Posted on 28 May 2006
อ่านเจอจาก Problogger เห็นว่าน่าสนใจ เลยเอามาแปลให้คร่าว ๆ ครับ ถ้าใครติด Google Adsense ในเว็บหรือ blog ของคุณอยู่ ลองพิจารณาหัวข้อเหล่านี้ครับ ทำตามนี้จะปลอดภัยจากการถูกแบนโดยทีมงาน Google ได้ครับ
1. อย่าคลิก Google Adsense ในเว็บของตัวเอง
2. อย่าบอกให้คนอื่นหรือเพื่อน ๆ มาคลิก Google Adsense ในเว็บของคุณ
3. อย่าใช้ Pop-up เพื่อแสดง ad ของ google หรือใช้ software ทำการคลิกอัตโนมัติ
4. ระวังเรื่องการโปรโมทเว็บ ถ้าใช้วิธีโปรโมทเว็บแบบผิดวิธี อาจผิดกฎของ Google Adsense ได้
5. อย่าติด Google Adsense ในเว็บที่มีเนื้อหาผิดกฎของ Google Adsense
6. เคารพเครื่องหมายการค้าของ Google
7. อย่าเปลี่ยนแปลงโค๊ดของ Google Adsense โดยไม่ได้รับอนุญาต
8. ทำเว็บไซต์ให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกอยากเข้ามาชม หลีกเลี่ยงการใช้วิธีหลอกลวงให้คนเข้าเว็บ
9. จัดเตรียมเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใส่โฆษณา
10. ถ้า Google เมล์มาหา หรือเตือนมา ให้รีบตอบอีเมล์นั้นทันที
สิบวิธีคร่าว ๆ นี้ น่าจะช่วยให้คุณไม่ถูกแบนจาก Google Adsense ได้ครับ
Posted on 26 May 2006
คุณแจ๊คถามเข้ามาว่า
ขอถามว่า เราสามารถเอา Google Adsense ที่เราสมัครผ่านแล้ว
ไปลงอีกเว็บไซต์ได้ไหมครับ โดยไม่ต้องสมัครใหม่
ยกตัวอย่าง ผมสมัคร Google Adsense ด้วยเว็บแห่งหนึ่งผ่านแล้ว ถ้าสมมุติผมมีเว็บไซต์อีกเว็บหนึ่ง เป็น www.example.com ผมสามารถเอา Google Adsense ของเว็บแรก มาติดตั้งที่เว็บ
www.example.com ได้ไหมครับ โดยไม่ต้องสมัครใหม่
สามารถนำ Google Adsense ไปติดเว็บอื่นได้ครับ ไม่มีปัญหา Google อนุญาตให้เราติดที่เว็บอื่นได้ ถ้าเว็บที่จะนำไปติดนั้นไม่ขัดกับกฎของ Google Adsense น่ะครับ
Posted on 20 May 2006
พอดีมีคุณต้อม ส่งเมล์เข้ามาถามเรื่อง ความแตกต่างระหว่าง WordPress และ MovableType ผมเลยตอบไปทางอีเมล์ ให้คุณต้อมแล้ว แต่ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ที่นี่ด้วยเลย เพราะเห็นว่าคำตอบที่ตอบไป น่าจะเกิดประโยชน์มากถ้าได้นำมา post ไว้ที่นี่ครับ
คือผมอยากลงเป็น mt อะครับ ไม่ทราบว่า โฮสของพี่เก่ง support ด้วยไหมครับ และ mt กับ wp ต่างกันยังไงมั่งเหรอครับ คือนอกจาก ใช้ window กับ unix ,cgi กับ php และคนละบริษัทแล้ว
หมายถึงพวก option น่ะครับ เพราะ เรื่องระบบการจัดการ อาจจะไม่สำคัญมากตอนใช้ เหมือนจะสำคัญแค่ตอน install? และผมไม่ค่อยรู้เรื่องระบบอะไรเท่าไร เลยสนใจเรื่องการใช้งานมากกว่า ว่า ต่างกันมากไหม
แต่เห็นของ mt มันค่อนข้างจะ support หลายอย่าง เช่น automatic update ที่ technolati/ weblogs แล้วก็ support google api
หรือว่าใช้อย่างไหนก็เหมือนกัน?
blog host ของผมสามารถรองรับ movabletype ได้ครับ แล้วแต่คนชอบเลยครับ โดยความแตกต่างของ mt และ wordpress คือการใช้ภาษาที่พัฒนามาคนละชนิดครับ โดย wordpress พัฒนาโดย php และ mysql และที่สำคัญแจกฟรีครับ
สำหรับ movabletype พัฒนาโดย cgi และมีเรื่อง license มาเกี่ยวข้อง คือใช้ฟรีสำหรับ trial license และสามารถ upgrade ได้แต่มีค่าใช้จ่ายเรื่อง license โดยจ่ายไปที่บริษัท six apart ซึ่งเป็นผู้พัฒนา movabletype เองครับ
แต่ function การทำงานโดยรวม ผมว่าเหมือน ๆ กัน อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
สำหรับการติดตั้ง movabletype ต้องใช้ความรอบคอบมากกว่า แต่ wordpress มีชื่อเสียงทางด้าน การติดตั้งที่ง่ายดาย และสะดวกมากครับ
ข้อแตกต่างที่ต้องพิจารณาของ wordpress และ movabletype คือเรื่องการ support และคู่มือต่าง ๆ ครับ โดย movabletype นั้นเป็น software ที่มีการขายจริง ดังนั้นเค้าจึงมีฝ่าย support ให้การตอบปัญหาให้ลูกค้าได้ แต่ตอบเฉพาะลูกค้าที่ซื้อ license แบบเสียเงินนะครับ คนที่ใช้ trial license หรือ free license ของเค้า เค้าจะไม่ตอบปัญหาให้
แต่ส่วน wordpress นั้นเป็น free software ดังนั้น จึงไม่มีฝ่าย support มาคอยตอบปัญหา มีเพียงแค่ webboard ให้เราไป post ถามปัญหา แต่ด้วยความที่มันเป็น free software มันเลยมีคนใช้เยอะ และผู้ใช้หลาย ๆ คนก็เขียนคำแนะนำในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ไว้เยอะ เราสามารถ search จาก google ได้เยอะครับ
Posted on 15 May 2006
วันก่อนเขียนค้างไว้ว่า keng.com มีรายได้จากทางไหนบ้างไปแล้ว แต่มีเพื่อน ๆ ที่สนใจในเรื่อง Google Adsense ที่ผมบอกไปว่า มันเพิ่มขึ้น 4 เท่า ในเดือนพฤษภาคม 2549 เมื่อเทียบกับรายได้จาก Adsense ของเดือนเมษายนปีเดียวกัน
แต่เดี๋ยวก่อน !! เมื่อผมกลับไปดูสถิติใหม่อีกครั้ง ปรากฎว่า มันไม่ได้เพิ่มแค่ 4 เท่าแล้วครับ ดูได้จากรูปภาพประกอบ ด้านล่างนะครับ อันนี้เป็นสถิติจริงของ Google Adsense ของผมครับ โดยในเดือนเมษายน ผมได้แค่ 5.97 เหรียญสหรัฐ แต่ในเดือนพฤษภาคม แค่วันที่ 1-15 เท่านั้น ผมกลับได้ยอดถึง 42.45 เหรียญสหรัฐ ดูแล้วมันโตขึ้น 7 เท่า ทั้ง ๆ ที่ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือน ตรงนี้ผมขอเวลาวิเคราะห์อีกสักหน่อย ก่อนที่จะสรุปว่า ผมทำอะไรกับ blog ไปบ้าง ปรับแต่งอย่างไร ถึงได้มียอดคลิกขนาดนี้ โดยไม่โกงคลิก ไม่ได้คลิกเอง และไม่ได้บอกให้เพื่อน ๆ มาคลิกนะครับ คือตอนนี้ผมก็คิดเหตุผล ไว้ในใจแล้วครับ ว่ามันเพิ่มเพราะอะไร แต่ขอเวลาอีกนิดครับ ให้แน่ใจเสียก่อนว่า สิ่งที่ผมคิด มันเป็นจริงหรือไม่
คนที่เป็นเจ้าของเว็บใหญ่ ๆ ที่คนเข้าเยอะ ๆ ดูแล้วอาจคิดว่าได้รายได้ไม่เยอะ แต่สำหรับ blog เล็ก ๆ แบบผมแล้ว ผมก็ว่าโอเคแล้วนะครับ เพราะถ้าขยันเขียน blog มากกว่านี้ ก็คงน่าจะทำได้มากกว่านี้อีกครับ ตอนนี้ผมเชื่อแล้วครับว่า blog ของในเครือ weblogsinc.com นั้นได้รายได้จากช่องทาง Adsense ถึงปีละ 1 ล้านเหรียญ นั่นเป็นได้เพราะ blog ของเค้าเป็นภาษาอังกฤษ ตัว ads จะขึ้นเต็มแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และยอดคนอ่าน blog ของเค้า เฉพาะ Autoblog.com แห่งเดียวก็ปาเข้าไป 1 ล้านคนต่อเดือนแล้วครับ
สำหรับคนทำ blog เมืองไทย ผมว่า blog ภาษาไทยก็มีโอกาสหารายได้ ได้เช่นกันครับ
Posted on 12 May 2006
เห็นฝรั่งต่างชาติทำ blog หาเงินจากโฆษณากันเยอะ ก็เลยพยายามศึกษา หาความรู้ว่าจะทำอย่างไร ถึงจะได้เงินจาก blog บ้าง จนถึงวันนี้ ผมสามารถหารายได้ จากการทำ blog ได้แล้วครับ ผมจะ list ลำดับของแหล่งรายได้ ที่ได้มาจาก blog ที่ผมทำอยู่ โดยอันดับที่มาก่อน คือแหล่งที่สร้างรายได้ ให้ผมมากที่สุดนะครับ
- บริการออกแบบและติดตั้ง blog
- บริการเขียน blog (update blog ให้ลูกค้า)
- Google Adsense
- บริการ Blog hosting
นี่คือแหล่งต่าง ๆ ที่ผมได้รับเงินรายได้มาแล้ว จากการทำ blog ใครที่พยายามทำอยู่ ลองดูนะครับ ถึงจะยังได้ไม่เยอะ ขนาดที่จะอยู่ได้ด้วยการทำ blog อย่างเดียว แต่ก็เป็นรายได้ จากความพยายามไงครับ แต่ขอบอกว่า Google Adsense เริ่มทำเงินให้ผมมากขึ้นแล้วครับ ทั้ง ๆ ที่ทำเป็น blog ภาษาไทยนี่แหละครับ โดยรายได้เฉพาะ Google Adsense ของพฤษภาคมตั้งแต่วันที่ 1-10 นี้ ได้รายได้มากกว่าเดือนเมษายนทั้งเดือนถึง 4 เท่าครับ
Posted on 12 May 2006
จากเครื่องมือ Google Trends ซึ่งใช้เปรียบเทียบข้อมูลการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่มีผู้คนสืบค้นผ่าน google.com ผมเลยลองทำการค้นหา trend ความนิยมของคนไทย โดยลองใช้คำว่า blog และ diary เพื่อเปรียบเทียบกัน โดยเอาผลจาก เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ผลปรากฎว่า Blog เริ่มมีความนิยมเหนือ Diary มาตั้งแต่กลางปี 2005 เป็นต้นมา โดยเริ่มทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ ตามกระแสความนิยม Blog ในปัจจุบัน

แรกเริ่มเดิมที คนไทยเริ่มทำการเขียน diary online มาตั้งแต่ปี 1999 ตอนปลายปี หลังจากนั้น ก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย มีการเปิดให้บริการ online diary กันหลายเว็บ แต่เมื่อ blog ได้เริ่มเปิดตัวสู่โลกอินเทอร์เน็ต ก็ได้รับความนิยม เพิ่มมากขึ้น อย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันนี้ครับ
Posted on 05 May 2006
มีคนถามมาทางอีเมล์ว่า ทำไมผมถึงสามารถอัพเดท blog ได้บ่อย ๆ วันนี้ผมเลยขอเอาเทคนิค ที่ผมใช้ในการดูแล blog ต่าง ๆ ของผมมาแบ่งปัน กันให้ลองทำนะครับ
1. แบ่งเวลาสำหรับ Blog
ผมเองก็ต้องทำงานเหมือนกันครับ แต่ผมพยายาม ที่จะไม่เบียดเวลาการทำงาน เพื่อเอามาเขียน blog โดยผมจัดเวลาพิเศษ สำหรับการดูแล blog ไม่เกิน blog ละ 30 นาที (กรณีของผมต้องดูแลหลาย blog) คือใน 30 นาทีนี้ คุณต้องทำให้เสร็จทั้งหาข้อมูล เตรียมภาพ และเขียนบทความ ให้เสร็จภายใน 30 นาทีครับ ลองจัดเวลาดูครับ บางทีผมทำในช่วงเช้าตรู่ คือตอนตื่นนอนมา ก็อ่านข่าวและเขียน blog โดยใช้เวลา 30 นาที ก่อนไปจัดการธุระส่วนตัว และอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน และอีกทีคือช่วงดึก ๆ ก่อนนอนครับ ใช้เวลา 30 นาที เขียน blog เสร็จก็นอนหลับฝันดีเลยครับ บางคนอาจใช้เวลานานกว่า 30 นาที ก็ลองจัดเวลาที่เหมาะสมกับตัวคุณดูครับ อาจใช้เวลานานกว่านี้ได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไดครับ
2. คิดเตรียมเรื่องบทความเวลาที่ว่าง
บางครั้งผมมักจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตอนเวลาผมอยู่บนรถไฟฟ้า หรือระหว่างการเดินทาง ซึ่งในเวลาเหล่านั้น ผมไม่ได้ใช้สมองทำอะไรมากนัก ผมก็เลยเอาสมองที่ว่าง จากการใช้งานนั้น มาคิดเตรียมเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ พอมาถึง office ก็จด ๆ หัวข้อที่นึกออกไว้ก่อน พอถึงเวลาเขียน เราก็สามารถคิดเขียนต่อได้ทันทีครับ อันนี้จะช่วยให้เราสามารถจัดการ กับเวลา 30 นาทีนี้ได้ครับ
3. ใช้เวลาให้น้อยลงเวลาหาข้อมูลในการเขียน
ข้อมูลในการเขียนของผมนั้น หาได้จากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น blog ในต่างประเทศ หรือข่าวจากหนังสือพิมพ์ และที่สำคัญ หาข้อมูลใน internet นี่แหละครับ ถ้าใช้ให้คล่อง หรือรู้แหล่งข้อมูลอยู่แล้ว เราสามารถหาข้อมูลได้เร็วขึ้นไงครับ และแหล่งข้อมูลสำคัญสุดท้าย ก็คือให้หาจาก comment ที่คุณได้รับมา ว่าผู้อ่านต้องการอะไร คุณก็เขียนเรื่องนั้นทันทีครับ อันนี้ได้ประโยชน์สองเด้งคือ ผู้อ่านก็แฮปปี้ที่คุณตอบเค้า และสองคุณได้เรื่องใหม่ ๆ มาเขียนไงครับ
สามข้อเหล่านี้คือเทคนิคคร่าว ๆ ที่ผมใช้ในการดูแล blog นะครับ ลองเอาไปประยุกต์ใช้กับ blog ของคุณเองดูนะครับ ขอให้สนุกกับการเขียน blog นะครับ