โอกาสของ เว็บเล็ก ๆ กับการขาย Ad

จากการที่ผม ไปร่วมงานจิบกาแฟ คนทำเว็บพบคนโฆษณา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา งานนี้มีคนทำเว็บ และเอเจนซี่โฆษณา มาร่วมงาน กันอย่างล้นหลาม มีประเด็นหลายอย่าง ที่น่าสนใจ ผมเลยขออนุญาต ยกประเด็นบางประเด็น ที่สำคัญ และค่อนข้างเหมาะกับ หลาย ๆ เว็บไซต์ ที่ยังเป็นเว็บเล็ก ๆ แต่ต้องการที่จะมีรายได้ จากการขายโฆษณา มาดูกันว่า มีโอกาสที่จะทำได้ อย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องขอเล่า background ของผมเองให้ฟังก่อน ว่าผมเองก็เป็นคนทำเว็บเล็ก ๆ อย่าง keng.com คนหนึ่งเหมือนกัน และอีกหนึ่งบทบาทก็คือ ผมทำงานอยู่กับ เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่วางแผน และซื้อสื่อโฆษณาให้ลูกค้า ซึ่งเป็นแบรนด์ต่าง ๆ และนี่เองคือสิ่งที่ทำให้ผม พอจะมองเห็นภาพ จากทั้งมุมคนทำเว็บ มุมเอเจนซี่ และมุมลูกค้า

การที่มองเห็นจากหลายมุม ทำให้พอมองภาพออกว่า เว็บไซต์เล็ก ๆ มักจะถูกมองข้าม จากเอเจนซี่ โฆษณา และลูกค้าเอง แต่ก็ต้องขอบอกว่า ไม่เสมอไป เพราะว่าเคยมีเว็บไซต์เล็ก ๆ อย่าง VinegarGirl ซึ่งเป็น blog เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง และมีเอเจนซี่โฆษณา ติดต่อเข้ามา ขอลงโฆษณาหลายแห่ง บางคนบอกว่า เพราะลูกค้าบอกมาว่าจะลงเว็บนี้ ทำให้เอเจนซี่เอง ก็ต้องติดต่อมาเหมือนกัน เรียกได้ว่า โอกาสเริ่มเปิดกว้าง ให้กับเว็บเล็ก ๆ เช่นกัน แต่ก็ต้องบอกว่า เว็บเล็ก ๆ นั้น ก็ต้องมีจุดที่น่าสนใจ เช่นเนื้อหาเฉพาะทาง หรือเป็น niche market นั่นเอง

เอเจนซี่และลูกค้า เลือกซื้อโฆษณาอย่างไร

เรื่องการซื้อโฆษณาในเว็บ หรือ blog สำหรับลูกค้าแล้ว มักจะเห็นว่า เว็บเล็ก ๆ อย่าง SMEs นั้นอาจจะวางแผนซื้อสื่อโฆษณาเอง แต่สำหรับแบรนด์สินค้าใหญ่ ๆ มักจะเลือกใช้เอเจนซี่โฆษณา เจ้าของเว็บบางท่าน ที่เคยไปลองเสนอขายพื้นที่โฆษณา กับเจ้าของแบรนด์โดยตรง อาจจะเคยได้รับคำตอบประมาณว่า ให้ไปคุยกับเอเจนซี่ ที่แบรนด์นั้นใช้อยู่ เป็นต้น

เมื่อเอเจนซี่ จะมองหาเว็บไซต์ เพื่อซื้อโฆษณา ให้กับลูกค้า ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ ๆ ก็มักจะต้องมีข้อมูล ไปสนับสนุนการขายโฆษณา เช่นสถิติจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ ข้อมูล demographic ว่าเว็บนี้เว็บนั้น มีคนกลุ่มไหนมาเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหน เช่นกลุ่มอายุ 12-15 ปี เข้าเว็บนี้กี่เปอร์เซ็น เป็นต้น

เจ้าของเว็บต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

เมื่อเรารู้แล้ว ว่าเอเจนซี่ต้องการข้อมูลเหล่านี้ ทางเว็บเอง ก็ต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้ ไว้ด้วยเหมือนกัน เช่น

1. ข้อมูลสถิติคนเข้าเว็บ

ก็ควรจะเตรียมไว้ เรามักจะเห็นว่าเว็บใหญ่ ๆ ติดตัววัดสถิติของ TrueHits.net ซึ่งเว็บไซต์ในไทย ส่วนใหญ่จะติดกัน ทำให้เอเจนซี่ (ไม่) มีทางเลือก และต้องพิจารณาจากข้อมูลสถิติของ TrueHits เพราะเป็นตัววัดเดียว ที่เว็บต่าง ๆ ใช้ ทำให้เทียบกันได้ง่าย ในมาตรฐานเดียวกัน หลายคนถามว่า Google Analytics ไม่ดีเหรอ ผมตอบได้ว่า Google Analytics เป็นตัววัดสถิติที่ดี และผมเองก็ใช้วัดเว็บผม แต่ว่า เอเจนซี่ไม่สามารถเอาข้อมูลจาก Google Analytics ของคุณ ไปเทียบกับ ข้อมูลเว็บอื่น ที่ไม่ได้วัดด้วย Google Analytics นั่นเอง

2. ข้อมูล Demographic

สิ่งต่อมาที่เอเจนซี่และลูกค้า อยากจะรู้ ก็คือข้อมูล Demographic ว่าเว็บของคุณ มีใครเข้ามาบ้าง เป็นชายกี่เปอร์เซ็น หญิงกี่เปอร์เซ็น กลุ่มอายุไหนกี่เปอร์เซ็นบ้าง ทางเว็บเอง ก็ต้องหาข้อมูลเหล่านี้ มาเตรียมไว้ วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ก็คือ การทำ Survey ในเว็บเลยครับ หรือไม่ก็อาจจะใช้ข้อมูล จากฐานสมาชิกของเราเองแทนก็ได้ สามารถดึงออกมาแปลงเป็นข้อมูล demographic ได้เช่นเดียวกัน

3. จุดเด่นและข้อมูลอื่น ๆ ของเว็บ

ข้อมูลในส่วนอื่น ๆ เช่น ข้อมูล lifestyle ของคนเข้าเว็บคุณ หรือข้อมูลว่า ส่วนไหนในเว็บไซต์ของคุณ มีคนเข้าเยอะ เข้าน้อย เป็นต้น และนอกเหนือจากนี้ ข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูล profile ของเว็บ ว่าเว็บไซต์คุณทำเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้เอเจนซี่ และ ลูกค้า ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

Credit : Highlight photo from Gizmodo

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ถ้าคุณชอบบทความเกี่ยวกับ Digital Marketing ใน keng.com ก็สามารถกรอกอีเมล์ เพื่อให้ระบบส่งเมล์ไปแจ้ง เมื่อเรามีบทความเกี่ยวกับ Digital Marketing ใหม่ๆ ให้ทราบได้ทันที:

กรอกอีเมล์

Leave a Reply

  • เรื่องฮิต
  • ล่าสุด
  • ความคิดเห็น
  • แท็ก
  • RSS Feed

Our Flickr Photos - See all photos

แคมเปญ Honda Pilot DIY Video Contestแคมเปญ VIBE VersesWill It Blend? จะปั่นได้หรือไม่

Feed