆ โดยตรงครับ มีประโยชน์สำหรับ blogger คนอื่น ๆ ที่อยากจะทำลิงค์หาบทความของเราโดยตรง ก็จะสามารถหา permalink ได้อย่างง่ายดายครับ โดย url ของ permalink นี้จะไม่เปลี่ยนไปตามวันและเวลาเหมือน link ของหน้าแรกของบล็อกที่บทความจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ครับ นี่แหละครับที่เค้าเรียกว่า ลิงค์ถาวร

9. ปฎิทิน (Calendar)
บล็อกบางแห่งอาจมีปฎิทินอยู่ด้วย โดยในปฎิทินนั้นสามารถคลิกตามวันที่ เพื่ออ่านบทความของวันที่นั้น ๆ ได้สะดวกครับ

10. บทความย้อนหลัง (Archives)
บทความเก่า หรือบทความย้อนหลัง อาจมีการจัดเตรียมไว้โดยเจ้าของบล็อก โดยบล็อกแต่ละแห่งอาจจัดเรียงบทความย้อนหลัง ไม่เหมือนกัน เช่นจัดเรียงรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน หรือจะ list บทความทั้งหมดออกมาเลยก็ได้

11. ลิงค์ไปยังเว็บอื่น (Links)
เป็นจุดเด่นและความสนุกของบล็อกอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียวครับ โดยบล็อกแต่ละแห่ง อาจมีลิงค์ไปยังเว็บอื่นหลากหลายเว็บ บางครั้งเราสามารถเรียก link พวกนี้ว่า blogroll ก็ได้ครับ

12. RSS หรือ XML
ตัว RSS นี้อาจมีเตรียมไว้ให้เราโดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับ Blogware หรือ Blog Host ที่เราเลือกใช้ เช่น WordPress หรือ MovableType นั้นจะมี RSS ลิงค์ไว้ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยเจ้า RSS Feed นี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความของเราได้ง่ายขึ้น โดยการใช้โปรแกรมช่วยอ่าน Feed ได้ด้วย บางครั้งนักเขียน Blog คนอื่น ก็อาจใช้ RSS Feed นี้เพื่อประโยชน์ในการดึงข้อมูลไปแสดงในเว็บ หรือบล็อกของตนได้

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: , ,

Blog : ช่องทางเล็ก ๆ เมื่อสื่อหลักถูกปิดกั้น


blog บางคนอาจคิดว่ามันเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ให้คนมาขีดเขียนเล่น ส่วนใหญ่คงเป็นเด็ก ๆ มาเขียนเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กระมัง แต่สำหรับผม ผมยอมรับว่ามันคือ New Media หรือสื่อชนิดใหม่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เกิดเหตุการณ์รัฐประหารขึ้นในประเทศไทย สื่อหลักอย่างโทรทัศน์ วิทยุ ถูกระงับการออกอากาศ ผู้คนมากมายต่างตื่นตระหนก ผมฉุกคิดได้ว่า อินเตอร์เน็ตยังเป็นช่องทางอีกหนึ่งแห่ง ที่สามารถหาข้อมูล และกระจายข่าวสารได้

web stat

ผมจึงได้รีบไปเปิด blog ใหม่ด้วยการสมัคร blog ของ blogrevo.com เพราะในเวลานั้น ไม่สามารถมานั่ง install ระบบ blog ด้วย WordPress ใหม่เพื่อให้ทันการใช้งานได้ จึงต้องประหยัดเวลาทุกชนิด เพื่อทดลองรายงานข่าวด้วย blog

ด้วย blog ที่ชื่อ ปฎิวัติ ในค่ำคืนนั้น เปิดใหม่สด ๆ และเริ่มเขียนกันตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนมา 15 นาที โดยรายงานข่าวจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ ผมได้ออนไลน์ msn เพื่อมองหาเพื่อนฝูง ปรากฎว่า ออนไลน์กันเพียบเกือบจะเต็ม list ดังนั้นผมจึงส่ง url ดังกล่าวไปให้เพื่อนทาง msn และฝากให้เพื่อน ๆ forward ต่อกันไป

หลังจากนั้นผมกลับมารีบรายงานข่าวอย่างจริงจัง พยายามหาข่าวและอัพเดทแทบจะต่อเนื่องตลอดเวลา ในแต่ละบทความแทบไม่มีเวลาจะจัดเลย์เอ้าท์ แค่เขียนข่าวพร้อม upload รูปภาพ ก็แทบไม่ทันแล้ว แถมในคืนนั้น อินเตอร์เน็ตทั่วประเทศก็ช้าทุกแห่ง คงเนื่องมาจากผู้คนมองหาข่าวจากอินเตอร์เน็ตนั่นเอง

เพียงแป๊บเดียว blog อีกแห่งหนึ่งอย่าง 19Sep ที่รายงานสถานการณ์ การเกิดรัฐประหารในประเทศไทย ได้เสนอข่าวเป็นภาษาอังกฤษ ได้ทำการ link มาหาบล็อก ปฎิวัติ พร้อม ๆ กับบทความที่ผมเขียน ไปโผล่ใน technorati อย่างรวดเร็ว ด้วยระบบ ping ของการใช้ blog นั่นเอง ในเวลาเดียวกัน google ไม่สามารถส่ง bot มาเก็บข้อมูลไปแสดงใน search engine ของตนเองได้ทันท่วงที ผู้คนเลยหลั่งไหลเข้าไป search หาข่าวเกี่ยวกับการเกิดรัฐประหาร ผ่าน blog ทั่วโลก มีไม่กี่แห่งที่มีการรายงานสด หรือที่เรียกว่า Live Blogging และ บล็อกเล็ก ๆ ที่ชื่อ ปฎิวัติ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ผมรายงานจนถึงตี 4 แล้วก็ต้องงีบหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน ตื่นมาอีกครั้งเวลา 8 โมงเช้าวันที่ 20 กันยายน 2549 รีบมารายงานต่อ blog ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เริ่มทำ link มาหาผม นี่คืออำนาจของ blog ที่สามารถรายงานข่าวได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งเร็วกว่าสื่อหลักอีกด้วย ผลสรุปของการรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้คนสนใจ เราไม่ต้องพึ่ง SEO ให้คน search เจอ เราไม่ต้องไปโฆษณาเสียเงินที่ไหน แต่ผู้คนเข้าดู blog กันล้นหลาม ยอดผู้คนในวันนั้นประมาณ 2,000 คน กับ blog หนึ่งแห่ง ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาในโลกเพียงแค่ 24 ชั่วโมง ตัวอย่างภาพ stat ด้านบน เป็นสถิติการเข้าชมเว็บ ของ blogrevo.com แสดงให้เห็นยอดผู้ชมที่พุ่งสูงตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2549 เพราะบล็อก ปฎิวัติ นั่นเองครับ
นั่นคืออำนาจของ Blog ที่ผมเชื่อว่าเป็น New Media ที่มาแรงอย่างแท้จริงครับ

หมวด Blog Marketingยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

การตั้งชื่อ Blog และสโลแกนใน WordPress


หากต้องการปรับเปลี่ยนการตั้งชื่อ Blog และตั้งสโลแกนของ Blog ใน WordPress ก็สามารถทำได้ดังนี้ครับ

1. Login เข้าสู่ระบบจัดการ Blog ของท่าน
2. คลิกที่เมนู “Options”
3. คลิกที่เมนูย่อย “General”
4. ใส่ชื่อ Blog ของท่านใหม่ที่ช่อง Weblog Title (ถ้าต้องการเปลี่ยน)
5. ใส่สโลแกนใหม่ที่ช่อง Tagline (ถ้าต้องการเปลี่ยน)
6. กดปุ่ม Update Options ที่ด้านล่างของหน้า

ด้านล่างนี้คือภาพตัวอย่างช่อง Weblog title และช่อง Tag line ครับ โดยมีแค่บาง Theme เท่านั้นที่จะโชว์ข้อมูล Tagline ใน Blog ดังนั้นบางท่านอาจสงสัยว่า ทำไมใส่สโลแกนไปที่ Tagline ไปแล้วแต่ไม่เห็นโชว์ในหน้า Blog นั่นเอง

weblog-title.gif

หมวด WordPressยังไม่มีความคิดเห็น

Tags:

วิธีการปรับช่อง Write Post ให้ใหญ่่ขึ้นใน WordPress


หลายคนอาจจะอึดอัดกับช่องเขียนของหน้า Write Post ที่มันเล็ก ๆ แคบ ๆ กันเยอะ ผมมีวิธีปรับให้ช่องมันใหญ่ขึ้น จะได้เขียนกันสะดวก ๆ นะครับ

เดิมที ช่องเขียนปกติจะไซส์ประมาณภาพนี้ครับ

writebox-small.gif

เราสามารถปรับให้มันใหญ่ขึ้นได้ ด้วยการทำวิธีนี้ครับ

1. Login เข้าหน้าจัดการ Blog
2. คลิกที่เมนู “Options”
3. คลิกที่เมนูย่อย “Write”
เมื่อเปิดเมนู Write มาแล้ว เราจะเห็นว่า ช่องตั้งค่ามีเลข 10 ใส่อยู่ นั่นหมายถึงว่าระบบได้ตั้งค่าว่าให้ช่อง write ของเรานั้นสูง 10 บรรทัด ให้เราเปลี่ยนเลขเป็นซักประมาณ 20 เหมือนภาพข้างล่างครับ หรือมากกว่านี้ก็ได้ตามใจชอบครับ

writebox-set20.gif

แล้วก็กดปุ่ม Update Options ที่ด้านล่างของหน้าครับ

เท่านี้เองครับ เมื่อเราเข้าไปดูในหน้า write ของเราใหม่ เราก็จะได้ช่อง Write Post ที่กว้างขึ้นเป็น 20 บรรทัดเหมือนแบบนี้ครับ

writebox-big.gif

หมวด WordPressยังไม่มีความคิดเห็น

Tags: , ,

การตั้งค่าวัน และเวลาของ Blog ใน WordPress


สำหรับท่านที่อยู่ประเทศไทย ไม่ต้องตั้งค่านี้เองเลยครับ เพราะว่าทางระบบ WordPress ได้ตั้งค่าวันและเวลาให้ตรงกับ server ของท่าน ซึ่งเป็นเวลาในประเทศไทย ไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นวันและเวลาที่ท่าน post บทความ ก็จะตรงกับเวลาประเทศไทยครับ ท่านที่อยู่ประเทศไทยนั้นสามารถข้าม step นี้ไปได้เลยครับ

แต่สำหรับท่านที่มี server อยู่ต่างประเทศ ท่านสามารถตั้งเวลา ให้ตรงกับเวลาในประเทศของท่าน ได้เช่นกันครับ วิธีตั้งค่าวันและเวลามีดังนี้ครับ

  1. Login เข้าสู่ระบบจัดการ Blog ของท่าน
  2. คลิกที่เมนู “Options”
  3. คลิกที่เมนูย่อย “General”
  4. เลื่อนดูด้านล่างของหน้า จะพบกับช่อง Date and Time ดังภาพตัวอย่างข้างล่าง
  5. ปรับเวลาให้ตรงกับประเทศของท่าน ได้โดยใส่จำนวนชั่วโมงที่แตกต่างกัน จากเวลากรีนิชไทม์ ในช่อง “Times in the weblog should differ by” ค่าที่ตั้งไว้เบื้องต้นคือ 7 ชั่วโมงคือเวลาประเทศไทยนั่นเอง
  6. ในช่องอื่น ๆ ก็ไม่ต้องปรับเปลี่ยนค่าใด ๆ
  7. กดปุ่ม Update options ที่ด้านล่างของหน้า

ด้านล่างคือภาพตัวอย่างของส่วน Date and Time ครับ

dateandtime.gif

เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว เวลาใน Blog ของท่าน เช่นเวลาที่ post บทความ หรือเวลาที่มีคน comment จะเป็นเวลาที่ตรงกับประเทศของท่านครับ

หมวด WordPressยังไม่มีความคิดเห็น

  • เรื่องฮิต
  • ล่าสุด
  • ความคิดเห็น
  • แท็ก
  • RSS Feed

Our Flickr Photos - See all photos

แคมเปญ Honda Pilot DIY Video Contestแคมเปญ VIBE VersesWill It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed